Story of Business • Technology • Sustainability
Share on
×

Share

ภักดีบดินทร์ ปั้น ‘ผำไทย’ จากชุมชนสระแก้วสู่ตลาดอุตสาหกรรม

ภักดีบดินทร์ ปั้น 'ผำไทย' จากชุมชนสระแก้วสู่ตลาดอุตสาหกรรม

“ผำ” หรือ “ไข่น้ำ” พืชน้ำเม็ดเล็กสีเขียวที่อยู่ในวิถีอาหารของคนไทยมานาน กำลังได้รับความสนใจในฐานะวัตถุดิบที่มีโอกาสเติบโตในตลาดอาหารเพื่อสุขภาพ แต่สำหรับ รัตนาภรณ์ ทูคำมี กรรมการผู้จัดการ บริษัท ภักดีบดินทร์ จำกัด จังหวัดสระแก้ว โอกาสของผำไม่ได้อยู่ที่การปลูกให้ได้ปริมาณมากเพียงอย่างเดียว หากอยู่ที่การทำให้ผำไทยมีคุณภาพสม่ำเสมอ มีมาตรฐานรองรับ และสามารถตอบความต้องการของตลาดได้จริง

เบื้องหลังการเลือกทำธุรกิจผำของคุณรัตนาภรณ์ยังมีเรื่องของชุมชนบ้านเกิดอยู่ด้วย เธอเป็นคนสระแก้วและเห็นผู้สูงอายุจำนวนหนึ่งต้องอยู่บ้านตามลำพัง ขณะที่ลูกหลานเดินทางเข้าไปทำงานในกรุงเทพฯ และมีโอกาสกลับมาพบกันเพียงไม่กี่วันในช่วงเทศกาลสำคัญ ภาพเหล่านี้ทำให้เธอตั้งคำถามว่า หากคนในชุมชนมีงานและมีรายได้ที่มั่นคงในพื้นที่ จะเป็นไปได้หรือไม่ที่คนหนุ่มสาวจะไม่จำเป็นต้องออกจากบ้านไปหางานไกล และครอบครัวจะได้มีโอกาสอยู่พร้อมหน้ากันมากขึ้น

ความคิดดังกล่าวกลายเป็นแรงผลักดันให้เธอเลือกทำธุรกิจเกษตร โดยหวังว่าจะสร้างทั้งรายได้และอาชีพให้เกิดขึ้นในท้องถิ่น การพัฒนาผำจึงไม่ได้มีปลายทางอยู่ที่ผลกำไรของธุรกิจเท่านั้น แต่ยังเชื่อมโยงกับความตั้งใจที่จะสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้คนในชุมชน และทำให้ครอบครัวสามารถกลับมาใช้ชีวิตอยู่ใกล้กันได้มากขึ้น

ผำจะไปตลาดโลก ต้องเริ่มจากมาตรฐาน

หากต้องการพาผำออกจากตลาดอาหารพื้นบ้านไปสู่ตลาดอุตสาหกรรมสิ่งแรกที่คุณรัตนาภรณ์ให้ความสำคัญคือ “มาตรฐาน” เพราะรูปแบบการทำเกษตรในวันนี้ต่างจากอดีตอย่างมาก แม้เกษตรกรบางส่วนอาจเคยมองว่าการกำหนดมาตรฐานเป็นข้อจำกัดหรือทำให้การทำงานยุ่งยากขึ้นแต่ในโลกการค้าปัจจุบัน มาตรฐานกลายเป็นเงื่อนไขพื้นฐานที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะเมื่อสินค้าต้องเข้าสู่โรงงานแปรรูปหรือส่งออกไปยังต่างประเทศ

สำหรับผำ เรื่องความปลอดภัยมีความสำคัญตั้งแต่ขั้นตอนการเพาะเลี้ยงเนื่องจากผำเป็นพืชที่ไวต่อสารเคมี หากมีสารเคมีหรือยาฆ่าแมลงปนเปื้อนในแปลงเลี้ยง ผำสามารถตายได้ ขณะเดียวกัน เมื่อต้องซื้อขายในระดับอุตสาหกรรม การบอกเพียงว่าวัตถุดิบมีคุณภาพดีไม่เพียงพออีกต่อไป แต่ต้องมีผลวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการมายืนยันด้วย

ใบวิเคราะห์ผลทางห้องปฏิบัติการ หรือ Certificate of Analysis (COA) จึงเป็นสิ่งที่เกษตรกรต้องทำความเข้าใจ เพราะเป็นหลักฐานที่ใช้ตรวจสอบทั้งปริมาณโปรตีน การปนเปื้อนของจุลินทรีย์ และโลหะหนักว่าผ่านเกณฑ์ที่กำหนดหรือไม่ คุณรัตนาภรณ์มองว่า COA ไม่ควรถูกมองว่าเป็นภาระหรือข้อจำกัด แต่เป็นส่วนหนึ่งของการซื้อขายในตลาดปัจจุบันที่ผู้บริโภคและภาคอุตสาหกรรมให้ความสำคัญ ปัจจุบันบริษัท ภักดีบดินทร์ มีเครือข่ายฟาร์มที่เข้าใจและพร้อมปรับตัวตามแนวทางดังกล่าวประมาณ 5-10 ฟาร์ม

จากปลูกให้ได้มาก สู่ปลูกให้ตรงกับสิ่งที่ตลาดต้องการ

โจทย์ที่ยากขึ้นอีกขั้นคือการเปลี่ยนวิธีคิดของเกษตรกร จากการมุ่งผลิตให้ได้ปริมาณมาก มาเป็นการผลิตโดยรู้ก่อนว่าลูกค้าต้องการอะไร เพราะแม้ผำจะมีโอกาสเติบโตในตลาดโปรตีนเพื่อสุขภาพ แต่หากผู้ผลิตไม่เข้าใจความต้องการของปลายทาง ผลผลิตที่เพิ่มขึ้นก็ไม่ได้หมายความว่าจะขายได้ทั้งหมด

คุณรัตนาภรณ์มองว่า เกษตรกรจำเป็นต้องศึกษาตลาดและเข้าใจกระบวนการผลิตของลูกค้า เช่น หากโรงงานรับจ้างผลิตต้องการผำที่มีโปรตีนสูงอย่างสม่ำเสมอ เกษตรกรต้องสามารถควบคุมการเพาะเลี้ยงให้ได้คุณภาพตามนั้น หรือหากอุตสาหกรรมต้องการคุณสมบัติเฉพาะอย่างปริมาณวิตามินบี 12 สูง ผู้ผลิตก็ต้องศึกษาว่าจะปรับกระบวนการเพาะเลี้ยงอย่างไรให้ได้วัตถุดิบตามที่ลูกค้าต้องการ

การผลิตให้ตรงกับความต้องการเช่นนี้มีผลโดยตรงต่อราคาที่เกษตรกรจะได้รับ เพราะเมื่อวัตถุดิบมีคุณสมบัติที่ชัดเจนและมีผลตรวจรองรับ เกษตรกรย่อมมีข้อมูลสำหรับใช้เจรจากับผู้ซื้อได้มากกว่าการขายผลผลิตโดยอาศัยเพียงปริมาณเป็นหลัก นี่จึงเป็นเหตุผลที่การพัฒนาผำไปสู่พืชเศรษฐกิจไม่สามารถแยกเรื่องการเพาะเลี้ยงออกจากตลาด มาตรฐาน และการควบคุมคุณภาพได้

คุณค่าของผำต้องมีงานวิจัยรองรับ

อีกเหตุผลที่ทำให้ผำได้รับความสนใจคือคุณค่าทางโภชนาการ โดยเฉพาะการมีกรดอะมิโนจำเป็นครบทั้ง 9 ชนิด ซึ่งเป็นกรดอะมิโนที่ร่างกายมนุษย์ไม่สามารถสร้างขึ้นเองได้ นอกจากนี้ คุณรัตนาภรณ์ยังกล่าวถึงข้อมูลด้านการดูดซึมสารอาหารของผำ รวมถึงวิตามินบี 12 ซึ่งมีงานวิจัยในต่างประเทศรองรับ

อย่างไรก็ตาม การมีสารอาหารสูงเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอที่จะทำให้ผำเติบโตในตลาดโลกได้ เพราะสิ่งที่อุตสาหกรรมและผู้บริโภคต้องการคือข้อมูลที่สามารถยืนยันได้ โดยเฉพาะข้อมูลเกี่ยวกับปริมาณการบริโภคที่เหมาะสมและผลต่อร่างกาย ปัจจุบันประเทศในยุโรปและญี่ปุ่นมีงานวิจัยเกี่ยวกับผำในประเด็นเหล่านี้มากขึ้น ขณะที่ประเทศไทยยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น แม้จะมีความก้าวหน้าในด้านกระบวนการแปรรูปเมื่อเทียบกับหลายประเทศในเอเชียก็ตาม

ประเด็นนี้ยิ่งสำคัญเมื่อผำเข้าสู่กระบวนการทำแห้ง เพราะผำสดประมาณ 20-25 กิโลกรัม เมื่ออบแห้งแล้วจะเหลือประมาณ 1 กิโลกรัม ทำให้สารอาหารมีความเข้มข้นขึ้น คุณรัตนาภรณ์จึงเห็นว่าประเทศไทยจำเป็นต้องมีงานวิจัยรองรับว่าปริมาณการบริโภคที่เหมาะสมควรอยู่ที่เท่าใด เพราะการบริโภคมากเกินไปหรือไม่ถูกวิธีอาจเกิดผลเสียได้

ประสบการณ์จากการพูดคุยกับลูกค้าในสิงคโปร์ยิ่งทำให้เธอเห็นความสำคัญของเรื่องนี้ เมื่อลูกค้าตั้งคำถามว่าประเทศไทยมีงานวิจัยใดรองรับผำบ้าง บริษัทจึงต้องกลับมาทำการบ้านเพื่อหาข้อมูลมาตอบคำถาม คุณรัตนาภรณ์จึงมองว่า หากประเทศไทยมีงานวิจัยจากหลายสถาบันมารองรับ จะช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือให้วัตถุดิบไทย และทำให้ผู้ซื้อมีเหตุผลที่ชัดเจนในการเลือกผำจากประเทศไทย

เมื่อโอกาสไม่ได้มีแค่ไทย คู่แข่งจึงขยับเร็วขึ้น

แม้ประเทศไทยจะมีความได้เปรียบด้านองค์ความรู้และการแปรรูปบางส่วน แต่โอกาสของตลาดผำไม่ได้เปิดให้ประเทศไทยเพียงประเทศเดียว จีนและเวียดนามต่างให้ความสนใจพืชชนิดนี้เช่นกัน ขณะเดียวกันยังมีกลุ่มทุนต่างชาติเข้ามาเสนอความร่วมมือด้านการวิจัยและการใช้พื้นที่เพาะเลี้ยง ซึ่งในมุมของคุณรัตนาภรณ์ ความร่วมมือดังกล่าวต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ เพราะอาจเป็นช่องทางให้ต่างชาติเข้ามาเรียนรู้องค์ความรู้ที่ไทยมีอยู่

หากประเทศไทยต้องการรักษาโอกาสนี้ไว้ จึงต้องเร่งสร้างมาตรฐาน งานวิจัย และอัตลักษณ์ของผำไทยให้ชัดเจน ไม่ใช่แข่งขันกันเพียงเรื่องปริมาณการผลิต เพราะท้ายที่สุดตลาดจะพิจารณาทั้งคุณภาพ ความปลอดภัย ราคา และความสามารถในการนำวัตถุดิบไปใช้ต่อในระดับอุตสาหกรรม

และแม้จะสามารถผลิตผำที่มีคุณภาพได้ แต่การนำวัตถุดิบเข้าสู่ตลาดอุตสาหกรรมยังมีข้อจำกัดสำคัญเรื่องการแปรรูป ปัจจุบันประเทศไทยยังไม่มีเครื่องจักรมาตรฐานที่ออกแบบมาสำหรับการแปรรูปผำโดยเฉพาะ รวมถึงยังไม่มีขั้นตอนสำเร็จรูปในระดับอุตสาหกรรม ตั้งแต่วิธีการล้างเพื่อลดเชื้อ ไปจนถึงการพาสเจอร์ไรส์เพื่อยืดอายุการเก็บรักษา

ปัญหาที่พบอีกด้านคือ สีเขียวของผำที่สามารถซีดจางลงหลังผ่านการแปรรูป โดยอาจเกิดขึ้นภายในประมาณ 3-4 เดือน ซึ่งเคยทำให้ผู้ผลิตสินค้าสุขภาพบางรายต้องหยุดแผนพัฒนาผลิตภัณฑ์ ปัญหานี้จึงต้องอาศัยการวิจัยเพื่อหากระบวนการที่สามารถรักษาทั้งสีและกลิ่นธรรมชาติของผำให้คงอยู่ได้นานขึ้น ขณะที่บริษัท ภักดีบดินทร์ พยายามปรับกระบวนการแปรรูปภายในให้สั้นลงและลดต้นทุน เพื่อให้ราคาวัตถุดิบสามารถตอบโจทย์ตลาดอุตสาหกรรมได้

พร้อมกันนั้น บริษัทยังอยู่ระหว่างเดินหน้ายื่นขอการรับรองมาตรฐานฮาลาล ซึ่งคุณรัตนาภรณ์มองว่าเป็นเงื่อนไขสำคัญสำหรับการเข้าสู่โรงงานขนาดใหญ่ เนื่องจากโรงงานรับจ้างผลิตจำนวนมากมีการผลิตสินค้าเพื่อส่งออกและใช้กระบวนการตามมาตรฐานฮาลาล หากผำอบแห้งที่ใช้เป็นวัตถุดิบไม่มีมาตรฐานดังกล่าวรองรับ โรงงานก็ไม่สามารถนำเข้าสู่กระบวนการผลิตได้

ไม่หยุดแค่ผงผำ แต่ต้องไปถึงสารสกัดมูลค่าสูง

ภักดีบดินทร์ ปั้น 'ผำไทย' จากชุมชนสระแก้วสู่ตลาดอุตสาหกรรม

อีกโจทย์ที่ต้องเตรียมรับมือตั้งแต่ตลาดยังอยู่ในช่วงเติบโต คือความเสี่ยงที่ผลผลิตจะล้นตลาด เพราะผำสามารถเติบโตและเก็บเกี่ยวได้ทุก 5-7 วัน หากเกษตรกรจำนวนมากหันมาเพาะเลี้ยงพร้อมกัน แต่ตลาดยังพึ่งพาการจำหน่ายผงผำอบแห้งเป็นหลัก ปริมาณวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วอาจกลายเป็นปัญหาในอนาคต

บริษัท ภักดีบดินทร์ จึงมองไปถึงการพัฒนาสารสกัดมูลค่าสูงจากผำ เช่น การสกัดกรดอะมิโนจำเป็นจากธรรมชาติ หรือวิตามินบี 12 เพื่อนำไปใช้ในอุตสาหกรรมยา อาหารเสริม และเครื่องสำอาง แนวทางนี้ไม่เพียงเพิ่มมูลค่าให้ผำ แต่ยังเป็นช่องทางรองรับผลผลิตจากเกษตรกรได้มากกว่าการพึ่งตลาดผำอบแห้งเพียงอย่างเดียว

สำหรับคุณรัตนาภรณ์ การเติบโตของอุตสาหกรรมผำจึงไม่ควรถูกมองเป็นการแข่งขันระหว่างเกษตรกรหรือผู้ประกอบการไทยด้วยกันเอง เพราะการแข่งขันด้านคุณภาพจะช่วยให้สินค้าพัฒนาไปข้างหน้า คู่แข่งที่แท้จริงคือวัตถุดิบทางเลือกจากประเทศอื่นที่อาจมีต้นทุนต่ำกว่า สิ่งที่ผู้เกี่ยวข้องกับผำไทยต้องทำร่วมกันจึงเป็นการรักษาคุณภาพ ลดต้นทุน และสร้างงานวิจัยที่ทำให้ตลาดเชื่อมั่นในวัตถุดิบจากประเทศไทย

หากทำได้ ผำอาจไม่ได้เป็นเพียงพืชที่สร้างโอกาสใหม่ให้ภาคเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร แต่ยังกลับไปตอบคำถามตั้งต้นของคุณรัตนาภรณ์ว่า จะทำอย่างไรให้คนในชุมชนมีงาน มีรายได้ และไม่จำเป็นต้องออกจากบ้านไปทำงานไกล เพราะสำหรับเธอ ความสำเร็จของธุรกิจไม่ได้วัดจากการขายผำได้มากเพียงใดเท่านั้น แต่อยู่ที่การทำให้รายได้จากพืชชนิดนี้กลับไปสร้างอาชีพ และทำให้ครอบครัวในสระแก้วมีโอกาสกลับมาอยู่ใกล้กันมากขึ้น

ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

สวทช. ยกระดับ ‘ผำไทย’ จากฟาร์มอัจฉริยะสู่อุตสาหกรรมอาหาร

เส้นทาง ‘ไก่ซีพี’ จากห้องแล็บ DNA สู่มาตรฐานอาหารอวกาศ

×

Share

ผู้เขียน

Sona Satta Avatar