Story of Business • Technology • Sustainability
Share on
×

Share

Waste to Worth เปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ใช้แล้วสู่เศรษฐกิจหมุนเวียน

Waste to Worth เปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ใช้แล้วสู่เศรษฐกิจหมุนเวียน

บรรจุภัณฑ์อาจเป็นสิ่งที่อยู่กับสินค้าเพียงช่วงเวลาหนึ่ง แต่เมื่อสินค้าถูกนำออกไปใช้ สิ่งที่เหลืออยู่คือวัสดุจำนวนมหาศาลที่ต้องมีปลายทางว่าจะกลายเป็นขยะ หรือถูกนำกลับเข้าสู่ระบบการผลิตอีกครั้ง โจทย์ของเศรษฐกิจหมุนเวียนจึงไม่ได้อยู่เพียงการผลิตบรรจุภัณฑ์ที่ใช้วัสดุน้อยลงหรือรีไซเคิลได้เท่านั้น แต่อยู่ที่การออกแบบทั้งระบบให้วัสดุหลังการใช้งานสามารถเดินทางกลับมาเป็นวัตถุดิบได้จริง

สุนทร ยงค์วิบูลศิริ ESG, Safety and Compliance Director บริษัท เอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ SCGP กล่าวในหัวข้อ “Waste to Worth: Packaging as the Engine of Circular Economy” ภายในงานสัมมนา Circular Economy Forum 2026: Sustainability in Action ซึ่ง The Story Thailand จัดร่วมกับหอการค้าไทย และสถาบันวิทยาการเศรษฐกิจหมุนเวียนเพื่อผู้ประกอบการและผู้บริโภค (CE Academy by UTCC) ว่า บรรจุภัณฑ์เป็นส่วนหนึ่งของสินค้าที่อยู่ใกล้ตัวผู้บริโภค ตั้งแต่บรรจุภัณฑ์ที่สัมผัสสินค้าโดยตรง บรรจุภัณฑ์สำหรับรวมสินค้าเป็นแพ็ค ไปจนถึงบรรจุภัณฑ์เพื่อการขนส่ง ขณะที่ความต้องการของผู้บริโภคและข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อมกำลังทำให้บทบาทของบรรจุภัณฑ์เปลี่ยนไป จากการทำหน้าที่ปกป้องสินค้าและอำนวยความสะดวกในการใช้งาน ไปสู่การออกแบบที่ต้องคำนึงถึงการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและการนำวัสดุกลับมาใช้ใหม่ตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน

SCGP ดำเนินธุรกิจบรรจุภัณฑ์จากวัสดุหลัก 2 กลุ่ม คือ กระดาษและพลาสติก มีการดำเนินงานใน 14 ประเทศ และโรงงาน 68 แห่ง ครอบคลุมตลาดหลักในอาเซียน รวมถึงยุโรปและอเมริกา บรรจุภัณฑ์ที่อยู่ในระบบมีตั้งแต่ Primary Packaging ที่สัมผัสกับสินค้าโดยตรง Secondary Packaging สำหรับรวมสินค้าเป็นแพ็ค ไปจนถึง Tertiary Packaging ที่ใช้สำหรับการขนส่ง สะท้อนว่าบรรจุภัณฑ์ไม่ได้เป็นเพียงส่วนประกอบของสินค้า แต่เชื่อมโยงอยู่กับกระบวนการผลิต การจำหน่าย และการขนส่งในหลายอุตสาหกรรม

บรรจุภัณฑ์ยิ่งซับซ้อนยิ่งรีไซเคิลยาก

ความท้าทายสำคัญเกิดขึ้นเมื่อความต้องการของผู้บริโภคเปลี่ยนไป บรรจุภัณฑ์ไม่ได้มีหน้าที่เพียงปกป้องสินค้าและสร้างความสวยงามอีกต่อไป แต่ต้องใช้งานสะดวกขึ้น โดยเฉพาะในสังคมที่มีผู้สูงอายุมากขึ้น เช่น สินค้าอุปโภคบริโภค การเปิดและปิดจึงต้องง่าย หรือเมื่อซื้อสินค้าขนาดใหญ่และใช้ไม่หมด บรรจุภัณฑ์ต้องสามารถปิดกลับได้ ขณะเดียวกัน ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับสุขภาพและต้องการข้อมูลเกี่ยวกับสินค้า ตั้งแต่คุณค่าทางอาหารไปจนถึงความปลอดภัย รวมทั้งต้องการประสบการณ์จากการเปิดบรรจุภัณฑ์ที่แตกต่างออกไป

เทคโนโลยีดิจิทัลยังเข้ามามีบทบาทมากขึ้นผ่าน Smart Packaging และ QR Code ซึ่งช่วยเชื่อมผู้บริโภคกับข้อมูลของสินค้าและบรรจุภัณฑ์ ตั้งแต่คุณสมบัติของสินค้าไปจนถึงที่มาของบรรจุภัณฑ์ แต่ยิ่งบรรจุภัณฑ์ต้องตอบโจทย์หลายด้าน การออกแบบก็ยิ่งซับซ้อน กระดาษอาจต้องเคลือบพลาสติก บรรจุภัณฑ์บางประเภทต้องมีพลาสติกใส หรือฟิล์มหลายชั้นเพื่อป้องกันอากาศและความชื้น ความซับซ้อนของวัสดุเหล่านี้กลับกลายเป็นอุปสรรคเมื่อบรรจุภัณฑ์หมดหน้าที่ เพราะวัสดุหลายชนิดที่ประกบอยู่ด้วยกันทำให้การแยกและนำกลับไปรีไซเคิลทำได้ยากขึ้น

โจทย์ของผู้ผลิตจึงเป็นการหาจุดสมดุลระหว่างคุณสมบัติที่ผู้บริโภคต้องการกับความสามารถในการนำวัสดุกลับมาใช้ใหม่ โดย SCGP ใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีพัฒนาบรรจุภัณฑ์ให้รีไซเคิลได้มากที่สุด เพื่อให้วัสดุสามารถกลับมาใช้ผลิตบรรจุภัณฑ์ใหม่อีกครั้ง แนวทางดังกล่าวยังต้องสอดคล้องกับกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมที่เพิ่มขึ้น ไม่ว่าจะเป็นกฎระเบียบด้านบรรจุภัณฑ์และขยะบรรจุภัณฑ์ของสหภาพยุโรป (PPWR) หลักการขยายความรับผิดชอบของผู้ผลิต หรือ EPR รวมถึง CBAM ขณะที่การกล่าวอ้างด้านสิ่งแวดล้อมต้องมีข้อมูลและหลักฐาน หรือการรับรอง ไม่เช่นนั้นอาจเข้าข่าย Greenwashing

ลดวัสดุตั้งแต่ต้นทางออกแบบให้ใช้ต่อได้

การนำหลักเศรษฐกิจหมุนเวียนมาใช้กับบรรจุภัณฑ์ เริ่มได้ตั้งแต่ก่อนวัสดุกลายเป็นของเหลือใช้ สำหรับกล่องกระดาษซึ่งเป็นบรรจุภัณฑ์ที่รีไซเคิลได้ง่าย แนวทางแรกคือ Reduce หรือลดปริมาณทรัพยากรที่ใช้ตั้งแต่ต้นทาง SCGP จึงพัฒนาเทคโนโลยีที่ทำให้กล่องกระดาษบางลง แต่ยังรักษาความแข็งแรงไว้ได้ เมื่อใช้วัสดุน้อยลง ปริมาณวัสดุที่ต้องจัดการหลังการใช้งานก็ลดลงตามไปด้วย

จาก Reduce จึงต่อไปสู่ Reuse ด้วยการออกแบบให้บรรจุภัณฑ์บางประเภทมีอายุการใช้งานยาวกว่าหน้าที่เดิม เมื่อกล่องทำหน้าที่ปกป้องสินค้าเสร็จแล้ว สามารถเปลี่ยนไปเป็นของตกแต่งหรือของเล่น เพื่อยืดระยะเวลาก่อนที่บรรจุภัณฑ์จะเข้าสู่ปลายทางของการใช้งาน และเมื่อไม่สามารถใช้ต่อได้อีก จึงเข้าสู่ขั้นตอน Recycle ซึ่งเป็นจุดที่การออกแบบตั้งแต่ต้นมีความสำคัญอย่างมาก

ตัวอย่างที่เห็นชัด คือบรรจุภัณฑ์อาหาร เพราะเศษอาหารที่ติดอยู่กับบรรจุภัณฑ์เป็นอุปสรรคต่อกระบวนการรีไซเคิล ทั้งด้านความสะอาดและคุณภาพของวัสดุ SCGP จึงร่วมกับลูกค้าออกแบบบรรจุภัณฑ์อาหารที่ประกอบด้วยถาดกระดาษเคลือบพลาสติก ให้ผู้บริโภคสามารถฉีกพลาสติกออกจากถาดได้ง่ายหลังใช้งาน เหลือเป็นถาดกระดาษสะอาดที่สามารถเข้าสู่ระบบรีไซเคิลได้ง่ายขึ้น

อีกโจทย์หนึ่งคือซองขนมและอาหาร ซึ่งต้องใช้คุณสมบัติหลายด้านพร้อมกัน ทั้งการพิมพ์ การซีล และการป้องกันอากาศหรือความชื้น จึงมักประกอบด้วยพลาสติกหลายชนิดในหลายชั้น เมื่อวัสดุต่างชนิดอยู่รวมกัน การรีไซเคิลจึงทำได้ยาก แนวทางที่นำมาใช้คือ Mono Material เช่น Mono PE หรือ Mono PP เพื่อให้บรรจุภัณฑ์ประกอบจากวัสดุประเภทเดียวกันและนำกลับไปรีไซเคิลได้ง่ายกว่าเดิม

รีไซเคิลได้ต้องเก็บกลับเข้าสู่ระบบได้ด้วย

แม้จะออกแบบบรรจุภัณฑ์ให้รีไซเคิลได้ แต่เศรษฐกิจหมุนเวียนจะไม่เกิดขึ้นหากไม่มีระบบนำวัสดุกลับมาใช้ใหม่ กรณีของกระดาษสะท้อนโจทย์นี้ได้ชัดเจน เพราะกล่องกระดาษที่ใช้อยู่มีสัดส่วนวัตถุดิบจากเศษกระดาษที่ผ่านการใช้งานแล้วมากกว่า 95% การผลิตจึงต้องพึ่งพาการนำกระดาษกลับเข้าสู่ระบบอย่างต่อเนื่อง

สุนทร ยงค์วิบูลศิริ ESG, Safety and Compliance Director บริษัท เอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ SCGP
สุนทร ยงค์วิบูลศิริ ESG, Safety and Compliance Director บริษัท เอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน)

ปัญหาของประเทศไทย คือบรรจุภัณฑ์จำนวนหนึ่งเดินทางออกนอกประเทศไปพร้อมกับสินค้าส่งออก ทำให้วัสดุเหล่านั้นไม่ได้กลับเข้าสู่ระบบภายในประเทศ จากข้อมูลที่คุณสุนทรนำเสนอ อัตราการเก็บกลับของกล่องกระดาษและบรรจุภัณฑ์กระดาษในตลาดอยู่ที่ประมาณ 65-70% ส่วนที่ยังขาดจึงต้องอาศัยการนำเข้าเศษกระดาษจากต่างประเทศ การสร้างเศรษฐกิจหมุนเวียนในอุตสาหกรรมกระดาษจึงไม่ใช่เพียงการมีโรงงานรีไซเคิล แต่ต้องบริหารวัตถุดิบหมุนเวียนตลอดทั้งห่วงโซ่คุณค่า

SCGP จึงพัฒนากลไกการรับซื้อและรวบรวมวัตถุดิบกระดาษรีไซเคิลเพื่อนำกลับเข้าสู่โรงงาน โดยศูนย์รับซื้อทำหน้าที่รวบรวมเศษกระดาษและอัดเป็นมัดที่แน่นขึ้นช่วยให้ขนส่งได้สะดวกและบริหารต้นทุนการขนส่งได้ดีขึ้น ก่อนส่งกลับเข้าสู่โรงงานกระดาษ

อีกช่องทางหนึ่งคือการทำงานร่วมกับพันธมิตรในห่วงโซ่คุณค่า เช่น ร้านค้าปลีกและศูนย์กระจายสินค้า เมื่อกล่องกระดาษถูกใช้สำหรับขนส่งสินค้าไปถึงปลายทางแล้ว กล่องที่เหลือสามารถรวบรวมและส่งกลับเข้าสู่ระบบได้โดยตรง ข้อได้เปรียบคือกระดาษจากช่องทางนี้ยังมีคุณภาพและความสะอาดสูง จึงสามารถนำกลับไปสร้างมูลค่าใหม่ได้ง่ายกว่าวัสดุที่ผ่านการปะปนกับขยะประเภทอื่น

เศรษฐกิจหมุนเวียนต้องร่วมมือทั้งห่วงโซ่

อย่างไรก็ตาม การหมุนเวียนวัสดุไม่สามารถเกิดขึ้นได้จากผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์เพียงฝ่ายเดียว เพราะข้อมูล วัตถุดิบ และการจัดการวัสดุหลังใช้งานกระจายอยู่กับผู้เล่นหลายกลุ่ม ตั้งแต่ Supplier ผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์ เจ้าของสินค้า ร้านค้า ไปจนถึงผู้บริโภค การทำให้ระบบเดินได้จึงต้องอาศัยเป้าหมายร่วมกันตลอดห่วงโซ่คุณค่า

ความร่วมมือกับซัพพลายเออร์มีความสำคัญมากขึ้นเมื่อผู้ผลิตต้องจัดทำข้อมูลด้านความยั่งยืน โดยเฉพาะ Carbon Footprint of Products (CFP) เพราะการคำนวณคาร์บอนของบรรจุภัณฑ์หนึ่งหน่วยไม่ได้มีเฉพาะการปล่อยจากกระบวนการผลิตของ SCGP แต่รวมถึงวัตถุดิบและสิ่งที่รับมาจากซัพพลายเออร์ด้วย ผู้ผลิตจึงต้องอาศัยข้อมูลจากคู่ค้า ก่อนนำไปสู่ขั้นต่อไปคือการร่วมกันลด Carbon Footprint ลง

โจทย์นี้ยิ่งท้าทายสำหรับซัพพลายเออร์ที่เป็น SME ซึ่งอาจมีความตั้งใจ แต่ยังมีข้อจำกัดด้านความรู้ ความสามารถในการคำนวณ และการเข้าถึงทรัพยากร SCGP จึงเข้าไปทำงานร่วมกับคู่ค้าเพื่อสนับสนุนการจัดทำข้อมูล ขณะที่อีกด้านหนึ่งต้องร่วมมือกับลูกค้าในการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ให้ตอบทั้งความต้องการของผู้บริโภคและเป้าหมายด้านเศรษฐกิจหมุนเวียน

หัวใจของ Waste to Worth จึงไม่ได้อยู่ที่การเปลี่ยนขยะให้มีราคาเพียงปลายทาง แต่อยู่ที่การทำให้วัสดุยังคงมีคุณค่าและสามารถเดินกลับเข้าสู่ระบบได้ตั้งแต่วันที่เริ่มออกแบบบรรจุภัณฑ์ การลดปริมาณวัสดุ การออกแบบให้ใช้ซ้ำหรือแยกวัสดุได้ง่าย การเลือกใช้วัสดุที่เอื้อต่อการรีไซเคิล ล้วนต้องเดินควบคู่กับระบบเก็บกลับและโครงสร้างพื้นฐานที่ทำให้ผู้บริโภครู้ว่าบรรจุภัณฑ์แต่ละประเภทต้องจัดการอย่างไรและนำไปคืนที่ไหน

เมื่อเชื่อมองค์ประกอบเหล่านี้เข้าด้วยกัน บรรจุภัณฑ์จึงไม่ได้สิ้นสุดคุณค่าเมื่อสินค้าถูกนำออกจากกล่องหรือถุง แต่สามารถกลับมาเป็นวัตถุดิบของการผลิตครั้งต่อไปได้ เศรษฐกิจหมุนเวียนจึงจะเกิดขึ้นได้จริงเมื่อการออกแบบ การใช้ การเก็บกลับ และการรีไซเคิลทำงานเป็นระบบเดียวกัน และทุกฝ่ายในห่วงโซ่คุณค่ามุ่งไปสู่เป้าหมายเดียวกัน

ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

Nature Positive เมื่อธรรมชาติกลายเป็นกลยุทธ์ธุรกิจ

Circular Economy กติกาธุรกิจใหม่เมื่อความยั่งยืนกำหนดการแข่งขัน

×

Share

ผู้เขียน

The Story Thailand Avatar