ตลาดการลงทุนเข้าสู่ไตรมาสสุดท้ายของปี 2569 ในจังหวะที่เศรษฐกิจและผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนยังเป็นแรงพยุงสำคัญ แต่พื้นที่สำหรับการปรับขึ้นของตลาดเริ่มจำกัดลง หลังราคาสินทรัพย์ปรับตัวขึ้นมาระดับหนึ่ง ขณะที่สงครามที่ยืดเยื้อ ราคาน้ำมัน ดอกเบี้ย และผลตอบแทนพันธบัตรกำลังเพิ่มแรงกดดันต่อเศรษฐกิจและตลาดการเงิน
InnovestX มองว่า ไตรมาส 4 ยังมีโอกาสลงทุน แต่ต้องเพิ่มความระมัดระวัง หลังตลาดปรับตัวขึ้นมาระดับหนึ่งและมีโอกาสปรับขึ้นต่อจำกัดลง ขณะที่ความผันผวนยังอยู่ กลยุทธ์จึงเน้นเลือกอุตสาหกรรมและหุ้นที่มีพื้นฐานแข็งแกร่ง หลีกเลี่ยงการไล่ราคา รอจังหวะเข้าลงทุน และกระจายความเสี่ยงในพอร์ต
สุทธิชัย คุ้มวรชัย Head of Investment Strategy & Research บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (InnovestX) กล่าวว่า พื้นฐานที่ยังค้ำตลาดอยู่คือผลประกอบการของบริษัท ซึ่งยังเติบโตได้ โดยเฉพาะตลาดโลกที่ธุรกิจเกี่ยวข้องกับ AI และโครงสร้างพื้นฐานยังรายงานผลประกอบการค่อนข้างดี ขณะที่ตลาดหุ้นไทยมีแรงสนับสนุนจากหลายกลุ่มธุรกิจ
แต่ภาพในไตรมาส 3 เริ่มส่งสัญญาณว่าความผันผวนเพิ่มขึ้น นักลงทุนต่างชาติที่เคยกลับเข้ามาซื้อในช่วงต้นไตรมาสมีการขายออกในเวลาต่อมา ขณะที่ธนาคารกลางหลักกลับมาอยู่ในทิศทางขึ้นดอกเบี้ย ทำให้การลงทุนในช่วงที่เหลือของปีต้องเพิ่มความระมัดระวังมากขึ้น
สงครามส่งต่อความเสี่ยงถึงดอกเบี้ยและค่าเงิน
ความเสี่ยงสำคัญไม่ได้เกิดขึ้นแยกจากกัน แต่เชื่อมโยงตั้งแต่ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่ยืดเยื้อ ส่งผลให้ราคาน้ำมันอยู่ในระดับสูง ก่อนส่งต่อไปยังเงินเฟ้อ ทิศทางดอกเบี้ย ต้นทุนทางการเงิน และค่าเงินบาท
InnovestX มองว่า หากสถานการณ์ความขัดแย้งคลี่คลายและการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซกลับเข้าสู่ภาวะปกติ ห่วงโซ่ความเสี่ยงดังกล่าวก็สามารถเปลี่ยนทิศได้ แต่ตราบใดที่ความไม่แน่นอนยังอยู่ นักลงทุนจำเป็นต้องติดตามหลายปัจจัยพร้อมกัน โดยเฉพาะราคาน้ำมัน ผลตอบแทนพันธบัตร หนี้สาธารณะ การเมืองและการเลือกตั้ง ภาวะเอลนีโญ การเติบโตของกำไรบริษัท และความต้องการด้าน AI

ดร.ปิยศักดิ์ มานะสันต์ หัวหน้านักวิจัยเศรษฐกิจ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (InnovestX) มองว่า แม้ดอกเบี้ยมีทิศทางสูงขึ้น แต่เศรษฐกิจโลกยังรับแรงกดดันได้ระดับหนึ่ง โดยการลงทุนด้าน AI และโครงสร้างพื้นฐาน รวมถึงความต้องการชิป เซมิคอนดักเตอร์ และศูนย์ข้อมูล ยังช่วยสนับสนุนการผลิตและการส่งออกของหลายประเทศ
แรงกดดันที่ต้องจับตาคือผลตอบแทนพันธบัตรที่ปรับสูงขึ้น เพราะเมื่อรัฐบาลมีภาระการใช้จ่ายและต้องระดมเงินมากขึ้น ผลตอบแทนพันธบัตรก็ถูกผลักขึ้นตามไปด้วย และส่งต่อไปยังต้นทุนทางการเงินของภาคธุรกิจ หากภาวะดอกเบี้ยและผลตอบแทนพันธบัตรสูงยืดเยื้อ สภาพการเงินจะตึงตัวมากขึ้น และอาจทำให้เศรษฐกิจและการลงทุนชะลอลงในระยะต่อไป
InnovestX ปรับสมมติฐานราคาน้ำมันเฉลี่ยปี 2569 ขึ้นเป็น 90 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล และปี 2570 อยู่ที่ 80 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล พร้อมมองค่าเงินบาทมีแนวโน้มอ่อนค่าลง ขณะที่ทิศทางดอกเบี้ยของธนาคารกลางหลักและผลตอบแทนพันธบัตรยังตึงตัว ซึ่งจะเป็นตัวแปรสำคัญต่อเศรษฐกิจและตลาดการเงิน
คง GDP ไทยปี 2569-2570 ที่ 2%
สำหรับเศรษฐกิจไทย InnovestX ยังคงประมาณการ GDP ปี 2569 และ 2570 ที่ 2% แม้กรุงเทพฯ เผชิญน้ำท่วม โดยประเมินว่าสถานการณ์ครั้งนี้แตกต่างจากมหาอุทกภัยปี 2554 เพราะเกิดจากฝนตกหนักในพื้นที่ ไม่ใช่มวลน้ำเหนือขนาดใหญ่ ผลกระทบจึงจำกัดวงและกระจุกอยู่ในไตรมาส 3 เป็นหลัก ขณะที่มาตรการไทยช่วยไทยพลัส เฟส 2 จะเข้ามาช่วยหักล้างผลกระทบบางส่วน
ภาพเศรษฐกิจไทยยังมีลักษณะ K-shaped โดยการลงทุนภาคเอกชนและการส่งออกที่ได้รับแรงหนุนจากกระแส AI เป็นแรงขับเคลื่อนในปีนี้ ก่อนที่ปี 2570 น้ำหนักจะเคลื่อนไปสู่ภาครัฐและการบริโภคมากขึ้น
ด้านนโยบายการเงิน InnovestX มองว่าดอกเบี้ยไทยจะยังอยู่ที่ประมาณ 1% ท่ามกลางทิศทางที่แตกต่างจากธนาคารกลางขนาดใหญ่ซึ่งยังมีแรงกดดันให้ขึ้นดอกเบี้ย ส่วนต่างของอัตราดอกเบี้ยจึงเป็นปัจจัยหนึ่งที่กดดันเงินบาทให้อ่อนค่า
กำไรบริษัทยังพยุงตลาด แต่ไม่ใช่จังหวะไล่ราคา
เมื่อเศรษฐกิจยังไม่เข้าสู่ภาวะถดถอยและกำไรบริษัทยังเติบโต ตลาดหุ้นจึงยังมีแรงพยุง แต่เงื่อนไขการลงทุนเริ่มยากขึ้น
สิทธิชัย ดวงรัตนฉายา หัวหน้านักกลยุทธ์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (InnovestX) มองว่า แม้ปัจจัยมหภาคมีความเปราะบาง แต่กำไรของบริษัทจดทะเบียนยังสนับสนุนตลาดหุ้น โดยประมาณการกำไรต่อหุ้นของตลาดหุ้นไทยได้รับการปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะจากกลุ่มพลังงาน ส่วนในตลาดโลก การเติบโตของกำไรเริ่มกระจายจากกลุ่มเทคโนโลยีไปสู่อุตสาหกรรมอื่นมากขึ้น
ปัญหาคือหลังตลาดปรับขึ้นมาระดับหนึ่ง โอกาสในการปรับขึ้นต่อเริ่มจำกัด ขณะที่ราคาน้ำมัน เงินเฟ้อ นโยบายการเงิน ต้นทุนทางการเงิน เอลนีโญ และราคาชิป เป็นความเสี่ยงที่อาจเพิ่มแรงกดดัน หากราคาพลังงานไม่ลดลง กลยุทธ์จึงอยู่ที่การหลีกเลี่ยงการไล่ราคาและรอจังหวะเข้าลงทุน
InnovestX ตั้งเป้าหมาย SET Index ปี 2570 ที่ 1,715 จุด และมองบริเวณ 1,550 จุด เป็นระดับที่เริ่มน่าสนใจสำหรับทยอยสะสม โดยให้น้ำหนักกับบริษัทที่มีงบดุลแข็งแกร่ง ได้รับผลกระทบจากปัจจัยภายนอกจำกัด และมีความชัดเจนของกำไร หุ้นที่เลือกสำหรับช่วงนี้ ได้แก่ AMATA, CENTEL, CRC, KTB และ PR9
สำหรับตลาดต่างประเทศ InnovestX ยังมองหุ้นที่ได้ประโยชน์จาก AI ทั้ง Google, Amazon, Nvidia, Tencent และ Alibaba ส่วนกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ให้น้ำหนักกับบริษัทที่อยู่ในจุดคอขวดของอุตสาหกรรม หรือได้รับแรงสนับสนุนจากนโยบายการใช้ชิปในประเทศของจีน พร้อมกับมองว่าพอร์ตไม่ควรกระจุกอยู่กับเทคโนโลยีเพียงกลุ่มเดียว
กระจายพอร์ตออกจาก Tech เมื่อผลตอบแทนเริ่มกว้างขึ้น
โจทย์ของการลงทุนจึงไม่ได้อยู่เพียงว่าจะเลือกตลาดไหน แต่รวมถึงการจัดโครงสร้างพอร์ตให้รับมือกับตลาดที่ผันผวนมากขึ้น โดยเฉพาะนักลงทุนที่สะสมหุ้นเทคโนโลยีหรือ S&P 500 ไว้ในสัดส่วนสูงจากการเติบโตของตลาดในช่วงที่ผ่านมา
จรณพงศ์ รัตนะโสภา Head of Investment Product Specialist บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (InnovestX) มองว่า การจัดพอร์ตระยะยาวสามารถแบ่งบทบาทออกเป็นส่วนที่เป็นแกนหลักของพอร์ต ส่วนที่มีลักษณะตั้งรับหรือสร้างรายได้จากเงินปันผล และส่วนที่สร้างโอกาสการเติบโต โดยในภาวะตลาดปัจจุบัน หุ้นปันผลคุณภาพสามารถเข้ามาช่วยกระจายความเสี่ยงออกจากเทคโนโลยีได้
ตัวอย่างที่ InnovestX นำเสนอคือกองทุน M-SCHD ซึ่งลงทุนผ่าน Schwab U.S. Dividend Equity ETF (SCHD) ในหุ้นสหรัฐฯ กลุ่มปันผลคุณภาพ ปัจจุบัน SCHD มีสัดส่วนหุ้นเทคโนโลยีน้อยกว่า 10% เทียบกับ S&P 500 ที่มีสัดส่วนเกือบ 40% ขณะที่ค่าสหสัมพันธ์ระหว่าง SCHD กับ S&P 500 ลดลงมาอยู่ประมาณ 0.3 ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่จัดตั้งในปี 2554 ทำให้สินทรัพย์กลุ่มนี้มีบทบาทในการเพิ่มการกระจายความเสี่ยงของพอร์ต
การเพิ่มหุ้นปันผลไม่ได้หมายถึงการออกจากหุ้นเทคโนโลยี เพราะ InnovestX ยังไม่เห็นสัญญาณในระยะสั้นว่าความต้องการด้าน AI จะหยุดลง แต่การเติบโตของกำไรที่เริ่มกระจายไปสู่อุตสาหกรรมอื่น ทำให้นักลงทุนมีทางเลือกมากขึ้น และไม่จำเป็นต้องผูกผลตอบแทนของพอร์ตไว้กับหุ้นเทคโนโลยีเพียงกลุ่มเดียว
ตลาดยังมีโอกาส แต่เงื่อนไขการลงทุนเปลี่ยน
ภาพไตรมาส 4 จึงมีทั้งแรงหนุนและแรงกดดันอยู่พร้อมกัน เศรษฐกิจโลกยังเติบโต กำไรบริษัทยังช่วยพยุงตลาด และ AI ยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนของการลงทุนและการผลิต ขณะที่สงคราม ราคาน้ำมัน ดอกเบี้ย ผลตอบแทนพันธบัตร และหนี้สาธารณะกำลังเพิ่มข้อจำกัดให้กับตลาด
ความเปลี่ยนแปลงสำคัญจึงไม่ใช่ว่าโอกาสลงทุนหายไป แต่เป็นช่วงที่การเลือกมีความสำคัญมากขึ้น จากเดิมที่แรงส่งของตลาดสามารถพาสินทรัพย์หลายกลุ่มขึ้นไปพร้อมกัน นักลงทุนต้องกลับมาดูคุณภาพของบริษัท ความชัดเจนของกำไร ระดับราคา และความสมดุลของพอร์ตมากขึ้น
กลยุทธ์ของ InnovestX สำหรับไตรมาส 4/2569 จึงอยู่บนหลักเดียวกัน คือยังลงทุนได้ แต่ต้องเลือก หลีกเลี่ยงการไล่ราคา รอจังหวะเข้าลงทุน และสำหรับการลงทุนระยะยาวสามารถทยอยสะสมสินทรัพย์โดยเลือกให้สอดคล้องกับเป้าหมาย ระยะเวลาลงทุน และระดับความเสี่ยงที่รับได้
ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ
AWS เปิดมุมมอง Security 101 ยุค AI จากตรวจเป็นรอบ สู่การป้องกันต่อเนื่อง
AWC ส่ง ‘แม่ไก่ทองคำ’ เข้ากองทรัสต์ AWR REIT เปิดแผน 5 ปี ปั้นพอร์ตโตทะลุ 3 แสนล้าน



