Share on
×

Share

พลังงานสะอาดติดข้อจำกัดโครงข่ายไฟฟ้า ต้องเร่งลงทุนระบบส่งและกักเก็บ

พลังงานสะอาด ติดข้อจำกัดโครงข่ายไฟฟ้า ต้องเร่งลงทุนระบบส่งและกักเก็บ

การลงทุนในพลังงานสะอาดกำลังเผชิญข้อจำกัดที่การเพิ่มแผงโซลาร์เซลล์และกังหันลมเพียงอย่างเดียวแก้ไม่ได้ เมื่อระบบไฟฟ้ารองรับกำลังผลิตใหม่ได้ไม่ทัน เงินลงทุนจึงต้องครอบคลุมทั้งโครงข่าย ระบบส่ง ระบบกักเก็บพลังงาน และเทคโนโลยีที่ช่วยให้ระบบไฟฟ้าปรับตัวได้ ขณะเดียวกัน โครงการที่จะเข้าถึงเงินทุนต้องมีข้อมูลเพียงพอให้นักลงทุนประเมินผลตอบแทนและตรวจสอบผลด้านสิ่งแวดล้อมได้จริง ประเด็นเหล่านี้เป็นสาระสำคัญจากเวที Capital for Transition ในงาน Future-Ready Economy 2026 ซึ่งชี้ให้เห็นว่า การนำเทคโนโลยีมาใช้เปลี่ยนผ่านพลังงานต้องเดินไปพร้อมกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้ลงทุน

เงินลงทุนพลังงานสะอาดโต แต่โครงข่ายไฟฟ้ารองรับไม่ทัน

Justine Roche ผู้อำนวยการด้านตลาดเกิดใหม่ศูนย์พลังงานและวัสดุ World Economic Forum เปิดเผยว่า ในปี 2025 เงินลงทุนด้านพลังงานทั่วโลกอยู่ที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ราว 3.3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ในจำนวนนี้ประมาณ 2.3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐเป็นการลงทุนในพลังงานสะอาด สะท้อนว่าผู้ลงทุนมีความคุ้นเคยกับเทคโนโลยีเหล่านี้มากขึ้น จากเมื่อสิบปีก่อนที่ยังไม่เข้าใจวิธีประเมินการลงทุน ปัจจุบันมีทั้งแบบจำลองและแนวทางสำหรับลงทุนในสินทรัพย์แต่ละประเภทแล้ว แต่ความก้าวหน้านี้ทำให้ข้อจำกัดของระบบไฟฟ้าโดยรวมยิ่งชัดเจนขึ้น เพราะการลงทุนในกำลังผลิตพลังงานสะอาดกำลังเดินเร็วกว่าความสามารถของระบบที่จะรองรับ

Roche เห็นว่า ผู้ให้เงินทุนและรัฐบาลต้องมองการเปลี่ยนผ่านทั้งระบบ และจัดสรรเงินลงทุนในโครงข่ายไฟฟ้า ระบบส่ง ระบบกักเก็บพลังงาน รวมถึงเทคโนโลยีที่ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นให้สอดคล้องกับการลงทุนด้านการผลิต หากยังเพิ่มกำลังผลิตโดยไม่แก้ข้อจำกัดเหล่านี้ ระบบก็จะรับพลังงานสะอาดที่เพิ่มขึ้นไม่ได้เต็มที่ อีกเงื่อนไขสำคัญคือนโยบายและกฎระเบียบที่มีเสถียรภาพ คาดการณ์ได้ และต่อเนื่องหลายปี เพราะนักลงทุนต้องมั่นใจว่าโครงการที่ตัดสินใจลงทุนจะสามารถดำเนินต่อไปได้ตามแผน

บทบาทของรัฐบาลจึงต้องชัดเจนตั้งแต่การกำหนดทิศทางพลังงาน ความต้องการของภาคอุตสาหกรรม ไปจนถึงโครงสร้างพื้นฐานที่ยังขาด Roche ยกตัวอย่างการจัดหาเงินทุนด้านพลังงานในอียิปต์ ซึ่งรัฐบาลระบุความต้องการลงทุนทั้งกำลังผลิตพลังงานหมุนเวียนใหม่และโครงข่ายส่งไฟฟ้าไว้อย่างชัดเจน พร้อมประสานผู้ให้บริการเทคโนโลยี ภาคเอกชน และสถาบันการเงินเพื่อการพัฒนาเข้ามาทำงานร่วมกัน การมีโครงการที่ระบุได้ว่าต้องทำอะไรและได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล ช่วยให้นักลงทุนเห็นโอกาสและประเมินการลงทุนได้เป็นรูปธรรมมากขึ้น

ข้อมูลที่ตรวจสอบได้ ช่วยธุรกิจเข้าถึงเงินทุน

ข้อจำกัดเรื่องข้อมูลเป็นอีกประเด็นที่เชื่อมเทคโนโลยีเข้ากับเงินทุนโดยตรง ศรพล ตุลยะเสถียร เลขาธิการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) มองว่า มีเงินทุนเพียงพอสำหรับโครงการที่สร้างผลดีทั้งทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม แต่ผู้ลงทุนยังขาดข้อมูลที่จะใช้ประเมินความคุ้มค่าทางธุรกิจ และผลที่เกิดขึ้นจริง อีกทั้งต้องมีผู้ดำเนินโครงการที่เชื่อถือได้ เพราะความเสี่ยงที่กังวล คือการกล่าวอ้างเรื่องสิ่งแวดล้อมหรือ ESG โดยไม่มีผลรองรับ สำหรับกองทุนบำเหน็จบำนาญ การลงทุนยังต้องสร้างผลตอบแทนเพื่อให้สมาชิกมีความมั่นคงทางการเงินหลังเกษียณ ข้อมูลที่เพียงพอจึงเป็นเงื่อนไขสำคัญในการพิจารณาว่าโครงการใดสร้างผลตอบแทนควบคู่กับประโยชน์ต่อสังคมได้

ศรพล ยกตัวอย่างจากช่วงที่ทำงานกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่า บริษัทขนาดใหญ่สามารถจัดทำข้อมูลคาร์บอนฟุตพริ้นท์ได้ แต่ต้นทุนเป็นอุปสรรคสำหรับบริษัทขนาดกลางและขนาดเล็ก แม้จะเป็นบริษัทจดทะเบียนก็ตาม จึงมีการพัฒนาเครื่องมือคำนวณคาร์บอน ให้บริษัทจดทะเบียนใช้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เพื่อช่วยให้จัดทำข้อมูลที่ตรวจสอบตามมาตรฐานสากลได้ และต่อยอดความร่วมมือกับธนาคารพาณิชย์ในการให้สินเชื่อเพื่อการเปลี่ยนผ่าน โดยให้กิจการในห่วงโซ่อุปทานคำนวณคาร์บอนฟุตพริ้นท์ก่อน และหลังดำเนินการ เครื่องมือดังกล่าวจึงช่วยลดภาระการจัดทำข้อมูลของธุรกิจ และทำให้ผู้ให้เงินทุนมีข้อมูลประกอบการพิจารณาสินเชื่อ

อย่างไรก็ตาม การสนับสนุนธุรกิจรายเล็กต้องครอบคลุมความรู้ในการดำเนินงานด้วย ศรพล ระบุว่า บางบริษัทต้องการความรู้และวิธีปฏิบัติควบคู่กับเงินทุน ขณะที่บริษัทขนาดใหญ่สามารถช่วยคู่ค้าในห่วงโซ่อุปทานปรับตัวและวัดความก้าวหน้าได้ ส่วนภาครัฐต้องกำหนดแนวทางและเกณฑ์จัดประเภทกิจกรรมทางเศรษฐกิจด้านความยั่งยืนให้ชัดเจน เพื่อให้ธุรกิจและผู้ลงทุนใช้ประกอบการตัดสินใจ ในส่วนของ กบข. เขาระบุว่า ตั้งแต่ปี 2020 กองทุนลงทุนในตราสารหนี้สีเขียว ตราสารหนี้สีน้ำเงิน และตราสารหนี้เพื่อความยั่งยืนรวม 3,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยนำคะแนน ESG มาใช้คัดกรองการลงทุน และใช้สิทธิผู้ถือหุ้นผลักดันประเด็นด้านสภาพภูมิอากาศและสิทธิมนุษยชนด้วย

ปัญหาการเข้าถึงเงินทุนยังมีความแตกต่างระหว่างประเทศ Mahmoud Mohieldin ผู้แทนพิเศษของเลขาธิการสหประชาชาติ ด้านการจัดหาเงินทุนเพื่อวาระการพัฒนาที่ยั่งยืน ค.ศ. 2030 ระบุว่า ช่องว่างเงินทุนสำหรับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนในประเทศกำลังพัฒนาและตลาดเกิดใหม่เพิ่มจากปีละ 2.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐเมื่อเริ่มต้นในปี 2015 เป็นปีละ 4 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ แม้สินทรัพย์ภายใต้การบริหารของผู้ลงทุนจะเติบโตขึ้นก็ตาม เขามองว่าปัญหาครอบคลุมทั้งเงินทุนที่ไม่เพียงพอ กระบวนการที่ใช้เวลานานกว่าเงินจะถึงโครงการ และต้นทุนเงินทุนที่ไม่เป็นธรรม การระดมทรัพยากรในประเทศ ความร่วมมือระหว่างรัฐกับเอกชน และการใช้เงินทุนเพื่อการพัฒนาช่วยลดความเสี่ยงให้เอกชน จึงเป็นแนวทางที่หลายประเทศนำมาใช้

เทคโนโลยีจะเกิดผล ต้องพัฒนาคน และให้ชุมชนมีส่วนร่วม

Mohieldin มองว่า AI มีโอกาสช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและผลิตภาพให้ประเทศกำลังพัฒนาและตลาดเกิดใหม่ แต่การคว้าโอกาสนี้ต้องลงทุนในคน โครงสร้างพื้นฐาน และความเร็วอินเทอร์เน็ตควบคู่กับเทคโนโลยีดิจิทัล สำหรับประเทศไทย การประเมินความพร้อมต้องลงไปถึงแต่ละจังหวัด ภูมิภาค และชุมชน เพื่อให้เห็นว่าพื้นที่ใดยังต้องการการสนับสนุนด้านการศึกษาและทักษะ เขาเน้นว่าประชาชนต้องมีโอกาสใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี พร้อมกับได้รับการคุ้มครองจากผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น รวมถึงต้องจัดการประเด็นด้านจริยธรรมและธรรมาภิบาลของ AI

การนำเทคโนโลยีไปใช้ในพื้นที่ยังต้องให้ความสำคัญกับความรู้และวิถีชีวิตของคนในชุมชน ม.ล.ดิศปนัดดา ดิศกุล เลขาธิการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ ชี้ว่า การตัดสินใจจำนวนมากเกิดขึ้นในระดับบน แต่ผู้ที่รับผลกระทบคือคนในพื้นที่ซึ่งมีทรัพยากรและความสามารถรับมือความเสี่ยงน้อยกว่า ขณะเดียวกัน คนเหล่านี้เป็นผู้ดูแลป่า ดิน และน้ำโดยตรง การออกแบบโครงการจึงควรเปิดให้ชุมชนร่วมตัดสินใจและมีเครื่องมือสำหรับกำหนดแนวทางที่เหมาะกับตนเอง ธุรกิจต้องนำชุมชนและธรรมชาติมาอยู่ในแผนระยะยาว เพื่อให้การดำเนินงานสอดคล้องกับชีวิตของผู้ที่อยู่กับทรัพยากรเหล่านั้น

ม.ล.ดิศปนัดดา เสนอให้ธุรกิจพิจารณาต้นทุนการใช้ทรัพยากรธรรมชาติและเปิดเผยว่าใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพเพียงใด รวมถึงพิจารณารูปแบบที่ให้ชุมชนถือหุ้นและได้รับเงินปันผลระยะยาว แทนการซื้อที่ดินแล้วจ่ายเงินให้เพียงครั้งเดียว แนวคิดนี้สอดคล้องกับข้อเสนอของ Roche ที่ว่า การเปลี่ยนผ่านพลังงานต้องลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกไปพร้อมกับรักษาความมั่นคงในการจัดหา การเข้าถึงพลังงาน และราคาที่ประชาชนจ่ายไหว เพราะการยอมรับเทคโนโลยีขึ้นอยู่กับประโยชน์ที่คนได้รับด้วย ม.ล.ดิศปนัดดาจึงให้ความสำคัญกับการสร้างความเข้าใจว่าเทคโนโลยีและข้อมูลจะช่วยชุมชนอย่างไร เพื่อให้คนในพื้นที่สามารถนำไปใช้และร่วมขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงกับภาคธุรกิจได้จริง

ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

จาก ‘บ้านมาบจันทร์’ สู่ ‘บ้านหัวทุ่ง’ จากต้นน้ำสู่ปลายนาความร่วมมือเพื่อสร้าง ‘ภูมิคุ้มกันน้ำ’ ของชุมชน

Water Smart Community สร้างอย่างไรให้เกิดได้ทุกจังหวัดอย่างยั่งยืน

พ.ร.บ. เศรษฐกิจหมุนเวียน เปลี่ยนเกมขยะไทยจากต้นทาง

×

Share

ผู้เขียน

The Story Thailand Avatar