Story of Business • Technology • Sustainability
Share on
×

Share

กทม. ผนึก เจแอลแอล ยกระดับโครงการจัดการขยะทั่วเมือง

กทม. ผนึก เจแอลแอล ยกระดับโครงการจัดการขยะทั่วเมือง

เจแอลแอล ประเทศไทย (JLL) ประกาศเข้าร่วมเป็นพันธมิตรภาคเอกชนอย่างเป็นทางการในโครงการบริหารจัดการขยะของกรุงเทพมหานคร (กทม.) เพื่อนำองค์ความรู้ด้านการบริหารจัดการอาคารเชิงพาณิชย์และที่อยู่อาศัยมาสนับสนุนเป้าหมายสิ่งแวดล้อมระยะยาวของเมือง โดยมุ่งเน้นการคัดแยกขยะในอาคารที่มีความหนาแน่นสูง

โครงการนี้มุ่งเน้นการแก้ปัญหาขยะในอาคารสำนักงานและโครงการมิกซ์ยูส ซึ่งมีปริมาณขยะรายวันสูงและมีความซับซ้อนของผู้เช่า โดยเจแอลแอลเริ่มนำร่องตั้งแต่ปลายปี 2568 ผ่านการปรับปรุงระบบคัดแยกขยะต้นทางและการสร้างส่วนร่วมของผู้เช่า เพื่อลดปริมาณขยะในวงกว้างและเตรียมขยายผลสู่พอร์ตอสังหาริมทรัพย์ทั้งหมดภายในปี 2569

รับมือความท้าทายและเกณฑ์ “ผู้สร้างขยะเป็นผู้จ่าย”

ในปีงบประมาณ 2568 กรุงเทพมหานครมีการจัดเก็บขยะมูลฝอยเฉลี่ยประมาณ 9,560 ตันต่อวัน ซึ่งมากกว่าครึ่งหนึ่งเป็นขยะอาหาร ทั้งนี้ การปนเปื้อนของขยะอาหารกับวัสดุประเภทอื่นยังคงเป็นความท้าทายสำคัญ เนื่องจากทำให้มูลค่าของวัสดุรีไซเคิลลดลงและเพิ่มความซับซ้อนในกระบวนการจัดการปลายทาง

เพื่อรับมือกับความท้าทายดังกล่าว กทม.ได้ขยายโครงการคัดแยกขยะทั่วเมืองให้ครอบคลุมทั้ง 50 เขต พร้อมปรับแนวทางการบริหารจัดการขยะจากการมีส่วนร่วมโดยสมัครใจ ไปสู่มาตรการจูงใจตามหลัก “ผู้ก่อมลพิษเป็นผู้จ่าย” (Polluter Pays Principle) โดยข้อบัญญัติค่าธรรมเนียมการจัดการขยะฉบับใหม่ ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 28 กันยายน 2568 ได้กำหนดอัตราค่าธรรมเนียมที่แตกต่างกันตามปริมาณขยะที่เกิดขึ้น ภายใต้โครงสร้างใหม่นี้

  • ครัวเรือนที่มีปริมาณขยะไม่เกิน 20 ลิตรต่อวัน จะเสียค่าธรรมเนียมรายเดือนในอัตรา 60 บาท และสามารถลดเหลือ 20 บาท หากลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการคัดแยกขยะ
  • ขณะที่ผู้ก่อให้เกิดขยะในปริมาณมากจะถูกเรียกเก็บค่าธรรมเนียมตามปริมาณขยะภายใต้แนวทาง Pay-As-You-Throw (PAYT) ซึ่งสะท้อนหลักการว่า ผู้ที่สร้างขยะมากกว่าจะต้องรับภาระค่าใช้จ่ายในสัดส่วนที่มากกว่า

สำหรับอาคารสูง โดยเฉพาะอาคารเชิงพาณิชย์และโครงการมิกซ์ยูส ถือเป็นความท้าทายสำคัญด้านการดำเนินงาน เนื่องจากมีปริมาณขยะรายวันที่สูงและการคัดแยกขยะที่ยังไม่สม่ำเสมอ เพื่อตอบโจทย์ดังกล่าว กทม. จึงได้เริ่มโครงการนำร่องในเขตคลองเตยและเขตวัฒนา เพื่อพัฒนารูปแบบการบริหารจัดการขยะที่เหมาะสมกับอาคารที่มีความหนาแน่นสูง ซึ่งคาดว่าจะนำไปสู่การขยายผลในระดับเมืองต่อไป

มุมมองผู้บริหารและความร่วมมือภาครัฐ

ผู้บริหารและที่ปรึกษาจากทั้งสองหน่วยงานได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการเปลี่ยนนโยบายสู่การปฏิบัติจริงในภาคอสังหาริมทรัพย์:

กฤช ปิ่มหทัยวุฒิ กรรมการผู้จัดการ เจแอลแอล ประเทศไทย กล่าวว่า “ความรับผิดชอบของเราคือการถ่ายทอดเป้าหมายด้านความยั่งยืนให้กลายเป็นมาตรฐานการดำเนินงานที่สามารถนำไปใช้ได้จริงในอาคาร… การเข้าร่วมโครงการของ กทม. ในครั้งนี้จึงเป็นการปรับการดำเนินงานเชิงพาณิชย์ของเราให้สอดคล้องกับเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมของเมือง”

พรพรหม วิกิตเศรษฐ์ ที่ปรึกษาผู้ว่าฯ กทม. กล่าวเสริม “อาคารเชิงพาณิชย์ โดยเฉพาะอาคารสำนักงาน เป็นแหล่งกำเนิดขยะรายวันในปริมาณมากของกรุงเทพฯ ความร่วมมือกับผู้บริหารอาคารอย่างเจแอลแอล ช่วยให้เมืองสามารถยกระดับประสิทธิภาพการจัดการขยะในพื้นที่ที่มีปริมาณการดำเนินงานขนาดใหญ่ และต้องอาศัยมาตรฐานการดำเนินงานที่สม่ำเสมอ ซึ่งจะช่วยสนับสนุนเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมของกรุงเทพฯ ในภาพรวม”

ในระยะยาว กทม. อยู่ระหว่างปรับปรุงกฎระเบียบเพื่อเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนมีส่วนร่วมในระบบการเก็บ ขนย้าย และกำจัดขยะที่มีมาตรฐานสอดคล้องกันทั่วเมือง

ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

กทม. รับมือฝุ่น PM 2.5 และขยะเมือง ด้วยข้อมูลและกลไกเศรษฐศาสตร์

ศูนย์ฟอร์ดเพื่อนชุมชน: โมเดลแบ่งปันพื้นที่ ชุบชีวิตสถาปัตยกรรมเก่าสู่ความยั่งยืน

×

Share

ผู้เขียน

The Story Thailand Avatar