Story of Business • Technology • Sustainability
Share on
×

Share

กรุงไทยชี้ Green Transition หนุนลงทุน 7 ล้านล้านบาท เพิ่มศักยภาพแข่งขันของไทย

กรุงไทยชี้ Green Transition หนุนลงทุน 7 ล้านล้านบาท เพิ่มศักยภาพแข่งขันของไทย

Green Transition และ Climate Adaptation มีโอกาสสร้างการลงทุนเพิ่มในประเทศไทยประมาณ 7 ล้านล้านบาท ในช่วงกว่า 20 ปีข้างหน้า และอาจเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการเพิ่มสัดส่วนการลงทุนของประเทศ จากปัจจุบันที่อยู่ประมาณ 23% ต่อ GDP ไปสู่เป้าหมาย 30% หลังประเทศไทยมีการลงทุนในระดับต่ำมานานกว่า 20 ปี

ดร.พชรพจน์ นันทรามาศ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ และ Chief Economist ธนาคารกรุงไทย กล่าวว่า ภาคธุรกิจเริ่มมอง Green Transition, Energy Transition และ Climate Adaptation เปลี่ยนไปจากเดิม จากเรื่องที่ต้องทำเพื่อให้สอดคล้องกับกฎระเบียบของโลก มาเป็นเรื่องของความสามารถในการแข่งขัน เพราะการเปลี่ยนผ่านเหล่านี้เชื่อมโยงทั้งกับการลงทุน การลดต้นทุน และความสามารถของธุรกิจในการรับมือกับความเปลี่ยนแปลง

ท่ามกลางความผันผวนจากภูมิรัฐศาสตร์และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ภาคธุรกิจยังต้องเดินหน้าต่อ สิ่งสำคัญจึงอยู่ที่การมองหาโอกาสจากความเปลี่ยนแปลง และสร้างความร่วมมือระหว่างธุรกิจขนาดใหญ่ ขนาดกลาง และขนาดเล็ก เพื่อให้สามารถเดินไปในทิศทางเดียวกัน รวมถึงสร้างน้ำหนักในการทำงานร่วมกับภาครัฐและองค์กรระหว่างประเทศ

ภาคธุรกิจมองสถานการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นโอกาสทองของประเทศไทย ในการเปลี่ยนผ่าน ภายใต้แนวคิด “Resilience is the new competitive advantage” โดยใช้ความสามารถในการปรับตัวเข้าสู่ Green Transition, Energy Transition และ Climate Adaptation เป็นส่วนหนึ่งของความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจไทยและประเทศไทย

Green Transition หนุนลงทุนเพิ่ม 7 ล้านล้านบาท

ประเทศไทยขาดการลงทุนมานานกว่า 20 ปี ทั้งการลงทุนและเศรษฐกิจเติบโตในระดับต่ำ ปัจจุบันสัดส่วนการลงทุนอยู่ที่ประมาณ 23% ต่อ GDP ขณะที่เป้าหมายของประเทศ คือการยกระดับขึ้นไปที่ 30% ต่อ GDP

Green Transition และ Climate Adaptation จึงมีความสำคัญมากกว่าเรื่องสิ่งแวดล้อม เพราะมีโอกาสทำให้ประเทศไทยต้องลงทุนเพิ่มประมาณ 7 ล้านล้านบาทในช่วงกว่า 20 ปีข้างหน้า และเป็นการลงทุนที่เชื่อมโยงกับการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันและการลดต้นทุนของธุรกิจ

ไทยยังมีข้อได้เปรียบ 3 ด้านที่สามารถนำมาใช้รองรับการลงทุน ได้แก่ Safe จากการอยู่ในภูมิภาคที่ปลอดภัย Efficient จากความคุ้มค่าในการตั้งธุรกิจและลงทุนในประเทศไทย และ Low Carbon จากศักยภาพในการเปลี่ยนผ่านไปสู่สังคมคาร์บอนต่ำ ซึ่งไทยมีโอกาสในการเปลี่ยนผ่านด้านนี้เมื่อเทียบกับประเทศอื่น

เปลี่ยนเงินฟื้นฟูหลังวิกฤติ สู่การลงทุนลดความเสียหาย

การลงทุนด้าน Climate Adaptation ยังช่วยเปลี่ยนวิธีรับมือกับความเสียหายจากปัญหาสิ่งแวดล้อม ปัจจุบันเมื่อเกิดวิกฤติ เช่น น้ำท่วม ภาครัฐและภาคธุรกิจต้องใช้เงินปีละหลายหมื่นล้านบาทในการฟื้นฟู ชดเชย และซ่อมแซมความเสียหายหลังเกิดเหตุ

ดร.พชรพจน์มองว่า หากสามารถเปลี่ยนเงินส่วนหนึ่งจากการชดเชยและซ่อมแซม มาเป็นการลงทุนเพื่อเพิ่มความสามารถในการรับมือกับความเสี่ยง หรือใช้กับการประกันภัย เพื่อช่วยป้องกันและลดความเสียหายตั้งแต่ต้น จะเป็นการใช้เงินที่คุ้มค่ากว่า

แนวคิดดังกล่าวไม่ได้หมายถึงการเพิ่มภาระการใช้จ่าย แต่เป็นการเปลี่ยนเม็ดเงินที่ต้องจ่ายเมื่อเกิดความเสียหายอยู่แล้ว ให้กลายเป็นการลงทุนล่วงหน้าเพื่อช่วยลดความเสียหายในอนาคต และทำให้ภาคธุรกิจและเศรษฐกิจมีความสามารถในการรับมือกับวิกฤติได้มากขึ้น

ธุรกิจใหญ่ต้องพา SME เปลี่ยนผ่านไปด้วยกัน

การลงทุนและการเปลี่ยนผ่านไม่สามารถเกิดขึ้นเฉพาะในบริษัทขนาดใหญ่ เพราะ SME และธุรกิจรายย่อยต้องสามารถปรับตัวไปพร้อมกัน โดยธุรกิจขนาดใหญ่มีบทบาทสำคัญในการนำการเปลี่ยนแปลงเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทาน

ดร.พชรพจน์ กล่าวว่า ธุรกิจรายใหญ่มีจำนวนเพียงประมาณ 1% ของธุรกิจภาคอุตสาหกรรมทั้งหมด แต่มีสัดส่วนถึง 65% ของ GDP และจ้างงานประมาณ 15% ขณะที่ธุรกิจอีก 99% เป็น SME และรายย่อย ซึ่งจำเป็นต้องได้รับทิศทางและความช่วยเหลือจากธุรกิจขนาดใหญ่ โดยเฉพาะบริษัทที่เป็นหัวรถจักรของ Supply Chain

บทบาทของบริษัทขนาดใหญ่จึงไม่ได้จำกัดอยู่ที่การปรับธุรกิจของตัวเอง แต่ต้องช่วยให้ผู้ประกอบการที่อยู่ในห่วงโซ่สามารถปรับตัวตามข้อกำหนดและทิศทางใหม่ได้ เพื่อให้การเปลี่ยนผ่านเกิดขึ้นตลอดทั้งระบบ

Green With Thailand ขับเคลื่อน 7 อุตสาหกรรมหลัก

ในช่วงกว่าหนึ่งปีที่ผ่านมา ภาคเอกชนร่วมกันขับเคลื่อน Green With Thailand เพื่อสร้างกรอบการทำงานร่วมกัน โดยกำหนดเป้าหมาย ผู้รับผิดชอบ และการวัดผลที่ชัดเจน เพื่อให้การเปลี่ยนผ่านนำไปสู่ผลลัพธ์ที่จับต้องได้

Green With Thailand กำหนดเป้าหมายไว้ใน 7 อุตสาหกรรมหลัก ซึ่งมีความสอดคล้องในระดับสูงกับอุตสาหกรรมเป้าหมายในแผนพัฒนาประเทศ และ 5 อุตสาหกรรมหลักที่ World Bank มองว่าจะนำประเทศไทยไปสู่อนาคต

ปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมเหล่านี้คือการมีโครงสร้างพื้นฐานสีเขียวที่พร้อมรองรับการลงทุน มีพลังงานสะอาด และเพิ่มความสามารถในการปรับตัวต่อสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลง เพื่อให้ภาคธุรกิจสามารถเดินหน้า Green Transition, Energy Transition และ Climate Adaptation ได้จริง

ภาคเอกชนยังเริ่มหารือกับภาครัฐถึงแนวทางขับเคลื่อน 7 อุตสาหกรรม ภายใต้ 3 แนวคิด คือ Stabilize Today, Transition Now และ Invest For Tomorrow โดยมองทั้งการปรับตัวเพื่อลดต้นทุนและทำให้ธุรกิจอยู่ได้ในปัจจุบัน การเร่งเปลี่ยนผ่าน และการลงทุนเพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต

Resilience กลายเป็นขีดแข่งขันใหม่ของไทย

ดร.พชรพจน์ มองว่า การลงทุนต้องนำไปสู่การเติบโต และการเติบโตต้องมาพร้อมกับ Resilience ทั้งความสามารถในการปรับตัว การอยู่รอด และความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจไทยและประเทศไทย

Green Transition จึงไม่ได้เป็นเพียงภาระที่เกิดจากกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อม แต่กำลังกลายเป็นโอกาสในการเพิ่มการลงทุน ลดต้นทุน และสร้างความสามารถในการแข่งขัน หากไทยสามารถใช้การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน สิ่งแวดล้อม และการรับมือกับสภาพภูมิอากาศเป็นแรงผลักดันการลงทุนได้ ก็จะช่วยตอบทั้งโจทย์การลงทุนที่อยู่ในระดับต่ำมานาน และสร้างความพร้อมให้เศรษฐกิจไทยรับมือกับความเปลี่ยนแปลงในระยะต่อไป

ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

Transition Finance ปลดล็อกเงินทุน พาอุตสาหกรรมไทยสู่การเปลี่ยนผ่าน

CP AXTRA เปลี่ยน Waste เป็น Wealth ขับเคลื่อนค้าปลีกสู่ Circular Economy

×

Share

ผู้เขียน

The Story Thailand Avatar