LINE ประเทศไทย ต่อยอดโครงการ “LIFELINE พร้อมก่อนวิกฤต” ด้วยกิจกรรม “ซ้อมท่วม” ที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เพื่อเปลี่ยนการเตรียมรับมือน้ำท่วม จากการรับรู้ข้อมูลไปสู่การลงมือฝึกจริง ผู้เข้าร่วมจะได้ทดลองรับมือกับสถานการณ์จำลองเป็นขั้นตอน ตั้งแต่การรับและประเมินข้อมูล การเตรียมตัวและเตรียมบ้าน การฝึกทักษะที่จำเป็น จนถึงการตัดสินใจว่าจะ “อยู่ต่อ” หรือ “อพยพ” โดยมีเครื่องมืออย่าง LINE ALERT และ LINE Safety Check เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรม
กิจกรรม “ซ้อมท่วม” จัดร่วมกับหน่วยงานท้องถิ่น ภาคประชาสังคม ภาคธุรกิจ และเครือข่ายชุมชน ได้แก่ เทศบาลนครหาดใหญ่ เทศบาลเมืองคลองแห Hatyai Connext Lee Gardens Plaza as scene as possible SCCCRN มูลนิธิชุมชนสงขลา มูลนิธิอาสาสร้างสุข และบริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) โดยใช้หลักผลักดันการเตรียมพร้อมให้เป็นรูปธรรม และเชื่อมโยงกับบริบทของพื้นที่
ณิชารัศมิ์ อาชญาสิทธิวัตร รองประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด LINE ประเทศไทย กล่าวว่า เหตุฝนตกหนัก และน้ำท่วมในหลายพื้นที่ที่ผ่านมา ตอกย้ำว่าการรับมือภัยพิบัติไม่ควรเริ่มในวันเกิดเหตุ แต่ต้องเริ่มจากการรู้ความเสี่ยง และเตรียมตัวไว้ก่อน หลายคนเคยซ้อมหนีไฟหรือซ้อมแผ่นดินไหว แต่ยังไม่เคยซ้อมท่วม และการเตรียมพร้อม ไม่ได้เกิดจากการรู้เพียงอย่างเดียว แต่ต้องได้ลงมือทำก่อนวันจริง เพื่อให้ประชาชนมีสติ ไม่ตื่นตระหนก และลดความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สิน
โครงการเริ่มตั้งแต่เดือนมีนาคม และเปิดตัวในเดือนมิถุนายน ตรงกับวันเกิด LINE วันที่ 23 มิถุนายน ซึ่งเป็นปีที่ LINE ครบ 15 ปี แอปพลิเคชัน LINE เกิดขึ้นที่ประเทศญี่ปุ่นเมื่อ พ.ศ. 2554 ในช่วงสึนามิใหญ่ที่ระบบสื่อสารเดิมล่ม โครงการมีพันธมิตร 15 องค์กรจากภาครัฐและเอกชน โดย LINE ไม่ได้ขอสปอนเซอร์เป็นตัวเงิน แต่ลงแรงและร่วมจ่ายตามวัตถุประสงค์ CSR/ESG ร่วมกัน
ภัยพิบัติรุนแรงขึ้นตลอด 30 ปี แต่การซ้อมยังไม่คุ้นมือคนไทย
ในช่วง 30 ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยเผชิญภัยพิบัติรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งน้ำท่วมและอุบัติภัยในเมือง เช่น เหตุสารเคมีรั่วไหลจากโรงงานแถบสุวรรณภูมิ ไทยไม่ได้เกิดภัยพิบัติบ่อยเท่าญี่ปุ่น ซึ่งมีการซ้อมและเตรียมความพร้อมที่ดีมาก
เหตุการณ์จริงที่ LINE ยกมา คือน้ำท่วมที่ชลบุรี นักท่องเที่ยวเดินลุยน้ำแล้วตกคลองหายไป เพราะมองไม่เห็นพื้นใต้น้ำ เหตุนี้เป็นที่มาของฐานซ้อมลุยน้ำ และการใช้ไม้หยั่งความลึก อีกประเด็นที่ทีมงานพบคือ ผู้สูงอายุมักไม่ยอมย้ายออกจากบ้าน กิจกรรมจึงให้ความรู้เรื่องการเอาตัวรอด หากต้องอยู่ต่อในบ้านควบคู่กับการอพยพ
LINE ALERT แจ้งเตือนตามระดับสี Safety Check ให้ระบุสถานะความปลอดภัย
LINE ALERT เป็น Official Account ที่ทีมงานริเริ่มเพื่อแจ้งเตือนภัยพิบัติระดับชาติ หรือเหตุที่กระทบชุมชนวงกว้าง เช่น น้ำท่วม ไฟป่า และ PM 2.5 โดยร่วมมือกับ 5 หน่วยงานรัฐ เช่น กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กรุงเทพมหานคร (กทม.) และกรมอุตุนิยมวิทยา ส่งข้อมูลเตือนภัยล่วงหน้าตามระดับสี เขียว เหลือง ส้ม แดง ปัจจุบันสามารถบรอดแคสต์แยกตามภูมิภาคได้แล้ว
บัญชีนี้มีผู้ติดตามประมาณ 260,000 คน ผู้ใช้หลักคือกลุ่มอายุ 25 ปีขึ้นไปที่ต้องดูแลครอบครัว ผู้สูงอายุ หรือสัตว์เลี้ยง เพราะ LINE มีผู้ใช้งานกว่า 56 ล้านคน ข้อมูลที่แจ้งเตือนจึงต้องผ่านการยืนยันจากหน่วยงานรัฐและพันธมิตรที่น่าเชื่อถือ เพื่อป้องกันข่าวปลอมและความตื่นตระหนก ส่วน LINE Safety Check ให้ผู้ใช้ระบุสถานะปลอดภัยหรือไม่ปลอดภัย พร้อมข้อความสถานะหรือการขอความช่วยเหลือ โดยขึ้นเป็นแบนเนอร์ให้กดใช้งานได้ทันที
หาดใหญ่เป็นพื้นที่แรก เพราะชุมชนพัฒนาระบบเตือนภัยกันเอง
เหตุผลที่ LINE เลือกหาดใหญ่เป็นพื้นที่แรกของโครงการ เพราะเห็นความเข้มแข็งของชุมชน และความร่วมมือของเครือข่ายในพื้นที่ เมื่อประมาณ 2 เดือนก่อน LINE เชื่อมต่อกับกลุ่ม Hatyai Connext และพบว่า ผู้ใหญ่ในพื้นที่ช่วยกันพัฒนาระบบแจ้งเตือน และแอปพลิเคชันเอง โดยไม่รอความช่วยเหลือจากภายนอก
LINE จึงเข้ามาเสริม ด้วยการแลกเปลี่ยนเครื่องมือและถ่ายทอดความรู้ พร้อมเปลี่ยนจากนิทรรศการให้ความรู้แบบเดิม มาเป็นฐานกิจกรรมจำลองสถานการณ์จริง
สุทธหทัย นิยมวาส จากกลุ่ม Hatyai Connext กล่าวว่า การเตรียมความพร้อมก่อนเกิดภัยพิบัติ ช่วยลดค่าใช้จ่ายและความสูญเสีย ในการฟื้นฟูเมืองหลังน้ำลดได้อย่างมาก ด้านนายแพทย์ชรินธร เพชรยนันทเวช รองนายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ กล่าวว่า หาดใหญ่เป็นโมเดลระดับชาติด้านการบริหารจัดการและฟื้นฟูเมืองหลังน้ำท่วม
พนักงาน LINE ลงพื้นที่เป็นจิตอาสา และวางแผนขยายผลไปทั่วประเทศ
บริษัทมีวัฒนธรรมองค์กรเรื่อง Everyday Hero พนักงานหรือ LINERs จึงลงพื้นที่ในบทบาทจิตอาสา เป็นผู้แนะนำกิจกรรมและถ่ายทอดความรู้ พร้อมเปิดพื้นที่แลกเปลี่ยนประสบการณ์กับชาวหาดใหญ่แบบสองทาง กิจกรรมจิตอาสากับ LINERs เป็นหนึ่งในกิจกรรมหลักของการลงพื้นที่ครั้งนี้ เพื่อให้การเตรียมรับมือภัยพิบัติไม่ใช่เรื่องของผู้เชี่ยวชาญ หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเท่านั้น
พนักงานเองได้เรียนรู้ทักษะเพื่อนำไปดูแลครอบครัว และเป็นผู้ถ่ายทอดความรู้ในการจัดกิจกรรมครั้งต่อไปได้ LINE วางแผนให้โครงการเป็นแบบ Always On ครอบคลุมน้ำท่วม ไฟไหม้ แผ่นดินไหว และดินถล่ม พร้อมนำโมเดลซ้อมท่วมไปขยายผลในกรุงเทพมหานครและภูมิภาคอื่นตามความเหมาะสมของแต่ละท้องถิ่น
เดินผ่าน 5 โซน ตั้งแต่ตรวจความเสี่ยงของตัวเองถึงการวางแผนล่วงหน้า
กิจกรรมจัดระหว่างวันที่ 8–11 ตุลาคม 2569 ที่ Common Art ชั้น G, Lee Gardens Plaza ผู้เข้าร่วมเริ่มจากโซน CHECK-IN สำรวจความเสี่ยงของตนเอง ทั้งประสบการณ์น้ำท่วมในอดีต ระดับความสูงของพื้นที่ และลักษณะที่อยู่อาศัย พร้อมทำความรู้จัก LINE ALERT และ LINE Safety Check จากนั้นเข้าโซนรับข่าวสาร ฝึกอ่านระดับการแจ้งเตือน สัญญาณที่ควรเฝ้าระวัง และสถานการณ์จำลองหลายระดับ เพื่อให้การตัดสินใจเกิดจากข้อมูลที่ถูกต้องและการประเมินความเสี่ยงอย่างเป็นระบบ
โซนเตรียมพร้อมเปลี่ยนความรู้เป็นการลงมือทำ ผู้เข้าร่วมซ้อมลุยน้ำเพื่อเรียนรู้ความเสี่ยงจากสิ่งกีดขวางและอันตรายใต้ระดับน้ำ ซ้อมจัดกระเป๋าฉุกเฉินภายใต้เวลาจำกัด เรียนรู้การเก็บบ้านและปิดระบบสำคัญก่อนออกจากพื้นที่ ฝึกผูกเชือก รวมถึงเตรียมรถและวางแผนจุดจอดหรือเส้นทางล่วงหน้า
ถัดมาคือ โซน “อยู่ต่อ หรือ อพยพ” หากสถานการณ์ยังเอื้อให้อยู่ในพื้นที่ ผู้เข้าร่วมเรียนรู้เรื่องน้ำสะอาด อาหาร สุขอนามัย การสื่อสาร และทักษะพื้นฐาน แต่หากถึงจุดที่ควรอพยพ จะเรียนรู้การประเมินช่วงเวลาที่ควรออก การเลือกจุดหมายปลายทาง และการวางเส้นทางก่อนเคลื่อนย้าย โซนสุดท้าย “พร้อมแล้ว” ให้ทบทวนสิ่งที่ได้เรียนรู้ และตอกย้ำว่าความพร้อมเกิดจากการเตรียม การซ้อม และการมีแผนไว้ก่อน เพื่อนำไปใช้กับตนเองและครอบครัวในชีวิตจริง
โครงการ LIFELINE พร้อมก่อนวิกฤต เชื่อมเครื่องมือแจ้งเตือนของ LINE เข้ากับภาครัฐ เอกชน และชุมชนหาดใหญ่ ผู้เข้าร่วมได้ฝึกประเมินข้อมูล เตรียมตัว และตัดสินใจล่วงหน้า เพื่อไม่ต้องเริ่มจากศูนย์เมื่อเกิดสถานการณ์จริง
ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ
LINE OpenChat โต 24 ล้านคน ชูจุดเด่นคนไทยใช้งานหลากหลาย จากแฟนด้อมถึงห้องฮีลใจ
จุฬาฯ พัฒนาแพลตฟอร์มข้อมูลน้ำ ผนึก MIT รับมือภัยพิบัติ จากสภาพอากาศสุดขั้ว



