การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีเพื่อสุขภาพ (HealthTech) ทั่วโลก ถือเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่เปิดโอกาสให้สถานพยาบาลในประเทศไทย ได้ก้าวสู่การยกระดับการให้บริการ เพื่อเชื่อมต่อประสบการณ์ของผู้ป่วยที่คุ้นเคยกับความรวดเร็วบนโลกออนไลน์ ให้เข้ากับการรับบริการในโรงพยาบาลได้อย่างกลมกลืน
แม้ภาพจำเดิมๆ อย่างการรอคิว การจัดการคลังยา หรือการใช้เอกสารกระดาษจะยังคงมีให้เห็น แต่นี่ไม่ใช่ข้อจำกัดจากบุคลากรทางการแพทย์ หากแต่เป็นจุดเริ่มต้นที่ท้าทายในการเร่งพัฒนา “โครงสร้างพื้นฐาน” ที่เคยทำงานแยกส่วนกัน ให้กลับมาบูรณาการเป็นหนึ่งเดียว
ดร.เจน จูฑา ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มอร์ อิสเฮลท์ จำกัด (Mor IsHealth) กล่าวว่า หากเปรียบโรงพยาบาลเป็นคอมพิวเตอร์ ระบบสารสนเทศโรงพยาบาล (Hospital Information System: HIS) ก็เปรียบเสมือน “ระบบปฏิบัติการ” (OS)
ดังนั้น การเปลี่ยนผ่านสู่เทคโนโลยีสาธารณสุขยุคใหม่ จึงเป็นโอกาสอันดีที่จะได้พัฒนาระบบปฏิบัติการเดิม ซึ่งเคยเน้นสนับสนุนการทำงานหลังบ้าน ให้ก้าวขึ้นมาเป็นระบบที่พร้อมรองรับและตอบสนองวิถีชีวิตของผู้ป่วยยุคดิจิทัลได้อย่างสมบูรณ์แบบ
บูรณาการ 6 ระบบหลัก
เพื่ออุดช่องโหว่ดังกล่าว Mor IsHealth ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านการให้คำปรึกษาและพัฒนาระบบซอฟต์แวร์ จึงได้พัฒนาแพลตฟอร์มที่เข้ามาทำหน้าที่เป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญเพื่อบูรณาการทุกภาคส่วนเข้าด้วยกัน โดยหลอมรวม 3 แกนหลัก ได้แก่ 1. ระบบ HIS แกนกลาง 2. แอปพลิเคชันมือถือสำหรับผู้ป่วย และ 3. ระบบวิเคราะห์ข้อมูล การพลิกโฉม “ระบบปฏิบัติการ” ครั้งนี้ ไม่ได้แค่ทำให้ดูทันสมัย แต่เข้าไปผ่าตัดแก้ปัญหาการทำงานที่ซ้ำซ้อนใน 6 จุดยุทธศาสตร์หลักของโรงพยาบาลอย่างเป็นรูปธรรม
- ทลายคิวคอยยาวนาน (การนัดหมายและจัดการคิว): จากเดิมที่ต้องใช้เจ้าหน้าที่รับสายและคนไข้ต้องนั่งเฝ้าหน้าห้องตรวจ ระบบเปลี่ยนสิทธิ์ให้ผู้ป่วยนัดแพทย์ผ่านแอปฯ พร้อมแจ้งเตือนคิวแบบเรียลไทม์ คืนเวลาให้ผู้ป่วยไปทำกิจกรรมอื่นระหว่างรอได้
- ปลดล็อกภาระงานแพทย์ (การบันทึกข้อมูลการรักษา): ลดการพิมพ์เอกสารซ้ำซ้อนด้วยเทมเพลตเติมข้อความอัตโนมัติ แพทย์สามารถใช้นิ้วหรือปากกาวาดภาพอวัยวะลงจอได้ทันที พร้อมระบบแชทข้ามแผนก ลดความผิดพลาดจากการสื่อสารผ่านโทรศัพท์
- บริหารเตียงและห้องผ่าตัดแม่นยำระดับวินาที: ยุติปัญหาจองห้องทับซ้อน ด้วยหน้าจอจัดการแบบศูนย์รวม (Dashboard) ระบบจะจับคู่เตียงอัตโนมัติ และแจ้งเตือนทันทีที่ห้องทำความสะอาดเสร็จพร้อมใช้งาน
- ยกระดับความปลอดภัยผู้ป่วยใน (IPD): บอกลาแฟ้มกระดาษที่เสี่ยงต่อการให้ยาผิดพลาด พยาบาลสามารถบันทึกและเช็กประวัติการใช้ยาแบบไร้กระดาษผ่าน iPad ได้ทุกที่ พร้อมระบบเตือนเมื่อถึงรอบเวลาให้ยา
- ปฏิวัติห้องยา (ระบบคลังยาและเภสัชกรรม): ระบบจะตัดยอดสต็อกคลังยาแบบเรียลไทม์ตามคำสั่งแพทย์ หมดปัญหายาขาดหรือหมดอายุ และที่น่าสนใจคือ เภสัชกรสามารถ “วิดีโอคอล” อธิบายการใช้ยาให้คนไข้ที่ห้องพักฟังได้โดยตรงจากห้องจ่ายยา
- จบปัญหาบิลบานปลายและคิวจ่ายเงิน (งานเอกสารและการเงิน): ส่งใบรับรองแพทย์และสรุปค่าใช้จ่ายตรงเข้าแอปฯ ผู้ป่วยสามารถเช็กสิทธิ์ประกันและจ่ายเงินออนไลน์ได้เอง พร้อมระบบ “แพ็กเกจรักษา” ที่ช่วยให้คนไข้คุมงบประมาณได้ล่วงหน้า
Scalability: โซลูชันที่เติบโตไปพร้อมกับธุรกิจ
เพื่อให้เทคโนโลยีเข้าถึงสถานพยาบาลทุกระดับ Mor IsHealth วางโครงสร้างซอฟต์แวร์ออกเป็น 2 โมเดลหลัก ที่สามารถสเกลเชื่อมโยงกันได้ ไร้รอยต่อ:
- IsHealth (สำหรับองค์กรขนาดใหญ่): ระบบ Enterprise เต็มรูปแบบที่ดูแลครอบคลุมทั้งโรงพยาบาล ซึ่งได้รับการพิสูจน์แล้วจากการใช้งานจริงในเครือโรงพยาบาลกลุ่ม BDMS เกือบ 20 แห่ง ทำหน้าที่เป็นฟันเฟืองหลังบ้านขับเคลื่อนแอปพลิเคชัน MyB+ ของผู้ป่วย
- MeHey (สำหรับคลินิกและ SME): โมเดล SaaS แบบเช่าใช้ ติดตั้งไว ชูจุดเด่นระบบจองคิวออนไลน์ที่ทำหน้าที่เสมือนพนักงานต้อนรับตลอด 24 ชั่วโมง ช่วยคลินิกจัดการคิวได้แม้ไม่มีแอดมินสแตนด์บาย
จุดแข็งที่สำคัญคือ ทั้งสองระบบใช้ “ฐานข้อมูลและโครงสร้างเดียวกัน” หากคลินิกที่เริ่มจากระบบ MeHey มีการขยายสาขาในอนาคต ก็สามารถอัปเกรดขึ้นเป็น IsHealth ได้ทันที โดยไม่ต้องกังวลเรื่องการย้ายหรือสูญหายของข้อมูล
ผสานทีมไอทีและการแพทย์
ความท้าทายประการหนึ่งของการพัฒนาระบบสาธารณสุขคือการสื่อสารระหว่างผู้พัฒนากับบุคลากรทางการแพทย์
จุดแข็งของ Mor IsHealth คือวิสัยทัศน์ของ ดร.เจน จูฑา ซึ่งเติบโตในครอบครัวอาจารย์แพทย์จากโรงพยาบาลศิริราชและรามาธิบดี ที่มุ่งนำมาตรฐานการทำงานของโรงพยาบาลขนาดใหญ่มายกระดับการให้บริการของคลินิกเฉพาะทาง โดยผสานความเชี่ยวชาญด้านระบบคอมพิวเตอร์และการบริหารจัดการเข้าด้วยกัน
ทางบริษัทจึงใช้วิธีการทำงานแบบผสมผสาน โดยนำนักพัฒนาซอฟต์แวร์มาทำงานร่วมกับบุคลากรทางการแพทย์ ไม่ว่าจะเป็นพยาบาล เภสัชกร หรือนักเทคนิคการแพทย์ ที่ผันตัวมาทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาระบบ
แนวทางนี้ช่วยให้การออกแบบโปรแกรมสอดคล้องกับกระบวนการทำงานจริงของบุคลากรสายสุขภาพ และลดอุปสรรคการทำงานที่มักเกิดขึ้นระหว่างคนทำงานด้านไอทีและคนสายสุขภาพ
โครงสร้างพื้นฐานเพื่อความยั่งยืน
แนวทางการพัฒนาซอฟต์แวร์ของ Mor IsHealth แสดงให้เห็นว่าเทคโนโลยีเพื่อสุขภาพในปัจจุบันไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการสร้างอุปกรณ์ทางการแพทย์ชนิดใหม่ แต่ยังรวมถึงการปรับปรุงระบบปฏิบัติการและฐานข้อมูล เพื่อเชื่อมโยงการทำงานส่วนหลังบ้านเข้ากับรูปแบบการใช้ชีวิตแบบดิจิทัลของผู้ป่วย
สิ่งนี้ถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นสำหรับสถานพยาบาลที่ต้องการปฏิบัติงานให้รวดเร็วขึ้น ควบคุมต้นทุน และรักษาสถานะการแข่งขันในอุตสาหกรรมได้อย่างยั่งยืน





