เอสซีจี ซิเมนต์-ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง ประกาศแผนยกระดับแพลตฟอร์ม SCG HOME Online ครั้งใหญ่ในปี 2569 ปรับทิศทางสู่การเป็น One-stop Home Solution เพื่อรองรับความต้องการของกลุ่มเจ้าของบ้าน ช่าง และผู้รับเหมาครบวงจร การเคลื่อนไหวครั้งนี้เกิดขึ้นพร้อมการตั้งเป้าหมายอัตราการเติบโตของช่องทางออนไลน์ในกลุ่ม B2C ไม่ต่ำกว่า 20% เมื่อจบปี ซึ่งเป็นการตั้งเป้าที่สวนทางกับสภาวะตลาดวัสดุก่อสร้างโดยรวมในประเทศที่คาดว่าจะขยายตัวเพียง 1-2% ตามการเติบโตของจีดีพี
ดิจิทัล B2C โตสวนกระแสรุกเจาะฐานเจ้าของบ้าน
ภาพรวมเศรษฐกิจที่เติบโตอย่างชะลอตัวส่งผลกระทบโดยตรงต่อภาคการก่อสร้างและตกแต่งที่อยู่อาศัย อย่างไรก็ดี กลุ่มธุรกิจเอสซีจี ซิเมนต์-ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง ซึ่งมียอดขายรวมจากทุกช่องทาง (ทั้งออนไลน์ ออฟไลน์ และเครือข่ายตัวแทนจำหน่าย) อยู่ที่ประมาณ 60,000 ล้านบาทต่อปี กลับเห็นสัญญาณการเติบโตที่แตกต่างออกไปในช่องทางดิจิทัล
ปัจจุบัน ยอดขายผ่าน SCG HOME Online ในกลุ่ม B2C มีมูลค่าประมาณ 600 ล้านบาทต่อปี หรือคิดเป็นสัดส่วนเพียง 1% ของยอดขายรวมทั้งหมด แต่ในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 ช่องทางดังกล่าวกลับสร้างยอดขายเติบโตสวนกระแสตลาดไปแล้วกว่า 20% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ในมิติด้านผู้ใช้งานแพลตฟอร์มมีปริมาณการเข้าชม (Traffic) รวมผ่านเว็บไซต์และแอปพลิเคชันประมาณ 4 ล้านครั้ง และมีผู้ใช้งานจริง (Active User) ราว 300,000 ราย ซึ่งผู้ใช้บริการส่วนใหญ่คือ กลุ่มเจ้าของบ้านที่ต้องการปรับปรุง หรือซ่อมแซมที่อยู่อาศัย
กลยุทธ์ 3S ยกระดับสู่แพลตฟอร์มบ้านครบวงจร
นพพร กีรติบรรหาร Executive Vice President – B2C Sales บริษัท เอสซีจี ซิเมนต์-ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง จำกัด ระบุว่า การขับเคลื่อนช่องทางออนไลน์ให้เติบโตได้ต่อเนื่องมาจากแนวทางการดำเนินงานผ่านกลยุทธ์ 3S
องค์ประกอบแรกคือ Solution ซึ่งมุ่งเน้นการจำหน่ายบริการติดตั้งและปรับปรุงบ้านควบคู่ไปกับตัวสินค้า ส่งผลให้ยอดขายบนช่องทางออนไลน์ในปัจจุบันมาจากกลุ่มบริการโซลูชันสูงถึง 70% ซึ่งปัจจุบันบนแพลตฟอร์มมีบริการให้เลือกครอบคลุม 135 รายการ ตั้งแต่การออกแบบ สร้าง ซ่อมแซม ไปจนถึงการปรับปรุงเพื่อการอยู่อาศัย โดยบริการหมวดหลังคาและการซ่อมแซมบ้านสร้างยอดขายสูงสุด คิดเป็นสัดส่วน 30% ของยอดขายโซลูชันทั้งหมด

องค์ประกอบที่สองคือ Smart Service โดยยกระดับการให้บริการด้วยเทคโนโลยี Agentic AI ผ่านแชตบอตชื่อ “โฮมมี่” (Hommy) บน LINE Official Account เพื่อคอยให้ข้อมูลและตอบคำถามลูกค้าตลอด 24 ชั่วโมง นอกจากนี้ บริษัทยังเตรียมเปิดตัวบริการส่งมอบสินค้าเร่งด่วนภายใน 24 ชั่วโมง ตลอด 7 วัน โดยจะเริ่มต้นให้บริการในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ก่อนพิจารณาขยายไปยังจังหวัดอื่นๆ
องค์ประกอบที่สามคือ Supply Chain ที่มุ่งแก้ข้อจำกัดด้านการขนส่งสินค้าขนาดใหญ่ผ่านระบบ Online-to-Offline (O2O) โดยเชื่อมโยงคำสั่งซื้อออนไลน์เข้ากับเครือข่ายผู้แทนจำหน่าย (Dealer Partner) 62 แห่งทั่วประเทศ เพื่อใช้เป็นจุดจัดส่งสินค้าใกล้บ้านลูกค้า พร้อมจัดทำบริการส่งฟรีภายใน 64 ชั่วโมง ตลอดจนการทำงานร่วมกับทีมคิวช่าง ในการลงพื้นที่สำรวจหน้างาน ประเมินราคา และติดตั้งอย่างครบวงจร
ชูนวัตกรรม Solar Roof ตอบโจทย์ลูกค้ารักษ์โลก
อีกหนึ่งส่วนงานที่มีอัตราการขยายตัวชัดเจนคือกลุ่มพลังงานสะอาด (Green Solution) โดยเฉพาะความต้องการติดตั้งโซลาร์เซลล์สำหรับบ้านเรือน ซึ่งมีผู้ขอสำรวจหน้างานเพิ่มขึ้นจากเดิมเฉลี่ย 100 ไซต์ต่อเดือน เป็น 800 ไซต์ต่อเดือน ปัจจัยสนับสนุนสำคัญมาจากมาตรการลดหย่อนภาษีของภาครัฐและการปรับขึ้นของอัตราค่าไฟฟ้า
ในด้านการแข่งขัน เอสซีจีเลือกชูนวัตกรรมระบบยึดแผงโซลาร์ Solar Fix ซึ่งเป็นสิทธิบัตรเฉพาะของ SCG ออกแบบมาเพื่อถอดเปลี่ยนแทนกระเบื้องคอนกรีตเดิมเฉพาะจุดขายึด จึงช่วยลดความเสี่ยงเรื่องหลังคารั่วซึมจากการเจาะโครงสร้าง แตกต่างจากวิธีการติดตั้งทั่วไปในตลาด รวมถึงมีการจัดทำแพ็กเกจพรีเมียมที่ร้อยสายไฟใต้ฝ้าเพื่อความสวยงามเรียบร้อย
แม้ตำแหน่งราคาของโซลาร์รูฟเอสซีจีจะสูงกว่าราคาเฉลี่ยในตลาดประมาณ 10% แต่บริษัทใช้จุดขายด้านมาตรฐานอุปกรณ์ การรับประกันระยะยาว และระบบติดตามผลผ่านแอปพลิเคชัน ที่สามารถแสดงปริมาณการผลิตไฟฟ้า การประหยัดค่าใช้จ่าย และการลดการปล่อยคาร์บอนเครดิตได้แบบเรียลไทม์เข้ามาเป็นตัวสร้างความคุ้มค่า
อัดแคมเปญหน้าฝนดัน Traffic โตเท่าตัว
สำหรับแนวทางการกระตุ้นตลาดในช่วงฤดูฝน ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เจ้าของบ้านมีความต้องการซ่อมแซมหลังคาและปรับปรุงที่อยู่อาศัยเพิ่มขึ้น เอสซีจีได้เปิดตัวแคมเปญ “เติมบ้าน คุ้ม ลุ้น รับทอง” ตั้งแต่วันที่ 15 กรกฎาคม ถึง 15 พฤศจิกายน 2569 เพื่อมอบสิทธิประโยชน์แก่ผู้สั่งซื้อสินค้าและบริการผ่านแพลตฟอร์ม โดยตั้งเป้าหมายว่ากิจกรรมดังกล่าวจะช่วยเพิ่มปริมาณผู้เข้ามาใช้งานบนแพลตฟอร์มขึ้นเป็นเท่าตัวจากช่วงปกติ
ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ
YouTrip เปิดตัว ‘YouTrip Metal’ บัตรโลหะเฉพาะผู้รับเชิญ เจาะกลุ่ม A-List
อายิโนะโมะโต๊ะ ชู ‘AminoScience’ ดันพอร์ตสุขภาพ-คู่ร้าน รุกตลาดสตรีทฟู้ด



