Story of Business • Technology • Sustainability
Share on
×

Share

ซินเจนทา ส่ง ‘ซิโมดิส’ ปราบแมลงดื้อยา หนุนเกษตรยั่งยืน

ซินเจนทาส่ง ‘ซิโมดิส’ จัดการศัตรูพืช หนุนความยั่งยืนเกษตรกรลดปัญหาแมลงดื้อยา

หนึ่งในวงจรปัญหาที่เกษตรกรไทย และทั่วโลกต่างต้องเผชิญต่อเนื่องหลายทศวรรษคือ แมลงดื้อยา เช่น หนอนใยผัก ด้วงหมัดผัก และเพลี้ยไฟ ล้วนเป็นศัตรูร้ายที่ “ฉีดเท่าไรก็ไม่ตาย” เราจึงได้ยินได้รับรู้มาตลอดว่า เกษตรกรต้องเพิ่มความถี่ในการฉีดพ่นทุก 2-3 วัน หรือวันเว้นวัน กลายเป็นภาระต้นทุนที่หนักอึ้ง แถมทำลายความยั่งยืนในอาชีพ ทั้งฝั่งผู้บริโภคยังกังวลต่อการเลือกซื้อผลผลิตเหล่านี้ เพราะหวั่นเกรงสารตกค้าง

เกษตรกรต้องการจบปัญหาในที่เดียว

Syngenta farmer

วันชาติ บุญประเสริฐ เกษตรกรผู้ปลูกกะหล่ำ แตงกวา ถั่วฝักยาว จำนวน 10 ไร่ ที่อำเภอปากท่อ จังหวัดราชบุรี อำนาจ ชาติไทย เกษตรกรผู้ปลูกกะหล่ำดอก จำนวน 20 ไร่ พื้นที่ปากท่อ ราชบุรีเช่นกัน และ กฤตาภัค เกษมวิริยนนท์ เกษตรกรผู้ปลูกผักกาดขาว และพริก จำนวน 8 ไร่ อำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี ร่วมกันถ่ายทอดปัญหาในการดำเนินอาชีพที่เผชิญว่า มีทั้งแมลงศัตรูพืชดื้อยา ทำให้ต้องใช้สารเคมีเพิ่มขึ้น ถี่ขึ้น แถมยังมีวิกฤตการณ์น้ำมันผสมโรงร่วมด้วย

ทั้ง 3 กล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่า ต่างเผชิญปัญหาหนอนดื้อยามาอย่างยาวนาน สารเคมีทั่วไปตามท้องตลาดมักกำจัดไม่ได้ผล หรือฉีดแล้วไม่ตาย ซึ่งแมลงศัตรูพืชหลักที่พบคือ หนอนใยผัก ด้วงหมัดผัก เพลี้ยไฟ และหนอนชอนใบ

ดังนั้นจึงส่งผลให้ต้นทุนและความถี่ในการฉีดพ่นสูงขึ้น การจัดการทำได้ยาก กระทบต่อผลผลิต โดยในพริก ปัญหาเพลี้ยไฟทำให้ยอดหงิก ดอกร่วง และผลบิดเบี้ยวไม่ได้คุณภาพ ส่วนในผักใบ หนอนจะกัดกินจนใบพรุนทำให้ขายไม่ได้ราคา

เกษตรกรจึงต้องการสารที่ ‘ตัวเดียวจบ’ สามารถกำจัดได้หลายชนิด และยาวนาน ซึ่งจากการทดลองใช้ผลิตภัณฑ์ใหม่ซิโมดิส ของซินเจนทา มาประมาณ 2 เดือน พบว่า ช่วยให้ใบพืชที่เคยหงิกเริ่มคลายตัว และคราบดำๆ ตามลำต้น และใบหายไป ระยะเวลาการฉีดพ่นเหลือ 2 สัปดาห์ต่อครั้ง ประหยัดค่าแรงและค่าสารเคมีโดยรวม

อย่างไรก็ตาม ช่วงที่ผ่านมา เกษตรกรมีปัญหาเพิ่มจากวิกฤตการณ์น้ำมัน ไม่เพียงขึ้นราคา แต่ยังหาเติมยาก จึงต้องการทางออกที่แน่ชัด มิเช่นนั้นจะส่งผลกระทบเป็นทอดๆ ต่อการเพาะปลูกตั้งแต่ขั้นตอนไถเตรียมดินหยุดชะงัก การขนส่งที่ติดขัด ผลผลิตจะไปกระจุกตัวที่ตลาดต้นทาง ทำให้ราคาหน้าสวนถูกกดต่ำลง แต่ผู้บริโภคปลายทางต้องซื้อแพงขึ้น เกษตรกรพร้อมสู้ราคาน้ำมัน แต่ขอให้ “หาซื้อได้ง่ายและนโยบายภาครัฐมีความต่อเนื่อง” เพื่อให้วางแผนการผลิตได้อย่างยั่งยืน

รายได้มั่นคงหนุนเกษตรยั่งยืน

กล้วยไม้ นุชนิยม กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซินเจนทา ครอป โปรเทคชั่น จำกัด

กล้วยไม้ นุชนิยม กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซินเจนทา ครอป โปรเทคชั่น จำกัด ให้มุมมองด้านความยั่งยืนในภาคการเกษตรว่า ไม่ได้หมายถึงการเพิ่มผลผลิตเท่านั้น แต่ต้องครอบคลุมหลายมิติ โดยมุ่งเน้นไปที่การสร้างความมั่นคงให้แก่เกษตรกร และการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ เกษตรกรสามารถทำการเกษตรได้อย่างต่อเนื่องในระยะยาว และลดการทำลายทรัพยากรธรรมชาติ

ทางบริษัทมองว่า เมื่อเกษตรกรเผชิญกับปัญหาแมลงศัตรูพืชและไวรัสลง มักต้องโค่นต้นทิ้งแล้วปลูกใหม่ ซึ่งเป็นการสูญเสียต้นทุนและเวลา บริษัทจึงนำเสนอแนวทางการยืดอายุการเก็บเกี่ยวและฟื้นฟูผลผลิตที่ช่วยให้เกษตรกรสามารถฟื้นฟูต้นพืชให้กลับมาให้ผลผลิตได้อีกครั้ง โดยการใช้ผลิตภัณฑ์จัดการแมลงควบคู่ไปกับฮอร์โมน เพื่อช่วยยืดระยะเวลาการเก็บเกี่ยวให้ยาวนานขึ้น ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของมุมมองด้านความยั่งยืนที่ช่วยรักษาการลงทุนของเกษตรกรไว้

เปิดตัวซิโมดิส

ขณะเดียวกัน บริษัทมุ่งเน้นการบริหารจัดการความคุ้มค่าและลดต้นทุน โดยนำเสนอเทคโนโลยีที่ช่วยให้เกษตรกร ‘ทำน้อยแต่ได้มาก’ ด้วยแนวทางลดจำนวนครั้งในการฉีดพ่นซึ่งล่าสุด ได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ซิโมดิส (Simodis) ภายใต้สโลแกน ขวดเดียวสะเทือนโลก

ผลิตภัณฑ์ใหม่เป็นนวัตกรรมสารอารักขาพืชที่ใช้เทคโนโลยีพลินาโซลิน (Plinazolin) สารออกฤทธิ์ (AI: Active Ingredient) กลุ่มใหม่ (IRAC Group 30) คือ Isocycloseram ที่มีกลไกทำงานเฉพาะตัว ควบคุมแมลงศัตรูพืชได้อย่างรวดเร็วตั้งแต่ระยะเริ่มต้นของการระบาดทั้งแมลงปากกัดและปากดูด เมื่อใช้ตามคำแนะนำ สารที่พ่นไปจะรบกวนระบบประสาทของแมลงทำให้หยุดกินภายใน 1 ชั่วโมง และตายภายใน 1-5 วัน

ประสิทธิภาพในการปกป้องยาวนานสูงสุด 21 วันขึ้นอยู่กับชนิดของแมลง ทำให้เกษตรกรลดความถี่ในการฉีดพ่นลงได้ จากเดิมที่อาจต้องฉีดทุก 2-3 วัน ดังนั้น แม้ราคาต่อขวดอาจจะสูงกว่ายาทั่วไป แต่เมื่อคำนวณจากการลดค่าแรงและจำนวนสารเคมีที่ใช้ลดลง พบว่าช่วยให้เกษตรกรประหยัดต้นทุนและมีกำไรจากการเพิ่มคุณภาพของผลผลิตได้มากขึ้นเป็นการลดค่าใช้จ่ายโดยรวม

นอกจากนี้ บริษัทยังให้ความสำคัญกับการชะลอการดื้อยาของแมลง โดยแนะนำและให้ความรู้แก่เกษตรกรให้สลับกลุ่มสารเคมีฉีดพ่นยา (เช่น ฉีดซีโมดิส 2 ครั้ง แล้วสลับไปกลุ่มอื่น) ไม่ใช้สารตัวเดิมซ้ำๆ เพื่อป้องกันแมลงพัฒนาการดื้อยา และการนำเข้าสารออกฤทธิ์กลุ่มใหม่ (กลุ่ม 30) ที่ทำงานแตกต่างจากสารเคมีเดิม ๆ เพื่อเป็นทางเลือกในการกำจัดแมลงที่ดื้อยาที่มีอยู่ก่อนแล้ว

“ในฐานะบริษัทระดับโลก ซินเจนทาให้ความสำคัญกับการควบคุมคุณภาพในทุกขั้นตอน และดำเนินการสื่อสารข้อมูลอย่างใกล้ชิด ด้วยการสาธิตให้เห็นจริงโดยจัดงานสาธิตในพื้นที่ต่าง ๆ เช่น กาญจนบุรี และพื้นที่อื่น ๆ กว่า 50 งาน เพื่อให้เกษตรกรเห็นผลลัพธ์ด้วยตาตัวเองและเรียนรู้วิธีการใช้เทคโนโลยีอย่างถูกต้อง ตลอดจนให้ความสำคัญกับการส่งมอบข้อมูลที่ถูกต้องและผ่านการตรวจสอบ (Validate) แล้วแก่เกษตรกร”

เปิดตัวที่ผักใบ ขยายผลสู่ไม้ผล

พิษณุ อภิราชกมล ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัทเดียวกัน เล่าด้วยว่า บริษัทเลือกเปิดตัวผลิตภัณฑ์ซิโมดิส ในกลุ่มพืชผักใบก่อน เพราะเห็นปัญหาของเกษตรกรผู้ปลูกผักใบมีมายาวนานกว่า 20 ปี ซึ่งสารเคมีเดิมๆ ในตลาดเริ่มใช้ไม่ได้ผล ส่วนสารในซิโมดิสเป็นยาประเภท Contact ที่กลไกการทำงานต้องเคลือบผิวพืชให้ทั่วถึง เมื่อแมลงมาสัมผัสจะหยุดชะงักเร็ว การฉีดพ่นพืชผักใบทำได้ง่าย และครอบคลุมพื้นผิวได้ดีกว่าโครงสร้างดอกที่ซับซ้อนของไม้ผล การฉีดพ่นทำได้ทั้งคน และโดรน โดยผสมสัดส่วนตามคำแนะนำ

อย่างไรก็ตาม บริษัทมีแผนขยายตลาดไปยังกลุ่มผักกินผล โดยเริ่มแนะนำให้ใช้ในพริก และ มะเขือ เพื่อกำจัดเพลี้ยไฟ และกลุ่มไม้ผลที่ได้ทดลองในทุเรียน ส้ม มะนาว ซึ่งการเปิดตัวกับพืชชนิดใดผลิตภัณฑ์ต้องผ่านการอนุญาตจากกรมวิชาการเกษตร

ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

เมื่อ AI คือเซลล์ขายคนแรก: ปฏิวัติ SEO สู่ AEO

GUNKUL รุก Data Center-พลังงานสีเขียวตปท. ดันรายได้ทะลุหมื่นล้าน

ลมหายใจของแผ่นดิน: จากดาวเทียมบนฟากฟ้าสู่การถอดรหัสไฟป่า และนวัตกรรมคาร์บอนเครดิต

×

Share

ผู้เขียน

The Story Thailand Avatar