Share on
×

Share

Temasek ชูวิธีปลูกข้าวลดมีเทนสูงสุด 85% เพิ่มผลผลิตสูงสุด 40%

Temasek ชูวิธีปลูกข้าวลดมีเทนสูงสุด 85% เพิ่มผลผลิตสูงสุด 40%

Temasek Lifesciences Laboratory (TLL) เตรียมขยายงานวิจัยสู่การผลิตข้าวคาร์บอนต่ำ 50,000 ตัน หลังทดลองในอินเดีย อินโดนีเซีย และลาว พบว่าสามารถลดการปล่อยก๊าซมีเทนได้สูงสุด 85% ขึ้นอยู่กับวิธีจัดการน้ำ พร้อมเพิ่มผลผลิต 6–40% โดยทำงานกับพันธุ์ข้าวที่เกษตรกรปลูกอยู่ในพื้นที่ แนวทางนี้ผสานการจัดการน้ำ สูตรปุ๋ย และวิธีเพาะปลูกเข้าด้วยกัน เพื่อให้เกษตรกรใช้ปัจจัยการผลิตน้อยลง ได้ผลผลิตเพิ่มขึ้น และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกไปพร้อมกัน

Dr.Rama Chandran Srinivasan, Director Strategic Research Program แห่ง Temasek Lifesciences Laboratory กล่าวว่า การปลูกข้าวเป็นแหล่งปล่อยก๊าซมีเทนประมาณ 10% ของการปล่อยมีเทนทั่วโลก แต่การทำให้เกษตรกรปรับวิธีเพาะปลูกต้องตอบเรื่องผลผลิตและรายได้ให้ได้ก่อน ทีมวิจัยจึงมุ่งพัฒนาแนวทางที่ช่วยเพิ่มผลผลิต ลดการใช้ปุ๋ยและน้ำ โดยมีการลดผลกระทบต่อสภาพภูมิอากาศเป็นประโยชน์ที่เกิดขึ้นร่วมกัน งานด้านนี้เป็นสิ่งที่ TLL ให้ความสำคัญในช่วง 4–5 ปีที่ผ่านมา และกำลังเดินหน้าจากการทดลองสู่การผลิตในขนาดที่ใหญ่ขึ้น

จัดการน้ำและปุ๋ยใช้ได้กับข้าวพันธุ์ท้องถิ่น

องค์ประกอบหนึ่งของโครงการ คือการให้น้ำแบบเปียกสลับแห้ง หรือ Alternate Wetting and Drying (AWD) ซึ่ง Srinivasan ระบุว่าเป็นวิธีที่มีการใช้อยู่แล้วและช่วยลดการปล่อยมีเทนได้ ทีมวิจัยนำวิธีนี้มาใช้ร่วมกับสูตรปุ๋ยและแนวทางจัดการเพาะปลูก โดยให้ความสำคัญกับการเลือกใช้ปุ๋ยและช่วงเวลาที่เหมาะสมในการใส่ เพื่อสนับสนุนการทำงานของจุลินทรีย์ในดิน ขณะเดียวกัน TLL ยังศึกษาจุลินทรีย์ในดินเพื่อทำความเข้าใจว่าองค์ประกอบใดเอื้อต่อการเพิ่มผลผลิตและความต้านทานโรคของข้าว

การนำแนวทางดังกล่าวไปใช้เริ่มจากพันธุ์ข้าวที่เกษตรกรคุ้นเคยและมีตลาดรองรับ แม้ TLL จะพัฒนาพันธุ์ข้าวของตนเอง แต่ Srinivasan กล่าวว่า เกษตรกรต้องการใช้พันธุ์ที่ปลูกอยู่ในท้องถิ่นและเป็นที่ยอมรับของตลาด ทีมวิจัยจึงทดลองกับข้าวท้องถิ่นมากกว่า 25 พันธุ์ในประเทศที่ร่วมโครงการ ซึ่งเขาระบุว่าสามารถทำซ้ำผลได้ แนวทางขยายผลจึงให้ความสำคัญกับการทำงานร่วมกับเกษตรกรและปรับวิธีเพาะปลูกให้เข้ากับการผลิตในแต่ละพื้นที่

ผลทดลอง 3 ประเทศลดมีเทนสูงสุด 85%

โครงการเริ่มจากงานวิจัยและพัฒนาขนาดเล็กในอินเดียและสิงคโปร์ โดยได้รับทุนผ่าน Temasek Foundation ก่อนขยายไปทดลองในแปลงเกษตรของอินเดีย อินโดนีเซีย และลาว การเลือกพื้นที่ในสามประเทศมีเป้าหมายเพื่อทดสอบภายใต้สภาพภูมิอากาศและดินที่แตกต่างกัน เพราะผลจากห้องปฏิบัติการยังต้องพิสูจน์ว่าจะใช้ได้จริงเมื่อขยายพื้นที่เพาะปลูก Srinivasan ระบุว่า การทดลองดำเนินการสองฤดูเพาะปลูก มีเกษตรกรร่วมดำเนินงาน และมีพื้นที่ทดลองรวมประมาณ 500 เฮกตาร์

ผลที่รายงานพบว่าสามารถลดการปล่อยมีเทนได้สูงสุด 85% โดยระดับการลดขึ้นอยู่กับวิธีจัดการน้ำ พร้อมเพิ่มผลผลิตได้ 6–40% ซึ่งลาวเป็นพื้นที่ที่พบการเพิ่มขึ้นของผลผลิตสูงที่สุด นอกจากนี้ การลดการใช้ปุ๋ยและน้ำยังเป็นส่วนสำคัญของแนวทางที่ทีมวิจัยพัฒนาขึ้น เพื่อให้ประโยชน์จากการปรับวิธีเพาะปลูกเชื่อมโยงกับสิ่งที่เกษตรกรให้ความสำคัญ ทั้งผลผลิต การใช้ทรัพยากร และรายได้จากการทำนา

ลดต้นทุนปุ๋ยขยายการใช้ในแปลงเกษตร

แม้ผลทดลองจะแสดงโอกาสเพิ่มผลผลิตและลดมีเทน แต่ต้นทุนสูตรปุ๋ยยังเป็นโจทย์ที่ทีมวิจัยกำลังแก้ไข สูตรที่ใช้อยู่มีการเติมจุลธาตุและส่วนประกอบอื่น ทำให้มีราคาสูงกว่าปุ๋ยที่เกษตรกรใช้อยู่ โดยเฉพาะในอินเดียและอินโดนีเซียซึ่งภาครัฐอุดหนุนราคาปุ๋ย Srinivasan กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างทดลองปรับลดต้นทุนให้ใกล้เคียงกับปุ๋ยของเกษตรกร เพื่อให้แนวทางดังกล่าวนำไปใช้ได้สะดวกขึ้นเมื่อขยายการผลิต

ในมุมของการนำไปใช้จริง Srinivasan ยอมรับว่าแนวทางเพาะปลูกของโครงการอาจมีค่าใช้จ่ายสูงขึ้นบ้าง แต่คาดหวังให้เกษตรกรได้รับผลตอบแทนเพิ่มขึ้นจากประโยชน์ที่เกิดขึ้นร่วมกัน ทั้งผลผลิตที่สูงขึ้นและการลดการใช้ปัจจัยการผลิต นอกจากนี้ เขายังมองโอกาสพัฒนาคาร์บอนเครดิตและแบ่งรายได้ให้เกษตรกรด้วย โดยประเด็นนี้เป็นโอกาสที่ต้องการดำเนินการต่อไปในการขยายโครงการ

ตั้งเป้าผลิตข้าวคาร์บอนต่ำ 50,000 ตัน

เป้าหมายระยะต่อไปของ TLL คือการผลิตข้าวคาร์บอนต่ำ 50,000 ตัน โดยอยู่ระหว่างหารือกับพันธมิตรเพื่อขยายการดำเนินงานจากเครือข่ายที่เคยร่วมทดลองในอินเดีย อินโดนีเซีย และลาว พร้อมมองหาพันธมิตรในเวียดนาม เนื่องจาก TLL เป็นองค์กรวิจัย การผลิตในพื้นที่ขนาดใหญ่จึงต้องอาศัยผู้ดำเนินงานที่มีความพร้อมในแต่ละประเทศ โดยเฉพาะผู้ที่ทำงานกับเกษตรกรและมีการผลิตข้าวอยู่แล้ว

รูปแบบถ่ายทอดความรู้ที่วางแผนไว้คือการฝึกผู้ฝึกสอน หรือ Train the Trainers โดย TLL จะถ่ายทอดวิธีปฏิบัติให้บุคลากรในพื้นที่ เช่น นักวิชาการเกษตร เพื่อให้นำความรู้ไปฝึกเกษตรกรต่อ Srinivasan กล่าวว่า องค์กรกำลังมองหาเงินทุนสนับสนุนควบคู่กับพันธมิตรดำเนินงาน โดยความสำเร็จที่ต้องการเห็นคือการนำผลวิจัยไปสร้างประโยชน์ให้เกษตรกร และทำให้การผลิตข้าวที่ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมขยายไปได้ในวงกว้าง

ต่อยอดวิจัยพันธุ์ข้าวรับมือสภาพอากาศ

งานลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่อยอดจากการวิจัยข้าวของ TLL ที่ดำเนินมากว่า 20 ปี โดยมีสามกลุ่มวิจัยทำงานครอบคลุมพันธุกรรม สภาพแวดล้อม และการจัดการเพาะปลูก ด้านการพัฒนาพันธุ์มีข้าว Temasek rice ซึ่งรวมลักษณะสำคัญเจ็ดประการไว้ด้วยกัน เช่น ความทนทานต่อน้ำท่วม ความต้านทานโรคขอบใบแห้ง และลำต้นกึ่งเตี้ย พร้อมศึกษาความทนทานต่อความร้อน ความแห้งแล้ง และดินเค็ม เพื่อรับมือกับข้อจำกัดที่กระทบการปลูกข้าว รวมถึงปัญหาดินเค็มในพื้นที่ชายฝั่งของไทยและอินโดนีเซีย และอุณหภูมิสูงที่กระทบการสร้างเมล็ดข้าว

แม้สิงคโปร์จะไม่ได้ปลูกข้าว แต่ TLL พัฒนาเทคโนโลยีเพื่อนำไปใช้ในประเทศเกษตรกรรมโดยรอบ ในฐานะองค์กรไม่แสวงหากำไร รายได้จากเทคโนโลยีจะนำกลับมาสนับสนุนงานวิจัย สำหรับโครงการข้าวคาร์บอนต่ำ การขยายผลต่อจากนี้ต้องอาศัยทั้งสูตรปุ๋ยที่มีต้นทุนเหมาะสม พันธมิตรที่พร้อมดำเนินงาน และการถ่ายทอดวิธีเพาะปลูกให้เกษตรกรนำไปใช้ได้จริง โดยมีผลผลิตและรายได้เป็นเงื่อนไขสำคัญของการยอมรับแนวทางดังกล่าว

ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

Neurowyzr ดันเกมคัดกรองสมอง สู่การตรวจสุขภาพประจำปี เตรียมให้บริการในไทย

PE Trust–University Holding ต่อทางงานวิจัยไทย สู่ตลาดทุนปั้น New Economy

×

Share

ผู้เขียน

The Story Thailand Avatar