เรือนจำเป็นพื้นที่ควบคุม แต่ไม่ได้ตัดขาดจากสังคมภายนอก ในแต่ละวันยังมีการรับ ย้าย และปล่อยตัวผู้ต้องขัง การเข้าออกของเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ บุคลากรทางการแพทย์ และญาติผู้มาเยี่ยม เมื่อเกิดโรคระบาดขึ้นภายใน ผลกระทบจึงไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะผู้ต้องขัง แต่มีโอกาสแพร่ไปถึงเจ้าหน้าที่ ชุมชนโดยรอบ และระบบสาธารณสุขภายนอก
ข้อมูลจากกองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค ระบุว่า ปี 2568 พบเหตุการณ์การระบาดของโรคในเรือนจำรวม 91 เหตุการณ์ เป็นไข้หวัดใหญ่ 50 เหตุการณ์ มีผู้ป่วย 6,795 ราย โควิด-19 จำนวน 18 เหตุการณ์ มีผู้ป่วย 1,960 ราย และอาหารเป็นพิษหรืออุจจาระร่วง 7 เหตุการณ์ มีผู้ป่วย 1,869 ราย รวมถึงโรคติดต่ออื่น เช่น ไข้กาฬหลังแอ่น ปอดอักเสบ สุกใส หิด และตาแดง ตัวเลขเหล่านี้ทำให้การมีระบบแจ้งเหตุและตอบสนองที่รวดเร็วมีความสำคัญต่อการลดการแพร่กระจายของโรค ทั้งต่อผู้ต้องขัง เจ้าหน้าที่ และประชาชนภายนอก
โจทย์นี้นำมาสู่ความร่วมมือระหว่างกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงยุติธรรม และกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ในการนำ Traffy Fondue ซึ่งพัฒนาโดย สวทช. มาประยุกต์ใช้เป็นระบบแจ้งเหตุและเฝ้าระวังโรคในเรือนจำ เพื่อให้ข้อมูลจากเรือนจำเชื่อมไปยังโรงพยาบาลแม่ข่าย กรมราชทัณฑ์ และกรมควบคุมโรคได้เร็วขึ้น

“ราชทัณฑ์ปันสุข” กับข้อจำกัดสาธารณสุขในเรือนจำ
การยกระดับสาธารณสุขในเรือนจำ ดำเนินมาต่อเนื่องนับตั้งแต่โครงการพระราชทาน “ราชทัณฑ์ปันสุข ทำความดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์” ริเริ่มขึ้นในปี 2562 เพื่อให้ผู้ต้องขังเข้าถึงบริการสาธารณสุขมากขึ้น พลเอก ไพบูลย์ คุ้มฉายา องคมนตรี กล่าวถึงข้อจำกัดของระบบว่า ประเทศไทยมีผู้ต้องขังเกือบ 300,000 คน ขณะที่บุคลากรทางการแพทย์มีจำนวนจำกัด โดยมีแพทย์ประมาณ 1 คนต่อผู้ต้องขัง 700 คน และมีพยาบาลวิชาชีพประมาณ 2-3 คนต่อเรือนจ
จำนวนบุคลากรไม่ใช่ข้อจำกัดเพียงด้านเดียว เพราะการให้บริการสาธารณสุขในเรือนจำยังอยู่ภายใต้กฎด้านความปลอดภัยและความมั่นคง ระบบสาธารณสุขภายนอก จึงไม่สามารถเข้าไปทำงานได้ในลักษณะเดียวกับสถานพยาบาลทั่วไป แม้แต่การนำระบบการแพทย์ทางไกลเข้ามาใช้ในช่วงแรก ก็ต้องแก้ปัญหาเรื่องระบบสื่อสารภายในเรือนจำ ก่อนจะสามารถเชื่อมผู้ต้องขังกับโรงพยาบาลแม่ข่ายเพื่อรับคำปรึกษาทางการแพทย์ได้
ข้อจำกัดเดียวกันเกิดขึ้นกับการเฝ้าระวังโรค การประสานงานระหว่างเรือนจำกับโรงพยาบาลแม่ข่ายที่ผ่านมา ยังมีทั้งการเขียนข้อมูลด้วยมือและการติดต่อผ่านโทรศัพท์หรือระบบสื่อสารพื้นฐาน เมื่อสงสัยว่าจะเกิดการระบาด เจ้าหน้าที่ต้องประสานข้อมูลไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องผ่านขั้นตอนเหล่านี้ ซึ่งอาจทำให้การส่งข้อมูลล่าช้า
Traffy Fondue จึงถูกนำมาประยุกต์ใช้ เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถรายงานเหตุหรือข้อสงสัยเกี่ยวกับการระบาดไปยังโรงพยาบาลแม่ข่าย กรมควบคุมโรค และกรมราชทัณฑ์ได้เร็วขึ้น ข้อมูลที่เข้าสู่ระบบทำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามสถานการณ์ ประเมินความเสี่ยง และเตรียมยา เวชภัณฑ์ หรือทรัพยากรที่จำเป็นต่อการควบคุมโรคได้จากข้อมูลเดียวกัน
Traffy Fondue ออกแบบรับข้อจำกัดเรือนจำ
การนำ Traffy Fondue เข้าไปใช้ในเรือนจำไม่สามารถใช้เงื่อนไขเดียวกับพื้นที่ทั่วไปได้ เพราะกรมราชทัณฑ์ต้องคำนึงถึงความปลอดภัย ความมั่นคง พิกัดของเรือนจำ และความลับของผู้ต้องขัง ระบบจึงถูกพัฒนาให้รองรับบริบทดังกล่าวโดยเฉพาะ
พันตำรวจเอก อิทธิกร จิรัตนานนท์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า ระบบใช้ QR Code เฉพาะสำหรับแต่ละเรือนจำแทนการระบุพิกัดด้วย GPS เพื่อไม่เปิดเผยข้อมูลทางภูมิศาสตร์ของเรือนจำ พร้อมจำกัดสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูลตามสายการบังคับบัญชา และทำงานในระบบปิด โดยอนุญาตเฉพาะเจ้าหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายในแต่ละระดับให้เข้าถึงข้อมูลตามสิทธิ์ของตน ระบบยังไม่ระบุตัวตนของผู้ป่วยหรือผู้ต้องขังโดยตรง เพื่อให้สอดคล้องกับพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA)
ทันตแพทย์หญิงศรีญาดา ปาลิมาพันธ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม อธิบายว่า Traffy Fondue สำหรับเรือนจำมีคุณลักษณะสำคัญ 6 ด้าน นอกจาก QR Code และการกำหนดสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูลแล้ว ยังมีระบบแจ้งเตือนอัตโนมัติเมื่อสถานะข้อมูลเปลี่ยนแปลง และระบบ SLA สำหรับประเมินและยกระดับการแจ้งเตือนเมื่อการปฏิบัติงานล่าช้ากว่ากำหนด
ทุกขั้นตอนยังถูกบันทึกด้วย Timestamp ในระดับวินาที เพื่อให้ติดตามระยะเวลาและเส้นทางการทำงานย้อนหลังได้ ข้อมูลสามารถส่งออกเป็นไฟล์อิเล็กทรอนิกส์เพื่อประเมินประสิทธิภาพการทำงาน ส่วน Executive Dashboard แสดงข้อมูลแบบเรียลไทม์บนระบบเว็บตามสิทธิ์ของผู้ใช้งาน พร้อม Heat Map สำหรับดูการกระจายตัวของสถานการณ์และจุดเสี่ยง ขณะที่ระบบความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ทำงานในระบบปิด จำกัดผู้เข้าถึงข้อมูล และไม่บังคับจัดเก็บข้อมูลตัวตนของผู้ป่วย
เกิน 72 ชั่วโมง ระบบยกระดับการแจ้งเตือน
หนึ่งในฟังก์ชันที่อยู่ระหว่างพัฒนาคือระบบ Alert และการยกระดับการแจ้งเตือน หากการสอบสวนโรคดำเนินการล่าช้าเกิน 72 ชั่วโมง ระบบจะส่งข้อมูลขึ้นไปยังส่วนกลางและรองอธิบดีกรมควบคุมโรค เพื่อพิจารณาสั่งการจัดการสถานการณ์ โดยฟังก์ชันดังกล่าวมีกำหนดเริ่มเปิดใช้งานในปี 2570
การกำหนดระยะเวลาดังกล่าวทำงานร่วมกับระบบติดตามสถานะและ Timestamp เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงสถานะ ระบบจะแจ้งเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบ และสามารถตรวจสอบได้ว่าการดำเนินงานแต่ละขั้นใช้เวลาเท่าใด หากล่าช้ากว่าที่กำหนด ระบบจะยกระดับการแจ้งเตือนตามขั้นตอนที่วางไว้
พัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า การเชื่อมข้อมูลระหว่างเรือนจำ โรงพยาบาลแม่ข่าย กรมราชทัณฑ์ และกรมควบคุมโรค จะทำให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าถึงข้อมูลชุดเดียวกัน สามารถประเมินความเสี่ยง วางแผนตอบโต้ และจัดสรรทรัพยากรที่จำเป็นได้ทันต่อสถานการณ์
จากงานเขียนมือ สู่ข้อมูลกึ่งเรียลไทม์
ความเปลี่ยนแปลงของระบบ ไม่ได้อยู่เพียงการเปลี่ยนช่องทางรายงานจากกระดาษมาเป็นดิจิทัล แต่ทำให้ข้อมูลจากเรือนจำเดินทางไปถึงหน่วยงานที่ต้องเข้ามาดำเนินการได้เร็วขึ้น จากเดิมที่ต้องเขียนข้อมูลหรือประสานผ่านโทรศัพท์พื้นฐาน เจ้าหน้าที่สามารถส่งรายงานเหตุ หรือข้อสงสัยเกี่ยวกับการระบาด ไปยังโรงพยาบาลแม่ข่าย กรมควบคุมโรค และกรมราชทัณฑ์ได้ในลักษณะกึ่งเรียลไทม์
ข้อมูลดังกล่าว ยังสามารถส่งต่อไปยังผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ภายนอกเรือนจำได้เร็วขึ้น โดยยังรักษาความลับทางการแพทย์และข้อจำกัดของพื้นที่ควบคุมไว้ การเชื่อมต่อกับโรงพยาบาลแม่ข่ายจึงช่วยให้การดูแลผู้ต้องขังไม่ได้ขึ้นอยู่กับบุคลากรทางการแพทย์ที่มีอยู่ภายในเรือนจำเพียงอย่างเดียว แต่สามารถประสานกับระบบสาธารณสุขภายนอกเมื่อจำเป็นได้
ผู้ต้องขังยังมีสิทธิได้รับบริการสุขภาพ
พันตำรวจเอก อิทธิกร กล่าวว่า ผู้ต้องขังถูกจำกัดสิทธิด้านอิสรภาพ แต่ไม่ได้ถูกจำกัดสิทธิในการมีชีวิตและการได้รับบริการด้านสาธารณสุข การดูแลสุขภาพในเรือนจำจึงต้องได้มาตรฐานเช่นเดียวกับประชาชนทั่วไป ภายใต้เงื่อนไขที่กรมราชทัณฑ์ยังต้องรักษาความปลอดภัย ความมั่นคง และความลับของผู้ต้องขังไปพร้อมกัน
Traffy Fondue เข้ามาสนับสนุนการเฝ้าระวังโรคด้วยการส่งข้อมูลไปยังหน่วยงานและผู้เชี่ยวชาญที่เกี่ยวข้องได้เร็วขึ้น เมื่อพบการระบาดหรือความผิดปกติ ข้อมูลสามารถนำไปใช้ประกอบการจัดการพื้นที่และควบคุมการระบาด โดยยังรักษาข้อจำกัดและความลับของพื้นที่ภายในเรือนจำไว้
พลเอก ไพบูลย์ ย้ำว่า ผู้ต้องขังได้รับโทษตามกระบวนการยุติธรรม แต่การดูแลรักษาพยาบาลเป็นสิ่งที่ควรได้รับตามหลักมนุษยธรรม เพราะความเสี่ยงจากโรคระบาดในเรือนจำไม่ได้อยู่เฉพาะกับผู้ต้องขัง เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์และบุคลากรทางการแพทย์ที่เข้าไปปฏิบัติงานก็มีโอกาสรับเชื้อและนำออกไปสู่ภายนอกได้ การดูแลและควบคุมโรคภายในเรือนจำจึงเกี่ยวข้องกับทั้งผู้ที่อยู่ภายในและผู้ที่เข้าออกพื้นที่
จาก Sandbox สู่เรือนจำทั่วประเทศ
Traffy Fondue สำหรับเรือนจำยังอยู่ในช่วง Sandbox โดยมีแนวทางขยายการใช้งานไปยังเรือนจำทั่วประเทศ พันตำรวจเอก อิทธิกร กล่าวว่า หลังการลงนามความร่วมมือ กรมราชทัณฑ์จะพัฒนาระบบและเจ้าหน้าที่เพื่อรองรับการใช้งานในเรือนจำทั่วประเทศ โดยยังทำงานร่วมกับโรงพยาบาลแม่ข่ายในแต่ละพื้นที่ ซึ่งเป็นกลไกที่ใช้ประสานกับกระทรวงสาธารณสุขอยู่แล้ว
ขอบเขตของระบบอาจไม่ได้หยุดอยู่ที่กรมราชทัณฑ์ พลเอก ไพบูลย์ เสนอให้ศึกษาการขยายไปยังกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน เพื่อดูแลเด็กและเยาวชนที่อยู่ในพื้นที่ควบคุม ขณะที่ผู้แทนกระทรวง อว. ระบุว่าจะนำข้อเสนอดังกล่าวไปศึกษาต่อ
การนำ Traffy Fondue มาใช้ในเรือนจำจึงเริ่มจากการแก้ข้อจำกัดที่เกิดขึ้นในการทำงานจริง ตั้งแต่การรายงานข้อมูลที่มีหลายขั้นตอน ข้อจำกัดด้านระบบสื่อสาร จำนวนบุคลากรทางการแพทย์ ไปจนถึงเงื่อนไขด้านความมั่นคงและความลับของพื้นที่ ระบบที่พัฒนาขึ้นจึงต้องทำให้ข้อมูลเดินทางได้เร็วขึ้น พร้อมรักษาข้อกำหนดของเรือนจำ เพื่อให้การเฝ้าระวังและควบคุมโรคเชื่อมต่อกับระบบสาธารณสุขภายนอกได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ
40 ปี NECTEC ปูรากฐานดิจิทัลไทยสู่ Quantum-Space-Physical AI
ETDA เร่งสร้าง Digital Trust รับ AI-แพลตฟอร์มโตเร็ว



