เพื่อตอบสนองความต้องการที่เปลี่ยนแปลงของนักท่องเที่ยว Trip.Best ได้ประกาศเปิดตัว 3 โครงการริเริ่มใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อตลาดไทยโดยเฉพาะ ได้แก่ โครงการ Trip.Best Reviewer Program โครงการ Black Diamond Tasting Privilege และ Top Experiences Ranking ฉบับประเทศไทย
โครงการแรกคือ Trip.Best Reviewer Program ซึ่งจะเริ่มตั้งแต่ปี 2026 โดยเปิดให้สมาชิก Trip.com ระดับ Black Diamond ระดับ Diamond+ และระดับ Diamond สามารถเข้าร่วมโปรแกรมนักรีวิวที่ครอบคลุมทั้งการรีวิวที่พักและสถานที่ท่องเที่ยว เพื่อให้นักท่องเที่ยวมีส่วนร่วมในการจัดอันดับ สมาชิก Black Diamond จะได้รับ Trip Coins สูงสุดถึง 15% ส่วนสมาชิก Diamond+ และ Diamond จะรับคืนสูงสุด 2% ทุกออเดอร์ในช่วงเวลาที่กำหนด
นอกจากนี้ยังมีการดึงสมาชิกภาพระดับ Black Diamond และกลุ่ม KOL ที่มีผู้ติดตามเกิน 50,000 คน มาร่วมรีวิว โดยให้รางวัลตอบแทนเป็น Trip Coins สูงสุด 15% หรือวอชเชอร์โรงแรมฟรี เพื่อให้มั่นใจว่ารีวิวมาจากประสบการณ์จริงและเป็นมืออาชีพ สมาชิกสามารถสมัครเข้าร่วมโปรแกรมได้ผ่านแพลตฟอร์ม Trip.com ในขณะที่กลุ่ม KOL สามารถสมัครผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียอย่างเป็นทางการของแพลตฟอร์ม
โครงการที่สองคือ Black Diamond Tasting Privilege ซึ่งเป็นสิทธิพิเศษชิมอาหารสำหรับสมาชิกระดับ Black Diamond โดยคัดสรรคอลเลกชันร้านอาหารระดับพรีเมียมอย่างพิถีพิถัน โครงการนี้รวบรวมร้านอาหารชั้นนำทั้งในประเทศไทยและจุดหมายปลายทางทั่วโลก มีการเชิญสมาชิก Black Diamond ซึ่งแม้จะมีสัดส่วนเพียง 2% ของผู้ใช้งาน แต่กลับเป็นกลุ่มที่สร้างรายได้ให้แพลตฟอร์มถึง 40% มาร่วมรับประทานอาหารระดับพรีเมียมฟรีเพื่อทำการทดสอบและรีวิว แคมเปญชิมอาหารฟรีนี้มีการแจกประสบการณ์กว่า 500 รายการทั่วโลก รวมถึงร้านอาหารชั้นเยี่ยมในประเทศไทย 20 แห่ง โดยในไทยมีสิทธิ์ให้สัปดาห์ละ 10 รางวัล
โครงการนี้ยังมี Global Fine Dining Rankings ที่ครอบคลุม 71 เมืองสำคัญ โดยนักรีวิวและผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารได้ทำการรีวิวร้านอาหารในระบบไปแล้วกว่า 16,000 แห่ง ครอบคลุม 500 เมืองใน 68 ประเทศทั่วโลก การจัดอันดับร้านอาหารมี 3 ธีมหลัก คือ รสชาติท้องถิ่น ประสบการณ์ที่ร้านอาหาร และการเรียนรู้ ข้อมูลระบุว่าคำค้นหาด้านอาหารผ่านผู้ช่วย AI อย่าง TripGenie เพิ่มขึ้น 30% โดยรายการจัดอันดับร้านอาหารมีผู้เข้าชมเติบโตสูงกว่าหมวดที่พักหรือกิจกรรม
เมื่อพบว่านักท่องเที่ยวไทย 46% มองหาร้านที่ทั้งอร่อยและมีมุมถ่ายรูปสวย แพลตฟอร์มจึงเพิ่มแท็กรูปภาพ เช่น วิวพระอาทิตย์ตกหรือวิวน้ำตก ทำให้มีอัตราการคลิกเข้าชมเพิ่มขึ้นกว่า 10% การให้ข้อมูลการันตีผู้ใช้งานและเพิ่มแท็กภาพถ่ายมุมสวย ๆ ช่วยเพิ่มอัตราการคลิกได้มากกว่า 15% และช่วยดันคะแนนความพึงพอใจของผู้ใช้ให้เพิ่มขึ้นมากกว่า 10% นอกจากนี้ 57% ของนักท่องเที่ยวไทยมักจะค้นหาอาหารไทยเมื่อเดินทางไปต่างประเทศ จึงมีการจัดทำลิสต์ร้านอาหารแนว Hometown cuisine กว่า 75 รายการ ใน 48 เมือง 19 ประเทศ เช่น ร้าน Rosa Thai ในลอนดอนที่ใช้วัตถุดิบจากฟาร์มในไทย รวมทั้งยังมีการใช้ AI ช่วยวางแผนทริป โดยนำร้านอาหารไปบูรณาการเข้ากับสถานที่ท่องเที่ยวและโรงแรมที่อยู่ใกล้เคียงเพื่อให้แผนการเดินทางมีความลื่นไหลที่สุด
โครงการที่สามคือ Top Experiences Ranking ฉบับประเทศไทย ซึ่งไม่ใช่แค่การจัดอันดับลิสต์สถานที่ท่องเที่ยวทั่วไป แต่คือการยกระดับประสบการณ์ที่ทำให้ทริปนั้นน่าจดจำ ตั้งแต่เทศกาลสงกรานต์ คอร์สสอนทำอาหารไทย ชุดไทยย้อนยุคในกรุงเทพฯ ไปจนถึงกิจกรรม Jungle Flight ที่เชียงใหม่ ปัญหาหลักที่นักท่องเที่ยวเจอคือข้อมูลผิดพลาด พลาดเวลาที่ดีที่สุด หรือหามุมถ่ายรูปไม่ได้ แพลตฟอร์มจึงจัดทำ Scenic ranking เพื่ออัปเดตข้อมูลกิจกรรมตามฤดูกาล ตำแหน่งที่ตั้งที่ชัดเจน และเวลาเปิดปิดแบบเรียลไทม์
ยอดการค้นหากิจกรรมและคอนเทนต์เกี่ยวกับสถานที่ท่องเที่ยวสวยงามเพิ่มขึ้นเฉลี่ยสูงถึง 800% แพลตฟอร์มเน้นย้ำประสบการณ์ท้องถิ่นที่เป็นที่จดจำ เช่น การดูแลช้าง เรียนทำอาหารไทย และกิจกรรม Jungle Flight ในประเทศไทย นอกจากนี้ยังมีคู่มือแนะนำจุดถ่ายรูป เช่น แนะนำจุดถ่ายรูปที่สวยที่สุดในเซี่ยงไฮ้ดิสนีย์แลนด์ และเตรียมเปิดตัวจุดติดตั้งออฟไลน์สำหรับเช็กอินใน 22 เมืองใหญ่ใน 6 ประเทศเอเชีย ซึ่งผู้ใช้สามารถสแกนเพื่อรับคะแนนสะสมได้สูงสุดถึง 25,000 Trip Coins คิดเป็นมูลค่าประมาณ 130,000 บาท
กลยุทธ์ผ่าน 3 โครงการใหม่นี้ สะท้อนให้เห็นว่า Trip.Best ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มรายการจัดอันดับที่ครอบคลุมกว่า 14,000 เมืองทั่วโลก พยายามใช้อัลกอริทึม AI และการคัดสรรโดยผู้เชี่ยวชาญจากรีวิวและการจองนับล้านรายการ มาช่วยอัปเดตข้อมูลให้สม่ำเสมอ เพื่อให้นักท่องเที่ยวค้นพบประสบการณ์ชั้นนำที่ตรงกับความสนใจได้อย่างมั่นใจ
ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ
กลยุทธ์ 0 บาท พลิกเกมธุรกิจท่องเที่ยว
เคทีซีชู ‘Because of Love’ ชวนวางแผนชีวิตเชิงรุก โดยไม่ทิ้งภาระให้คนข้างหลัง
อนาคต Future Food ไทย: พลิกโฉม ‘ครัวโลก’ สู่นวัตกรรมมูลค่าสูง



