ทรู คอร์ปอเรชั่น ประกาศผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2569 เติบโตแข็งแกร่งทำกำไรสุทธิต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 5 ติดต่อกัน รับอานิสงส์การขยายตัวของฐานผู้ใช้บริการ การปรับปรุงโครงข่ายให้ทันสมัย (Network Modernization) และการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ โดยบริษัทฯ รายงานกำไรสุทธิหลังหักภาษีที่ 6.6 พันล้านบาท และ EBITDA อยู่ที่ 2.8 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.9% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
ซิกเว่ เบรกเก้ ประธานคณะผู้บริหารกลุ่ม บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานในไตรมาสแรกของปีนี้ สะท้อนความสำเร็จทั้งในแง่การเงินและความพึงพอใจของลูกค้าที่พุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ แม้จะมีความท้าทายจากปัจจัยทางเศรษฐกิจมหภาค แต่การปรับโครงสร้างองค์กรและการพัฒนาโครงข่ายให้ทันสมัยอย่างต่อเนื่อง กลายเป็นจุดแข็งสำคัญที่ช่วยยกระดับทั้งประสิทธิภาพการดำเนินงานและศักยภาพการแข่งขันในระยะยาว
สรุปไฮไลต์การดำเนินงานในไตรมาส 1/2569
- ธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่: มีจำนวนผู้ใช้บริการรวม 48.1 ล้านเลขหมาย เพิ่มขึ้น 614,000 เลขหมายจากไตรมาสก่อนหน้า โดยมียอดผู้ใช้บริการ 5G รวมทั้งสิ้น 18.4 ล้านราย ผลจากการบริหารอัตราการเลิกใช้บริการที่มีประสิทธิภาพและโครงการ “เรียนได้ทุกที่ ทุกเวลา” ของกระทรวงศึกษาธิการ
- ธุรกิจอินเทอร์เน็ตบ้าน: เติบโตสูงสุดนับตั้งแต่ควบรวมกิจการ โดยมีผู้ใช้รายใหม่เพิ่มขึ้น 36,000 ราย จากคุณภาพโครงข่ายที่เสถียรขึ้น ส่งผลให้คะแนนความพึงพอใจลูกค้า (NPS) ปรับตัวดีขึ้น
- การบริการดิจิทัล: การหันมาใช้ช่องทางบริการตนเองผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัลเพิ่มขึ้น ช่วยลดปริมาณการติดต่อคอลเซ็นเตอร์และเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน
วินัยทางการเงินหนุนกำไรพุ่ง พร้อมจ่ายปันผลระหว่างกาล
นกุล เซห์กัล หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านการเงิน กล่าวว่า กำไรที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเป็นผลมาจากการรับรู้ผลประโยชน์จากการควบรวมกิจการ (Synergy) และการควบคุมค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่ลดลงถึง 29.8% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยเฉพาะการสิ้นสุดสัญญาเช่าโครงข่ายกับ NT และการประหยัดต้นทุนด้านคอนเทนต์
จากผลประกอบการที่แข็งแกร่ง คณะกรรมการบริษัทฯ จึงมีมติอนุมัติจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลจำนวน 4.8 พันล้านบาท หรือคิดเป็น 0.14 บาทต่อหุ้น (คิดเป็นอัตรา 73% ของกำไรสุทธิ) นอกจากนี้ อัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อ EBITDA (Leverage ratio) ยังลดลงมาอยู่ที่ 3.8 เท่า จากการบริหารจัดการหนี้และการไถ่ถอนหุ้นกู้ก่อนกำหนดในไตรมาสก่อนหน้า
ตัวเลขทางการเงินที่สำคัญ (ไตรมาส 1/2569)
ทรู คอร์ปอเรชั่น ทำกำไรสุทธิหลังหักภาษีต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 5 ติดต่อกัน โดยได้รับแรงหนุนจากการประหยัดต้นทุนด้านคลื่นความถี่และการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน รายได้จากการให้บริการไม่รวมค่าเชื่อมต่อโครงข่าย (IC) ในไตรมาส 1/2569 ลดลง 0.6 % เมื่อเทียบกับปีก่อน และลดลง 0.4% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน สาเหตุหลักมาจากการลดลงของรายได้ธุรกิจโทรทัศน์บอกรับสมาชิก (PayTV) แต่ยังได้รับแรงหนุนจากธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่และธุรกิจออนไลน์ เมื่อปรับรายได้การให้บริการข้ามโครงข่ายภายในประเทศกับ NT รายได้จากการให้บริการลดลง 0.2% เมื่อเทียบกับปีก่อน และ 0.4% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน การลดลงของค่าเช่าโครงข่ายซึ่งเป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ภายหลังการสิ้นสุดสัญญาเช่าโครงข่ายกับ NT ตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2568 ส่งผลให้รายได้รวมลดลง 9.8% เมื่อเทียบกับปีก่อน รายได้จากการขายลดลง 2.2% เมื่อเทียบกับปีก่อน และลดลง 14.6% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน สาเหตุหลักมาจากการเปิดตัว iPhone ในไตรมาสก่อน
ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน (ไม่รวมค่าเสื่อมและค่าตัดจำหน่าย) ลดลง 29.8% เมื่อเทียบกับปีก่อน จากการ สิ้นสุดสัญญาเช่าโครงข่ายกับ NT ค่าใช้จ่ายด้านโครงข่ายลดลง 25.2% จากการได้มาซึ่งใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ และการประหยัดต้นทุนจากการพัฒนาโครงข่าย ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการขายและการบริหารเพิ่มขึ้น 5.3% จากการตั้งค้างจ่ายโบนัสและระดับหนี้สูญที่ลดลงในปีก่อน ส่วนต้นทุนอื่นในการให้บริการลดลง 13.1% เมื่อเทียบกับปีก่อน เป็นผลจากค่าใช้จ่ายคอนเทนต์ที่ลดลง (ไม่มี EPL)
นับตั้งแต่การควบรวมกิจการแล้วเสร็จ ทรู คอร์ปอเรชั่น สามารถเพิ่ม EBITDA ได้ 8.6 พันล้านบาท หรือเติบโต 44% โดยในไตรมาส 1/2569 บริษัทฯ รายงาน EBITDA เพิ่มขึ้น 10.9% เมื่อเทียบกับปีก่อน จากประโยชน์ของการได้มาซึ่งใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ อัตราส่วน EBITDA ต่อรายได้จากการให้บริการปรับตัวดีขึ้น 7.1 จุด เมื่อเทียบกับปีก่อน อยู่ที่ 68.3% สำหรับไตรมาสนี้ ในขณะที่อัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อ EBITDA (Leverage) อยู่ที่ 3.8 เท่า ณ สิ้นไตรมาส 1/2569 ลดลง 0.3 เท่า เมื่อเทียบกับปีก่อน และลดลง 0.2 เท่า เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน
สำหรับไตรมาส 1/2569 ทรู คอร์ปอเรชั่น รายงานกำไรสุทธิหลังหักภาษีจำนวน 6.6 พันล้านบาท โดยคณะกรรมการบริษัทฯ มีมติอนุมัติจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลสำหรับงวด 3 เดือนแรกของปี 2569 จำนวน 4.8 พันล้านบาท คิดเป็นอัตราการจ่ายเงินปันผลที่73% หรือ 0.14 บาทต่อหุ้น ขณะที่ค่าใช้จ่ายด้านการลงทุน (CAPEX) ในไตรมาสนี้อยู่ที่ 4.3 พันล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 9% ของยอดขายในช่วงเวลาดังกล่าว
ในระยะถัดไป ทรู คอร์ปอเรชั่น ยังคงมุ่งเน้นลำดับความสำคัญในการบริหารการเงินอย่างรอบคอบ ลงทุนในธุรกิจที่มีศักยภาพเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ผู้ถือหุ้น และเดินหน้าสู่เป้าหมายการเป็นผู้นำโทรคมนาคม-เทคโนโลยีที่ยั่งยืนด้วยการผสานพลังปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ากับโซลูชันการเชื่อมต่อระดับโลก
ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ
ทรู-Google-อว. เปิดตัว AI for All Thais ปั้นคน 20 ล้านคน รับเศรษฐกิจดิจิทัล
เอคเซนเชอร์จัด CEO Forum 2026 กางโรดแมปขับเคลื่อน ‘องค์กรอัจฉริยะ’ ด้วย Human + AI



