TH | EN
TH | EN
หน้าแรก Interview “พชร อารยะการกุล” CEO รุ่นใหม่ บนภารกิจปั้น “บลูบิค กรุ๊ป" ขึ้นแท่นบริษัทไทยระดับโลก

“พชร อารยะการกุล” CEO รุ่นใหม่ บนภารกิจปั้น “บลูบิค กรุ๊ป” ขึ้นแท่นบริษัทไทยระดับโลก

บลูบิค กรุ๊ป บริษัทของคนรุ่นใหม่ สตาร์ตอัพที่ปรึกษาด้านดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชัน ใช้ระยะเวลาเพียง 8 ปี ก้าวขึ้นมาเป็นบริษัทมหาชนที่เพิ่งจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ MAI ไปเมื่อเดือนกันยายน 2564 ที่ผ่านมาในชื่อ “BBIK”  ได้รับเสียงตอบรับจากนักลงทุนล้นหลาม ด้วยเป็นธุรกิจเป็นดาวเด่นในยุคดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชัน

พชร อารยะการกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บลูบิค กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ BBIK หัวเรือใหญ่นำทัพผ่าฟันปัญหาจนก้าวจากสตาร์ตอัพดาวเด่นของประเทศสู่บริษัทมหาชนเต็มรูปแบบ ให้สัมภาษณ์กับ The Story Thailand ว่า ตัวเขาเองคือเด็กผู้หลงใหลในเทคโนโลยี เริ่มต้นทดลอง เรียนรู้อะไรหลาย ๆ อย่างด้วยความอยากรู้อยากเห็น อยากทดลอง เริ่มลงมือหัดเขียนโปรแกรมตั้งแต่อายุยังน้อย บวกกับแรงผลักดัน สนับสนุนของโรงเรียน ส่งตัวไปประกวดตามเวทีต่าง ๆ ทั้งเกี่ยวกับการเขียนโปรแกรมและหุ่นยนต์ 

ความหลงใหลเทคโนโลยีฝังลึกลงไปในตัวของพชร เขามุ่งมั่นเข้าเรียนคณะวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ ในระดับมหาวิทยาลัย หลังเรียนจบก็มุ่งหน้าเข้าทำงานในบริษัทที่ปรึกษาด้านไอทีใช้ความรู้ด้านเทคโนโลยีเข้าไปช่วยปรับปรุงระบบไอทีให้กับลูกค้า ได้ทำงานร่วมกับธุรกิจชั้นนำในหลากหลายอุตสาหกรรมทั้ง ธุรกิจธนาคาร ประกันภัย ค้าปลีก สินค้าอุปโภคและบริโภค  ทำให้เกิดมุมมองในมิติใหม่ เกิดจุดสงสัยด้านการบริหารธุรกิจให้ประสบผลสำเร็จ บนความยากด้านการแข่งขัน เพื่อสร้างมูลค่ามหาศาลให้เกิดขึ้นกับระบบเศรษฐกิจและเริ่ม

หลังจากเรียนจบด้านบริหารธุรกิจ ได้เข้าทำงานกับบริษัทที่ปรึกษาด้านกลยุทธ์ ช่วยเปิดโลกมุมมองด้านธุรกิจให้กว้างและลึกยิ่งขึ้น ด้วยมีโอกาสทำงานกับผู้บริหารระดับสูง หรือ “chief” ทั้งหลาย มีบทบาทเชิงกลยุทธ์ภายในองค์กรให้กับ 500 บริษัทชั้นนำของโลกในหลากหลายประเทศ ซึ่งบริษัทเหล่านี้ล้วนเผชิญหน้ากับความท้าทายด้านการแข่งขันที่สูงมาก จึงต้องมีการพัฒนายกระดับขีดความสามารถขององค์กรให้สามารถเอาชนะคู่แข่งและยืนหยัดในสังเวียนของการแข่งขันเอาไว้ให้ได้ตลอดเวลา 

ทำให้พชรได้มองเห็นว่า หัวใจสำคัญของการยืนระยะอย่างมีศักยภาพและสามารถขับเคลื่อนธุรกิจไปข้างหน้าได้อย่างปราดเปรื่อง คือ การทำดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชัน ทำให้ภาพชัดเจนขึ้นว่าเทคโนโลยีกับธุรกิจเป็นสิ่งที่ขาดกันไม่ได้ เทคโนโลยีจะกลายเป็นสิ่งที่จำเป็นที่สุดของการทำธุรกิจ นั้นเป็นการมองเห็นความเชื่อมโยงของเทคโนโลยีและธุรกิจ ซึ่งเป็นจุดแข็งในตัวของพชรเช่นกัน 

แม้การทำงานในบริษัทที่ปรึกษาจะเป็นต้นทางสำคัญในการฝึกมือรับคมประสบการณ์ แต่ก็ยัง pain point ใหญ่คือเป็นเพียงผู้วางแผนการใช้เทคโนโลยีแต่ไม่ได้ลงมือดำเนินการทุกกระบวนการ (implement) จนสำเร็จ ซี่งเขามองเห็นว่างาน implement สำคัญไม่แพ้การวางกลยุทธ์ 

จุดเริ่มต้น …

บลูบิค กรุ๊ป เกิดจากการระดมสมองของคนรุ่นใหม่ เมื่อมีโอกาสได้พูดคุยเพื่อนที่มีมุมมองวิสัยทัศน์ (vision) เหมือนกัน มองดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชัน คือ แรงขับเคลื่อนสำคัญของธุรกิจ และมีแนวคิดตั้งบริษัทที่สามารถช่วยลูกค้าได้ตั้งแต่การตัดสินใจระดับกลยุทธ์ เพื่อสร้างการเติบโตของผลกำไร เพิ่มมูลค่า เพื่อสร้างความยั่งยืนให้กับองค์กร ด้วยการอาศัยความได้เปรียบที่เฉียบแหลมในด้านเทคโนโลยี ควบคู่ไป implement ระบบอย่างมีประสิทธิภาพ และยกระดับขีดความสามารถเพื่อสร้างความยั่งยืนด้วยการมองหาเทคโนโลยีชั้นสูง (deep tech) มาต่อยอด 

“ชื่อบลูบิค มาจาก Blue Ocean Strategy + Rubik Cube = Bluebik นั่นก็คือ การแก้ปัญหาโดยการวิธีการใหม่ ๆ กลยุทธ์ใหม่ ๆ เข้ามาช่วยลูกค้า”

บลูบิค กรุ๊ป มีจุดมุ่งหมายตอบโจทย์ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (stakeholders) ทั้งหมดของลูกค้า ประกอบด้วย ผู้ถือหุ้นคือเพิ่มขีดความสามารถในการสร้างผลการดำเนินงานที่ดี มีผลกำไรและผลตอบแทนที่ดีให้ผู้ถือหุ้น  พนักงานคือ ช่วยให้การทำงานของพนักงานมีประสิทธิภาพสูงสุด ด้วยการนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยลดขั้นตอนและวิธีการทำงานที่ซับซ้อน ลดความผิดพลาดในการทำงาน และสังคมและสิ่งแวดล้อม  นำเทคโนโลยีเข้าไปช่วยลดปริมาณคาร์บอน ลดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ เพื่อปลายทางสุดท้ายของการสร้างความยั่งยืนให้แก่องค์กรในทุกมิติ ไม่ใช่เป็นเพียงการสร้างผลกำไรแต่มุ่งสร้างสมดุลของสังคมและโลกอย่างยั่งยืนด้วย

บลูบิค กรุ๊ป เริ่มต้นจากการเป็นสตาร์ตอัพที่ผ่านการลองผิดลองถูกมามาก เริ่มต้นจากการติดตั้งซอฟต์แวร์จนเปลี่ยนมาทำเทคโนโลยีเป็นของตัวเอง และเข้าไปลงทุนในสตาร์ตอัพ กว่าจะก้าวขึ้นมาเป็นบริษัทที่ปรึกษาด้านดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชันครบวงจรที่ได้รับการยอมรับอย่างในทุกวันนี้ 

พชรขยายความว่า การทำดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชันคือการนำเทคโนโลยีเข้ามาขับเคลื่อนองค์กรในมิติต่าง ๆ ทั้งในมิติกระบวนการทำงานที่ดีขึ้น การเพิ่มศักยภาพของพนักงานด้วยการใช้เทคโนโลยี การปรับเปลี่ยนกลยุทธ์รูปแบบธุรกิจให้เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม การเพิ่มกลุ่มเป้าหมายลูกค้า และการเข้าไปในตลาดใหม่ ๆ ได้มากยิ่งขึ้น จากการลงเล่นในสนามได้เรียนรู้ว่า ไม่มีสิ่งไหนสำคัญที่สุด แต่ทุกอย่างสำคัญเท่ากัน และมีความสัมพันธ์เชื่อมโยงกันหมดนับตั้งแต่ต้นน้ำไปจนถึงปลายน้ำ นับตั้งแต่การวางกลยุทธ์ การเลือกทีม จนกระทั้งการนำมาใช้ในการดำเนินงานในขั้นตอนต่าง ๆ (execution) การเลือกใช้เทคโนโลยี การดำเนินการติดตั้งวางระบบเทคโนโลยีอย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุดจนปรับเป็นธุรกิจที่สามารถตอบโจทย์ลูกค้าได้ครบทุกมิติ 

“และวันนี้ บลูบิค กรุ๊ป ก้าวขึ้นเป็น ‘ที่ปรึกษาด้านดิจิทัลทรานฟอร์เมชันครบวงจร’ ที่โดดเด่น ช่วยสร้างความได้เปรียบด้านการแข่งขัน การวางระบบและติดตั้งระบบที่มีความซับซ้อน ไปจนถึงการใช้เทคโนโลยีขั้นสูง อย่างปัญญาประดิษฐ์ (AI) บล็อกเชน” 

สู่การเป็นธุรกิจไทยชั้นนำระดับโลก 

แม้ปัจจุบัน บลูบิค กรุ๊ป สามารถเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ก็ไม่ได้หยุดเดินเท่านี้ ด้วย 3 เป้าหมายที่ท้าทายสู่การเป็นธุรกิจไทยชั้นนำระดับโลก เป้าหมายแรก คือ ยกธุรกิจที่ปรึกษาดิจิทัลทรานส์ฟอร์มเมชันซึ่งเป็นธุรกิจหลักไปสู่ระดับสากลให้ มีแผนเพิ่มบริการเพิ่มเติมด้วยการมองหากลยุทธ์และเทคโนโลยีใหม่ ๆ เข้ามาเติมเต็มและเพิ่มบริการที่หลากหลายตอบโจทย์ลูกค้าองค์กรที่มีการแข่งขันสูงมากขึ้นบนเวทีระดับโลก และยังมีแผนขยายฐานลูกค้า ไปในกลุ่มองค์กรขนาดกลาง รวมไปถึงบริษัทขนาดใหญ่ในภูมิภาคอาเซียนด้านทีมที่ปรึกษาที่มีศักยภาพ

เป้าหมายที่สองในอีก  5 ปี คือ สร้างบลูบิค กรุ๊ป ให้เป็นมากกว่าบริษัทที่ปรึกษามองหาแนวทางทำงานร่วมกันเป็นพันธมิตรชั้นนำระยะยาว เช่น รูปแบบร่วมทุน (Joint Venture) ระหว่างบริษัท มอดูลัส เวนเจอร์ จำกัด (Modulus) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่ OR ถือหุ้นในสัดส่วน 100% กับบริษัท บลูบิค กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ Bluebik ซึ่งเป็นบริษัทคอนซัลท์ผู้ให้บริการที่ปรึกษาด้านการทำ Digital transformation ในการจัดตั้งบริษัทใหม่ภายใต้ชื่อ บริษัท ออร์บิท ดิจิทัล จำกัด หรือ ORBIT Digital เพื่อเสริมสร้างศักยภาพด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม ยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน  ตลอดจนสร้างมูลค่าเพิ่มผ่านการพัฒนาธุรกิจดิจิทัล ให้ OR โดยจะอาศัยจุดแข็งของ OR ทั้งฐานลูกค้า Blue Card และเครือข่าย PTT Station และ Café Amazon ที่ครอบคลุมทั่วประเทศ 

และบลูบิคยังคงมองหาการร่วมทุนธุรกิจชั้นนำในอุตสาหกรรมอื่น ๆ เพิ่มเติมด้วยเป้าหมายการเพิ่มมูลค่าธุรกิจด้วยเทคโนโลยี จากองค์ความรู้และประสบการณ์ผสานเข้ากับจุดแข็งของพันธมิตร ช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับทางเศรษฐกิจและทรัพยสินทางปัญญาให้กลับประเทศโดยการใช้ความคิดสร้างสรรค์ในการทำธุรกิจที่สามารถตอบโจทย์ตลาดได้อย่างแท้จริง ภาพปลายทางที่ต้องเดินไปให้ถึงในเป้าหมายที่สอง

เป้าหมายที่สามเป็นเป้าหมายสูงสุดของบูลบิค กรุ๊ป ภายใน 10 ปี คือ การยกระดับองค์กรให้กลายเป็น Holding company ที่ประกอบธุรกิจโดยมีรายได้จากการถือหุ้นในบริษัทที่แข็งแกร่งในอุตสาหกรรมต่าง ๆ  จากประสบการณ์ทำงานร่วมกับบริษัทขนาดใหญ่ในอุตสาหกรรมชั้นนำทำให้เห็นลึกลงไปถึงปัญหาของแต่ละอุตสาหกรรม จนสามารถมองเห็นโอกาสหลาย ๆ อย่างที่สามารถนำเอาเทคโนโลยีไปตอบโจทย์และสร้างความได้เปรียบให้ธุรกิจในประเทศ มีโอกาสในอุตสาหกรรมที่ตนเองอยู่ทั้งระดับประเทศ ภูมิภาคและระดับโลก ผสานกับการนำเมกะเทรนด์ใหม่ ๆ มาสร้างเป็นผลิตภัณฑ์รวมถึงการสร้างเป็นธุรกิจใหม่ เพื่อเพิ่มมูลค่า การเติบโตอย่างมีศักยภาพจนเกิดความยั่งยืนทางธุรกิจ แล้วนำผลกำไรที่ได้กลับไปลงทุน เป็น new S-curve 

“เราวางให้บลูบิค กรุ๊ป ค่อย ๆ ไต่ระดับจากบริษัทที่ปรึกษาด้านดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชันชั้นนำเป็นที่ยอมรับในประเทศและระดับโลก สู่การเป็นบริษัทร่วมทุนกับองค์กรธุรกิจชั้นนำในอุตสาหกรรมสำคัญภายใน 5  ปี เพราะเกิดการตื่นตัวอย่างมากในด้านเทคโนโลยีแต่กลับมีอุปสรรค ขาดความชำนาญและความเชี่ยวชาญ ด้านการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี เราสามารถเติมเต็มการผนึกกำลังเชิงธุรกิจเข้ากับเทคโนโลยี เสริมความแข็งแกร่งสร้างความได้เปรียบด้านการแข่งขัน และในอีก 10 ปีต่อไป เราจะไต่ระดับสร้างการร่วมทุนใหม่ ๆ ปรับรุปแบบธุรกิจเป็นบริษัทโฮลดิ้งที่มีธุรกิจและกิจการที่แข็งแกร่งภายใต้บริษัท” พชร กล่าว

ดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชันกลายเป็นหัวใจสำคัญที่สุดขององค์กร เหมือนยุคสมัยที่กรุงเทพฯ กำลังสร้างตึกและโครงสร้างพื้นฐานอื่น ๆ ยุคนี้ก็เหมือนกัน แค่เปลี่ยนเป็นการสร้างโครงสร้างพื้นฐานไว้บนระบบดิจิทัล

“วันนี้ไม่มีองค์กรใดไม่รู้จักแอปพลิเคชัน ระบบการจัดการข้อมูล  Big data   และ  AI คือ ตัวช่วยสำคัญในการตัดสินใจของทุกธุรกิจ ทุกองค์กรตื่นตัวและเริ่มลงมือเปลี่ยนแปลงอย่างเข้มข้นเต็มรูปแบบ อย่างน้อยอีก 5 ปี จะเห็นการทำดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชันเต็มรูปแบบ”

หลังจากนั้นยังจำเป็นต้องพัฒนานำเทคโนโลยีใหม่ที่ล้ำสมัยเข้ามามีบทบาทในธุรกิจ เพราะการทำดิจิทัลทรานส์ฟอร์ชันไม่ใช่เรื่องที่จะทำจบในครั้งเดียว เพราะต้องปรับปรุงให้ดีขึ้นเรื่อยในทุก ๆ 3 ปี หรือ 5 ปี เพื่อให้ธุรกิจสามารถตอบโจทย์ stakeholders และตลาดโลกเปลี่ยนแปลงไปตามเมกะเทรนด์ใหม่ ๆ  และสุดท้ายอาจไม่ใช่แต่การพัฒนาปรับปรุงเทคโนโลยีให้ทันสมัยเพียงอย่างเดียว ต้องรวมไปถึงการเรื่องของการพัฒนาศักยภาพคน รวมไปถึงเรื่องการสร้างสังคมและสิ่งแวดล้อมให้ดีขึ้นด้วย

เป้าหมายส่วนตัว

เป้าหมายส่วนตัวของพชรคือจะเป็นนักแก้ไขปัญหาเพื่อสร้างสิ่งที่ดีขึ้นในทุก ๆ วัน ด้วยตัวเขาเป็นคนที่ชื่นชอบการแก้ปัญหา ชอบทำสิ่งในสิ่งที่ปัจจุบันยังดีไม่พอให้ดียิ่งขึ้นไปอีก และที่สำคัญเขามีความเชื่อว่าปัญหาทุกอย่างในธุรกิจสามารถแก้ไขได้เสมอ เพียงแต่ว่าจะเอาวิธีที่มีประสิทธิภาพที่สุดวิธีใดมาแก้ไขปัญหานั้น จึงทำให้พชรรักงานที่ปรึกษาเป็นชีวิตจิตใจ 

เขายังบอกว่าความผิดพลาดเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ทุกวันมีทั้งเรื่องใหญ่และเรื่องเล็ก คนเราไม่มีใครตัดสินใจอะไรถูกต้อง 100 % แต่การตัดสินใจทุกครั้งแม้จะตัดสินใจผิดก็สามารถเรียนรู้และช่วยให้การตัดสินใจครั้งต่อ ๆ ไปดีขึ้นแม่นยำขึ้น ฉะนั้นสำหรับพชร ความผิดพลาดคือครูที่สำคัญ ตรงข้ามหากไม่เคยทำผิดพลาดอะไรเลย เท่ากับไม่ได้ตัดสินใจลงมือทำปล่อยให้โอกาสเดินผ่านหน้าไปเฉย ๆ นั้นมากกว่าคือความผิดพลาดที่ไม่น่าให้อภัยสำหรับเขา

ในหลักการทำงานเขาเชื่อว่าคนสำคัญที่สุดในองค์กรคือผู้นำ และผู้นำที่ดีคือแบบอย่างที่ดีขององค์กร ซึ่งจะต้องมีองค์ประกอบที่สำคัญ เป็นผู้นำที่ทำเป็น เวลาสั่งงานลูกน้องผู้นำต้องทำเป็น (ไม่ใช่แค่สั่งอย่างเดียว) และทำได้ 

พชรมีเป้าหมายผลักดันให้องค์กรเป็นที่ยอมรับบริษัทชั้นนำในประเทศมีศักยภาพแข่งขันอยู่บนตลาดโลก และส่งให้ลูกค้าเหล่านั้นผงาดเป็นเบอร์หนึ่งในอุตสาหกรรมที่ตนเองอยู่บนเวทีโลก รวมถึงการสร้างตัวตนให้ บลูบิค กรุ๊ป ก้าวเป็นบริษัทสัญชาติไทยที่คนไทยภูมิใจ สามารถดึงดูดคนรุ่นใหม่ที่มีศักยภาพมาร่วมสร้างความเข้มแข็ง และความน่าเชื่อถือให้กับองค์กร ในระดับประเทศ ภูมิภาค และระบบโลกในที่สุด

นิยามความสำเร็จของแต่ละคนแตกต่างกัน แต่สำหรับพชร ความสำเร็จคือ การเดินหน้าไปตลอดแบบไม่ถอยหลัง และเชื่อว่าทุกการตัดสินใจคือการเรียนรู้ที่เดินหน้าต่อไปให้ดียิ่งขึ้นเรื่อย ๆ และสิ่งที่ทำให้เขาเดินมาถึงจุดสำเร็จปัจจุบันและความสำเร็จก้าวต่อ ๆ ไปในอนาคต คือ 1. เป้าหมายความสำเร็จที่ชัดเจนเพื่อเดินไปยังทิศทางที่ถูกต้อง 2. สังคมแวดล้อมเพื่อน ครอบครัว สถานที่ทำงาน ที่ส่งเสริมให้ไปในทิศทางที่อยากจะไป

อศินา พรวศิน – สัมภาษณ์
ณวะรา เพชรกุล – เรียบเรียง

บทสัมภาษณ์อื่น ๆ ที่น่าสนใจ

‘มณีรัตน์ อนุโลมสมบัติ’ กับเป้าหมาย ทำให้ชีวิตคนไทยดีขึ้นด้วยแพลตฟอร์ม

“อุ้ม – อรอุมา ฤกษ์พัฒนาพิพัฒน์” กับพันธกิจ “ธุรกิจ” กับ “ความยั่งยืน” ของดีแทค

“อาร์ท-อภิรัตน์ หวานชะเอม” นักสร้างนวัตกร ผู้ออกแบบความสำเร็จด้วยตัวเอง

STAY CONNECTED

6,910แฟนคลับชอบ
0ผู้ติดตามติดตาม

Lastest News

ก.พลังงาน เตรียมจัดงาน Future Mobility Asia 2022 ปูทางไทยสู่ศูนย์กลางอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าในเอเชีย

งานนิทรรศการครั้งแรกที่จัดแสดงแนวคิด นวัตกรรม เทคโนโลยี และโซลูชันด้านยานยนต์แห่งอนาคตได้อย่างครอบคลุม

ซิปโซ่ท้อปปิคอลดริ๊ง เปิดตัว ‘ซิปโซ่’ ข้าวต้มข้าวกล้องหอมมะลิ พร้อมจำหน่ายใน 7-11

ชูจุดขายใช้นวัตกรรม ช่วยคงความหอมและคุณประโยชน์ทางโภชนาการ

เสือลำบาก “เศรษฐกิจแย่-การเมืองยุ่ง”

ขณะที่เรากำลังเผชิญภาวะราคาสินค้าหลายๆตัวขยับเพิ่มสูงขึ้นพร้อม ๆ กันอย่างต่อเนื่อง ปรากฏการณ์นี้เริ่มมาตั้งแต่ปีที่แล้ว เมื่อราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในตลาดโลกพุ่งกระฉูด

MG เปิดเกมรุก สร้างระบบนิเวศ EV ครบวงจร พร้อมดันอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยทัดเทียมตลาดโลก

เอ็มจี ค่ายผู้ผลิตรถยนต์ชั้นนำสัญชาติจีนเปิดเกมรุกเตรียมสร้างระบบนิเวศรองรับอุตสาหกรรมการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า (อีวี) ไทยแบบครบวงจร ไล่เรียงตั้งแต่ต้นน้ำด้วยการสร้างโรงงานผลิตรถยนต์แบตเตอร์รี ไปจนถึงปลายน้ำ

แอร์บัส – NTT DOCOMO – SKY Perfect JSAT ร่วมกันศึกษาบริการการเชื่อมต่อไร้สายทั่วโลกบนอวกาศ

ความร่วมมือในการเริ่มศึกษาความเป็นไปได้ของการร่วมใช้งานบริการเชื่อมต่อจากเทคโนโลยี High-Altitude Platform Stations (HAPS) แห่งอนาคต ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศการเชื่อมต่อไร้สายบนอวกาศในอนาคต

วีโร่ ลงนามปฏิญญา Clean Creatives

ประกาศจุดยืนร่วมต่อต้านการปฏิเสธการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศและการเผยแพร่ข้อมูลเท็จเกี่ยวกับเชื้อเพลิงฟอสซิล

Amazon Global Selling หนุน SME ไทยโตตลาดโลก

งานประชุม Amazon Global Selling Thailand Seller Conference ในรูปแบบสัมมนาออนไลน์ของ อเมซอน โกลบอล เซลลิ่ง ผ่านไปด้วยความสำเร็จ โดยมี SME ไทยกว่า 5,000 รายให้ความสนใจและเข้าร่วมงาน

foodpanda เปิดตัวหมี “เปาเปา” ส่งแคมเปญออนไลน์ เจาะกลุ่มผู้ใช้งานทั่วประเทศ

ฟู้ดแพนด้า ฉลองครบรอบ 10 ที่เข้ามาดำเนินธุรกิจในประเทศไทย เปิดตัว “เปาเปา”

แชฟฟ์เลอร์ – ม.บูรพา ขับเคลื่อน EEC Automation Park ผ่านศูนย์การเรียนรู้/ฝึกอบรมอุตสาหกรรม 4.0 และ 5G

แชฟฟ์เลอร์ ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ภาคธุรกิจยานยนต์และอุตสาหกรรมระดับโลก ร่วมลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) กับมหาวิทยาลัยบูรพา ขับเคลื่อนศูนย์การเรียนรู้ อีอีซี ออโตเมชั่น พาร์ค (EEC Automation Park)

เมื่อขาใหญ่ Binance จับมือ GULF บุกตลาดคริปโทฯ ในไทย

ข่าวการประกาศความร่วมมือระหว่าง GULF กับ Binance บริษัทซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลที่ใหญ่ที่สุดในโลก สร้างแรงกระเพื่อมอีกครั้งสำหรับวงการการเงินดิจิทัลของไทย

MUST READ

แชฟฟ์เลอร์ – ม.บูรพา ขับเคลื่อน EEC Automation Park ผ่านศูนย์การเรียนรู้/ฝึกอบรมอุตสาหกรรม 4.0 และ 5G

แชฟฟ์เลอร์ ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ภาคธุรกิจยานยนต์และอุตสาหกรรมระดับโลก ร่วมลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) กับมหาวิทยาลัยบูรพา ขับเคลื่อนศูนย์การเรียนรู้ อีอีซี ออโตเมชั่น พาร์ค (EEC Automation Park)

ความต่างระหว่าง “สึนามิจากภูเขาไฟใต้ทะเลปะทุ” กับ “สึนามิจากแผ่นดินไหว”

ท่ามกลางภัยจากโรคระบาดไวรัสโควิด-19 ชาวโลกต้องตื่นตระหนกกับภัยพิบัติธรรมชาติที่น่าสะพรึงกลัวเมื่อวันที่ 15 ม.ค.ที่ผ่านมา

ดีแทคคว้ารางวัล Thailand’s Top Corporate Brands 2021

ดีแทคคว้ารางวัล Thailand’s Top Corporate Brands 2021

เกรท วอลล์ มอเตอร์ ประกาศความสำเร็จปี 2564 โชว์ยอดขายทั่วโลกทะลุ 1.28 ล้านคัน

ปักธงผู้นำด้าน xEV ในไทยด้วยยอดขาย 3,702 คัน ปลุกกระแสรถยนต์ไฟฟ้าครั้งใหญ่ในวงการยานยนต์ไทย

IBM และ NRF เผยผลวิจัย ค้าปลีกปรับตัวรับพฤติกรรม ‘ไฮบริดช็อปปิ้ง’ ชี้ผู้บริโภคห่วงผลกระทบสิ่งแวดล้อม

การศึกษาผู้บริโภคทั่วโลกโดย IBM และ NRF ปี 2565 พบว่า ผู้บริโภคมากกว่าหนึ่งในสี่ เลือกรูปแบบการช็อปปิ้งแบบไฮบริด ในขณะที่ 62% ของผู้บริโภคที่สำรวจ เต็มใจปรับพฤติกรรมการซื้อของตน เพื่อลดผลกระทบที่มีต่อสิ่งแวดล้อม แต่ยังคงมีช่องว่างระหว่างความตั้งใจกับสิ่งที่ลงมือทำจริง
Newsletter

สนใจรับข่าวสารจาก The Story Thailand อัพเดตก่อนใคร สมัคร Newsletter กับเราเพียงกรอกอีเมลเท่านั้น