TH | EN
TH | EN
หน้าแรก Interview Health at Home สตาร์ตอัพโตช้า แต่โตชัวร์

Health at Home สตาร์ตอัพโตช้า แต่โตชัวร์

ปัจจุบันจำนวนผู้สูงอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไปในประเทศไทยมีจำนวนมากกว่า 12 ล้านคน ซึ่งคิดเป็น 18.3% ของประชากรทั้งหมด ซึ่งผู้สูงวัยช่วงอายุ 60-69 ปี มีจำนวนกว่า 6 ล้านคน ส่วนช่วงอายุ 70-79 ปี มีจำนวนกว่า 3.5 ล้านคน และผู้สูงวัยในช่วงอายุ 80 ปีขึ้นไป มีจำนวนมากว่า 1.7 ล้านคน จากสถิติดังกล่าวทำให้ปีนี้ไทยเข้าสู่สังคมสูงอายุแบบเต็มตัวแล้ว ซึ่งภาครัฐพยายามปรับเปลี่ยนนโยบายต่าง ๆ ให้สอดรับเพื่อรับมือเรื่องนี้มาตลอด 3-5 ปีที่ผ่านมา แต่ในวงการสตาร์ตอัพเป็นที่รู้กันว่า Health at Home คือ ผู้มาก่อนกาลในเรื่องการดูแลผู้ป่วยสูงวัยนอกโรงพยาบาล

หากย้อนกลับไปเมื่อ 7 ปีก่อน บริการด้านเฮลท์แคร์ยังไม่มีการพูดถึงผู้ดูแลที่เฉพาะด้านผู้สูงอายุมากนัก นพ.คณพล ภูมิรัตนประพิณ หรือ “หมอตั้ม” ได้เปลี่ยนจุดเจ็บของผู้ป่วยสูงวัยที่ต้องรักษาตัวนอกโรงพยาบาล เป็นจุดเชื่อมต่อของการสร้างอาชีพให้กลุ่มผู้ดูแลมืออาชีพ จนต่อยอดสร้างมูลค่าให้ธุรกิจเติบโตได้อย่างยั่งยืน

Health at Home สตาร์ตอัพผู้มาก่อนกาล

นพ.คณพล ภูมิรัตนประพิณ หรือ หมอตั้ม ประธานบริหารและผู้ก่อตั้งบริษัทเฮลท์ แอท โฮม (Health at Home) เล่าว่า เขาเป็นเด็กมัธยมปลายธรรมดาที่เรียนไม่เก่งมากนัก แต่อยากเป็นแพทย์ จึงตั้งใจเรียนจนสอบได้และจบแพทย์จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ หลังจากนั้นกลับมาใช้ทุนในโรงพยาบาลประจำอำเภอที่ขนาดไม่ใหญ่มากของจังหวัดพัทลุง ตอนนั้นมีโอกาสได้เป็นผู้อำนวยการโรงพยาบาลทำให้ได้ทำงานด้านบริหารมากขึ้นและรู้สึกชอบมากเพราะได้คิดโปรเจ็กต์ต่าง ๆ ได้สัมผัสชีวิตของคนในชุมชน

ทั้งนี้ ยังทำให้เรียนรู้ว่าบริบทของโรงพยาบาลยังไม่ได้ตอบโจทย์อีกหลายคน เช่น บางคนอยากรักษาตัวที่บ้าน ไม่อยากมานอนโรงพยาบาล ซึ่งผู้สูงอายุบางคนอยู่บ้านอาการดีขึ้น หายเร็วกว่ามานอนที่โรงพยาบาล หลังจากทำงานใช้ทุน 3 ปี จึงกลับมาเรียนต่อแพทย์เฉพาะทางอายุรศาสตร์ที่โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ และต่อมาได้รับทุนจากโรงพยาบาลกรุงเทพเรียนต่อด้านเวชศาสตร์ผู้สูงอายุ (Geriatric and Palliative medicine) ที่ Month Sinai hospital รัฐนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา

สำหรับประสบการณ์ตอนเรียนแพทย์ที่นิวยอร์กทำให้ได้เห็นเทคโนโลยีต่าง ๆ ที่ใช้ในงานบริการด้านการแพทย์นอกโรงพยาบาล เมื่อเรียนจบและกลับมาประเทศไทยได้เข้าทำงานที่โรงพยาบาลกรุงเทพระยะหนึ่งพบว่า ผู้ป่วยสูงอายุยังมีความต้องการบางอย่างระหว่างการรักษา เช่น ผู้ป่วยบางคนต้องพักอาศัยคนเดียวไม่พร้อมออกจากโรงพยาบาล พื้นที่ของบ้านยังไม่พร้อมรองรับการพักฟื้นของผู้ป่วย ซึ่งหากย้อนไปเมื่อ 7 ปีที่แล้ว เทคโนโลยีต่าง ๆ ยังไม่ได้ทันสมัยมากนัก จึงทำให้เกิดความคิดที่ว่าจะทำยังไงให้ผู้ป่วยกลุ่มนี้มีคนดูแล และสามารถติดต่อรับคำปรึกษาได้ในเบื้องต้นเมื่อมีอาการบางอย่าง โดยที่ยังไม่ต้องเข้ามาที่โรงพยาบาล

จาก Pain point ที่เกิดขึ้นจึงได้คิดโปรเจ็กต์เกี่ยวกับการบริการดูแลผู้ป่วยนอกโรงพยาบาล (Home care) ด้วยการนำเทคโนโลยีในการเชื่อมต่อกับการรักษาเบื้องต้นมาใช้ ซึ่งตอนเรียนที่สหรัฐอเมริกาบริการด้านนี้ได้เกิดขึ้นแล้ว จึงมองว่าในประเทศไทยมีโอกาสเช่นกัน โดยตอนนั้นสตาร์ตอัพกำลังเป็นกระแส มีนักลงทุนให้ความสนใจค่อนข้างมาก จึงตัดสินใจเข้าร่วมดีแทค แอคเซอเลอเรท ปีที่ 4 และผ่านเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้าย จากจุดเริ่มต้นครั้งนั้น ทำให้ได้เงินมาลงทุน มีการเปิดบริษัทอย่างเป็นทางการในช่วงปลายปี พ.ศ.2558 และได้ลาออกจากการเป็นแพทย์ประจำที่โรงพยาบาลกรุงเทพ

จาก Day One สู่ความสำเร็จที่ยั่งยืน

หมอตั้ม เล่าต่อว่า เราเป็นสตาร์ตอัพที่โตช้ากว่าหลายบริษัทในรุ่นเดียวกัน แต่ Health at Home โตแบบชัวร์ ด้วยทีมกลยุทธ์ที่ร่วมก่อตั้งกันมา ยอมรับอย่างภูมิใจว่า ทีมเราเก่ง เรามองกลยุทธ์ของแผนธุรกิจในทิศทางเดียวกันจึงทำให้การตัดสินใจขยายธุรกิจหรือการวางแผนต่าง ๆ มีความชัดเจน ทำให้ผ่านอุปสรรคและวิกฤติต่าง ๆ มาได้ ตอนนี้มีพนักงานของบริษัทประมาณ 50 คน แบ่งเป็น 3 ทีมหลักคือ ทีมโปรดักซ์ ทีมการตลาดและขาย และทีมแพทย์และพยาบาล

ทั้งนี้ จากวันแรกจนถึงวันนี้เรายังคงใช้ 3 แนวคิดในการเลือกคนเข้าทีมทำงาน คือ Growth mindset มีวิธีคิดอย่างไร Empathy มีความเข้าใจผู้ดูแลและผู้ป่วยสูงอายุหรือไม่ และAgility คล่องตัว ว่องไว เนื่องจากเราเป็นบริษัทขนาดเล็กซึ่งสิ่งที่จะใช้สู้กับบริษัทขนาดใหญ่ได้คือ ความเร็วเท่านั้น

Health at Home มีการเติบโตอย่างต่อเนื่องตลอด 7 ปี โดยรายได้รวมของบริษัทในปี 2564 ที่ผ่านมานั้นอยู่ที่ 30 ล้านบาท ส่วนรายได้รวมปีนี้คาดว่าเราสามารถทำได้ที่ประมาณ 60-70 ล้านบาท ซึ่งเป็นไปตามแผนธุรกิจและสำหรับปีหน้า 2566 เราตั้งเป้าหมายรายได้รวมไว้ที่ 100 ล้านบาท

ทั้งนี้ แน่นอนว่าประเทศไทยเข้าสู่งสังคมผู้สูงอายุเต็มตัวแล้ว ดังนั้น ภาพรวมอุตสาหกรรมเฮลท์แคร์ (Health Care) จึงมีความชัดเจนในความต้องการด้านดูแลกลุ่มนี้มากขึ้น รวมถึงภาครัฐมีการพัฒนาด้านโครงสร้างพื้นฐานที่ยังไม่แข็งแรงมากนักซึ่งการดูแลให้ทั่วถึงทุกกลุ่มยังมีช่องว่างอยู่ จึงมองว่าการเติมเต็มบริการจากภาคเอกชนยังมีโอกาสอีกมาก ส่วนในมุมของนักลงทุนต่างชาตินั้นยังคงมองว่าประเทศไทยมีจุดได้เปรียบกว่าหลายประเทศในงานบริการด้านการแพทย์ ไม่ว่าจะเป็นความใส่ใจ บริการด้วยความเป็นมิตรและการมีภูมิประเทศที่เป็นจุดแข็งด้านธรรมชาติในกลุ่มนักท่องเที่ยว เฮลท์แคร์จึงยังคงเป็นเมกะเทรนด์ 

สำหรับการก่อตั้งบริษัทในปีแรก ๆ เรามีเพียงบริการเดียวคือ ผู้ดูแลมืออาชีพ หรือ Carepro โดยการเปิดพื้นที่บนแพลตฟอร์มดิจิทัลให้ผู้ป่วยสูงอายุได้พบกับผู้ดูแลมืออาชีพที่ผ่านการอบรมด้านการดูแลผู้ป่วยสูงอายุจากหลักสูตรตามมาตรฐานการดูแลผู้ป่วยนอกโรงพยาบาลของกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งเราเป็นผู้จัดอบรมและทดสอบ หลังจากนั้นในปี พ.ศ.2563 มีการขยายธุรกิจเพิ่มเติมด้วยการเปิดเนิร์สซิ่ง โฮม (Nursing home) ในชื่อศูนย์ดูแลผู้สูงอายุเฮลท์ แอท โฮม แคร์เซ็นเตอร์ ที่ปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี โดยให้บริการดูแลผู้สูงอายุ ผู้ป่วยพักฟื้นหลังผ่าตัดและผู้ป่วยติดเตียง

โดยเมื่อไม่นานมานี้เราได้เปิดบริการด้านเทเลเมดิซีน (Telemedicine) เป็นการใช้เทคโนโลยีการสื่อสารดิจิทัลเข้ามาช่วยในเรื่องการให้คำปรึกษาจากแพทย์ไปยังผู้ใช้บริการซึ่งเจาะกลุ่มลูกค้าองค์กรเป็นหลัก เป็นบริการแบบ B2B ซึ่งใช้ชื่อว่า Health at Work ที่ตอนนี้มีบริษัทขนาดใหญ่และขนาดเล็กเข้าใช้บริการมากกว่า 100 รายแล้ว เช่น บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) และบริษัท ส. ขอนแก่นฟู้ดส์ จำกัด (มหาชน) เป็นต้น โดยบริษัทเหล่านี้จะมอบบริการของเราให้เป็นส่วนหนึ่งของสวัสดิการพนักงาน โดยได้พบแพทย์ให้คำปรึกษาในการรักษาสำหรับโรคทั่วไปที่ไม่จำเป็นต้องไปโรงพยาบาลเมื่อมีอาการ ซึ่งจุดแข็งที่เรามีคือการสร้างประสบการณ์การรักษาเบื้องต้นที่ดีให้กับผู้ใช้บริการผ่านเทคโนโลยีเทเลเมดิซีนที่ประหยัดค่าใช้จ่ายและเวลา

สำหรับสัดส่วนรายได้หลักของบริษัทตอนนี้ยังคงมาจากบริการผู้ดูแลมืออาชีพ 70% ส่วนศูนย์ดูแลผู้สูงอายุเฮลท์ แอท โฮม แคร์เซ็นเตอร์อยู่ที่ 15% และบริการ Health at Work 15% โดยมีจำนวนครอบครัวผู้เข้าใช้บริการทั้งหมดจากวันเริ่มต้นจนถึงปัจจุบันมากกว่า 5,000 ครอบครัว   

ส่วนผู้ดูแลมืออาชีพที่เข้าร่วมงานกับเราเป็นกลุ่มช่วงอายุ 35-50 ปี ซึ่งเรามีการคัดกรองกลุ่มผู้ดูแลเบื้องต้นในด้านทักษะพื้นฐานด้านการดูแลผู้ป่วยสูงอายุ ทัศนคติ บุคลิกภาพ และมีการอบรม 420 ชั่วโมงเพื่อให้ความรู้และทำการทดสอบตามมาตรฐานเดียวกับหลักสูตรของกระทรวงสาธารณสุข โดยลักษณะการเข้าอบรมกับเราคือ เราให้ทุนเรียนก่อนและเมื่อผ่านการอบรมเข้าทำงานแล้วจะมีการทยอยจ่ายทุนคืน ซึ่งมีผู้ดูแลบางรายผ่านการอบรมแล้ว แต่ไม่ต้องการร่วมทีมทำงานกับเรา แต่ก็เป็นส่วนน้อย แต่อุปสรรคเหล่านี้สามารถแก้ไขได้ เราไม่สามารถห้ามให้เขาออกกจากทีมได้ แต่เราสามารถสร้างความเชื่อมั่นให้เกิดขึ้นกับผู้ดูแลได้ว่า แพลตฟอร์มของเรามีความจริงใจและให้ผลตอบแทนที่ดี ซึ่งแต่ละงานที่ผู้ดูแลได้รับมีความยากง่ายต่างกัน ตอนนี้มีจำนวนผู้ดูแลทั้งหมด 300 คน แต่มีการทำงานต่อเนื่องประมาณ 100 คน ซึ่งจำนวนผู้ดูแลที่เรามีอยู่ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการของจำนวนผู้ป่วยสูงอายุ

วิกฤติโควิด-19 สู่โอกาสขยายธุรกิจ Work at Home

ประธานบริหารและผู้ก่อตั้ง Health at Home เล่าถึงการพลิกวิกฤติสู่โอกาสการขยายธุรกิจว่า ในช่วงแรกที่มีโควิด-19 ระบาดนับว่าเป็นความท้าทายอย่างมากในส่วนธุรกิจผู้ดูแลมืออาชีพ เนื่องจากมีการล็อกดาวน์พื้นที่ ห้ามเดินทาง และต้องเว้นระยะห่าง ไม่สามารถรวมตัวเพื่อจัดอบรมทำให้กระทบไปยังอีกธุรกิจ Nursing Home แต่ในวิกฤติก็มีโอกาสเกิดขึ้นทำให้ขยายธุรกิจเพิ่มในงานบริการเทเลเมดิซีน ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการที่ภาครัฐปลดล็อกการใช้เทเลเมดิซีนในการรักษามากขึ้นทำให้ โดยตอนนี้มีแพทย์ในทีมมากกว่า 10 คน ซึ่งจุดต่างที่เรามีเหนือคู่แข่งคือ เราเป็นสตาร์ตอัพที่ทำงานโอเปอเรชันด้านเฮลท์แคร์ให้เกิดขึ้นอย่างสมเหตุสมผลตามความต้องการของผู้ใช้บริการ ซึ่งตอนนี้เราสามารถให้บริการได้แล้วทุกหัวเมืองหลักทั่วประเทศ โดยใช้จุดเชื่อมต่อในการจ่ายยาจากร้านยากรุงเทพเป็นพาร์ตเนอร์หลัก

แม้ว่าตอนนี้หลายโรงพยาบาลเข้ามาให้บริการด้านเทเลเมดิซีนกันมากขึ้น แต่เรากลับมองว่าเป็นสัญญาณที่ดีว่าสิ่งที่ทำอยู่ตลอดระยะเวลา 7 ปี เราเดินมาถูกทางแล้ว แต่หากถามว่ามองเป็นคู่แข่งหรือไม่นั้น เรามองว่าจุดแข็งของการให้บริการต่างกัน โรงพยาบาลคือการให้คำปรึกษาผู้ป่วยในเบื้องต้นและดูแลรักษาในพื้นที่ภายในโรงพยาบาล แต่เราคือมีทีมดูแลให้ที่บ้านและมีส่วนของการดูแลก่อนมาและหลังกลับจากโรงพยาบาล เป็นการดูแลผู้ป่วยนอกพื้นที่โรงพยาบาล

ก้าวต่อจากนี้ สถาบันอบรมผู้ดูแลกลุ่มสูงวัยมืออาชีพ

ส่วนกลยุทธ์ที่จะช่วยเพิ่มงานบริการของเราต่อนี้คือ การเพิ่มจำนวนผู้ดูแลให้มากขึ้นเพื่อรองรับกับจำนวนผู้ป่วยสูงอายุและการเพิ่มทักษะการดูแลเฉพาะด้านให้ผู้ดูแลมีความรู้เพิ่มขึ้น เช่น ผู้ดูแลในกลุ่มอัลไซเมอร์ กลุ่มหลอดเลือดสมอง เป็นต้น โดยมีแผนจะเปิดโรงเรียนบริบาลเพื่ออบรมหลักสูตรเฉพาะในต้นปี 2566 ซึ่งตอนนี้อยู่ในขั้นตอนขอใบอนุญาตกับกระทรวงสาธารณสุข โดยสถาบันฝึกอบรมนี้สามารถรองรับการอบรมได้มากกว่า 30 คนต่อสัปดาห์ จากปัจจุบันที่อบรม 10 คนต่อสัปดาห์

โดยผู้ดูแลที่ผ่านการอบรมหลักสูตรจากสถาบันจะได้รับใบรับรองด้านการดูแลผู้ป่วยสูงอายุนอกพื้นที่โรงพยาบาลจากกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งการเปิดสถาบันครั้งนี้จะเป็นส่วนที่ช่วยเพิ่มจำนวนผู้ดูแลของ Health at Home เป็นหลัก โดยมองว่าจะสามารถเพิ่มผู้ดูแลในแพลตฟอร์มได้มากกว่า 100 คนต่อปี

ส่วนธุรกิจด้าน Nursing home จะเปิดเพิ่มอีก 1 สาขาในปี 2566 บริเวณพื้นที่รามอินทรา และมองว่าหลังจากขยายในพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑลได้ครอบคลุมแล้ว จะต่อยอดไปสู่พื้นที่ต่างจังหวัด เพราะกลุ่มผู้สูงอายุมีจำนวนมากและอาศัยอยู่กระจายทั่วประเทศ และสำหรับธุรกิจในส่วนของเทเลเมดิซีน Health at Work นั้น เราจะขยายไปยังพาร์ทเนอร์ใหม่ๆ เช่น กลุ่มประกันชีวิตและประกันภัย เป็นต้น

ทั้งนี้ หากถามเรื่องการระดมทุนนั้น เรามองว่าตอนนี้รูปแบบจะเปลี่ยนไปจากเดิมด้วยบริษัทสามารถสร้างกำไรได้เองแล้วในระดับหนึ่ง ดังนั้นก้าวต่อไปคือการมองหา Strategic partnership ที่จะพาเราไปได้ไกลกว่าเดิม ซึ่งตอนนี้มีการคุยกันบ้างแล้วในหลายๆ กลุ่ม เช่น อสังหาริมทรัพย์ โรงพยาบาล โรงแรม เป็นต้น ซึ่งกลุ่มเหล่านี้สามารถปรับให้สอดรับกับบริการด้านเฮลท์แคร์ได้

บทสัมภาษณ์อื่น ๆ ที่น่าสนใจ

เปิดใจ “ยอด ชินสุภัคกุล” แห่ง LINE MAN WONGNAI กับความฝันสู่ “แพลตฟอร์มบริการแห่งชาติ”

อายุน้อย DOESN’T MATTER ….”ศรัณย์พร ปัญญาโรจน์” กับ EDUCATION JOURNEY ที่ GLOBISH

HUMANSOFT – HR CLOUD SOLUTION PLATFORM ตอบโจทย์บริหารงานบุคคลที่มี “คน” เป็น CORE VALUES

STAY CONNECTED

0แฟนคลับชอบ
0ผู้ติดตามติดตาม

Lastest News

‘ปิยธิดา ตันตระกูล’ ขายไอที ซีเคียวริตี้ ต้องใช้ศาสตร์และศิลป์ให้ลูกค้าเชื่อใจ

เทรนด์ไมโคร (ประเทศไทย) กำลังก้าวสู่ปีที่ 18 และหากย้อนกลับไปเมื่อ 8 ปีที่แล้ว เทรนด์ไมโครในไทยมีการปรับทัพทิศทางธุรกิจที่สำคัญ เปลี่ยนจากงานขายแบบฮาร์ดเซลสู่การเติบโตไปด้วยกันกับพาร์ทเนอร์ และเข้าเป็นที่ปรึกษาให้ลูกค้าโดยตรง รวมถึงการมีผู้จัดการประจำประเทศไทย ‘ปิยธิดา ตันตระกูล’

EVAT ร่วมกับ กฟผ. จัดการเเข่งขันผลิตรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าดัดแปลง เพื่อธุรกิจแห่งอนาคต

สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย ร่วมกับ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดตัวโครงการแข่งขันรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าดัดแปลงเพื่อธุรกิจแห่งอนาคต ครั้งที่ 2

ม.หอการค้า รีโนเวทพื้นที่แห่งการเรียนรู้ สู่ ‘Happy U’ เพิ่มความสุข ลดความตึงเครียดให้นักศึกษา

สังคมปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นมากมายที่ส่งผลต่อการใช้ชีวิต การเรียน การทำงาน เศรษฐกิจ การเมือง ค่านิยม และวัฒนธรรม

กษ. จับมือ อว. เดินหน้าโครงการแผนที่เกษตรเพื่อการบริหารจัดการเชิงรุก (Agri-Map)

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (กษ.) และ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ร่วมมือทางวิชาการโครงการแผนที่เกษตรเพื่อการบริหารจัดการเชิงรุก (Agri-Map)

SPRC เข้าซื้อธุรกิจจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมของเชฟรอนในประเทศไทย

บริษัท สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ SPRC ได้รับการอนุมัติจากผู้ถือหุ้น เพื่อเข้าซื้อธุรกิจจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมของบริษัท เชฟรอน (ไทย) จำกัด

นักบินอวกาศญี่ปุ่นทดลอง 2 ไอเดียเยาวชนไทยบนสถานีอวกาศนานาชาติ

สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ร่วมกับองค์การสำรวจอวกาศญี่ปุ่น (JAXA) นำเยาวชนไทยเข้าร่วมโครงการ Asian Try Zero-G 2022

ส่อง “คาดการณ์เศรษฐกิจใหม่” หลังจีนเปิดประเทศ

ก่อนไปส่องคาดการณ์ฯ ตามหัวที่พาดไว้ข้างบน มาดูผลสรุปตัวเลข ส่งออกหนึ่งในหัวจักรหลักขับเคลื่อนศรษฐกิจสำคัญ ของปีที่แล้วกันก่อน

วอลโว่ ฉลองยอดขายในไทยโต 71% เผยแผนจำหน่ายเฉพาะรถไฟฟ้าเต็มรูปแบบในปี 2025

วอลโว่ คาร์ (ประเทศไทย) เผยยอดขายปี 2022 โตขึ้น 71% แสดงให้เห็นถึงความต้องการผู้บริโภค ที่นิยมใช้รถพลังงานไฟฟ้ามากขึ้น

แกร็บ ชี้ท่องเที่ยวไทยฟื้นตัวต่อเนื่อง ชาวต่างชาติเรียกรถผ่านแอปฯ เพิ่มขึ้น 45%

แกร็บ ชี้ตลาดท่องเที่ยวในประเทศไทยฟื้นตัวต่อเนื่อง ตั้งแต่ไตรมาส 3/2565 ดันยอดใช้บริการเรียกรถผ่านแอปพลิเคชันในกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติเติบโตขึ้น 45%

ธนาคารไทยพาณิชย์ แต่งตั้ง พรภัทร องนิธิวัฒน์ เป็น CFO คนใหม่ มีผล 1 ก.พ. นี้

ธนาคารไทยพาณิชย์ ประกาศแต่งตั้ง พรภัทร องนิธิวัฒน์ ดำรงตำแหน่งรองผู้จัดการใหญ่ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มงานการเงิน (Chief Financial Officer) หรือ CFO

MUST READ

สำรวจระบบนิเวศรองรับยานยนต์ไฟฟ้าไทย พร้อมหรือยัง กับการเติบโตแบบก้าวกระโดด

คึกคักตั้งแต่ปีเสือดุมาจนปีกระต่ายก้าวกระโดด กับกระแสการเติบโตทะลุเพดานความนิยมยานยนต์ไฟฟ้า นอกจากปัจจัยด้านลบจากราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้นจนใกล้ 40 บาทเต็มที

SCG ปี 65 ยอดขายเพิ่ม กำไรลดลง ลุยธุรกิจกรีน ตอบเมกะเทรนด์โลก

เอสซีจี (SCG) เผยผลประกอบการปี 2565 ยอดขายเพิ่ม กำไรลดลง จากต้นทุนพลังงานที่เพิ่มสูงขึ้น อัตราเงินเฟ้อ เศรษฐกิจจีนชะลอตัว เร่งเดินหน้าขยายธุรกิจใหม่

บลูบิค เปิดโครงการร่วมลงทุนระหว่างนายจ้างและลูกจ้างในหุ้น BBIK

บลูบิค เปิดตัว “โครงการร่วมลงทุนระหว่างนายจ้างและลูกจ้าง หรือ Employee Joint Investment Program - EJIP” สร้างความรู้สึกการเป็นเจ้าของร่วมกันกับพนักงาน ควบคู่กับการรักษาเสถียรภาพของราคาหุ้น

แอร์บัส เปิดรับพนักงานใหม่ในปี 2566 กว่า 13,000 อัตราทั่วโลก

แอร์บัส เปิดรับสมัครพนักงานใหม่ในปี 2566 จำนวนกว่า 13,000 อัตราทั่วโลก สำหรับทุกหน่วยธุรกิจของแอร์บัส เพื่อรองรับการเพิ่มขึ้นของเครื่องบินพาณิชย์ เผชิญกับความท้าทายในภาคอากาศยานเพื่อการป้องกันประเทศและอวกาศ และเฮลิคอปเตอร์

แกร็บ ชี้ท่องเที่ยวไทยฟื้นตัวต่อเนื่อง ชาวต่างชาติเรียกรถผ่านแอปฯ เพิ่มขึ้น 45%

แกร็บ ชี้ตลาดท่องเที่ยวในประเทศไทยฟื้นตัวต่อเนื่อง ตั้งแต่ไตรมาส 3/2565 ดันยอดใช้บริการเรียกรถผ่านแอปพลิเคชันในกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติเติบโตขึ้น 45%
Newsletter

สนใจรับข่าวสารจาก The Story Thailand อัพเดตก่อนใคร สมัคร Newsletter กับเราเพียงกรอกอีเมลเท่านั้น