TH | EN
TH | EN
หน้าแรก Columnist ตลาดท่องเที่ยว กำลังเปลี่ยนไป

ตลาดท่องเที่ยว กำลังเปลี่ยนไป

แม้นักท่องเที่ยวเดินทางเข้าไทยหลักพันคนต่อวันโดยเฉลี่ยนับจากดีเดย์ เปิดประเทศเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา แต่ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นของการคลี่คลาย หลังอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยถูกปกคลุมจากวิกฤติโควิดมาเกือบ 2 ปี  นับจากโควิด-19 โผล่มาทักทายคนไทยเมื่อเดือนมกราคมปีที่แล้ว ก่อนที่นักท่องเที่ยวจะหายไปอย่างเฉียบพลันเมื่อทุกประเทศปิดพรมแดน ปิดน่านฟ้า เพื่อยับยั้งการระบาดของโควิด-19   

ช่วงเดือนเมษายน-กันยายน ที่โควิดระลอกแรกในบ้านเราพีคสุด ๆ ไม่มีนักท่องเที่ยวเข้าไทยแม้แต่คนเดียว ซึ่งต่างจากปี 2562 อย่างสิ้นเชิง ที่เดือนหนึ่ง ๆ มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาเฉลี่ย 3 ล้านคน ปี 2563 มีนักท่องเที่ยวเข้าไทย 6.7 ล้านคน (จากเดิมคาดว่าจะทะลุ 40 ล้านคน)  ส่วนปี 2564 ที่กำลังจะจบให้อีกเดือนเศษข้างหน้า ยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแหงประเทศไทย (ททท.) ประเมินว่าตัวเลขไว้ 7 แสนคน รวมอานิสงส์จากผลเปิดเมือง

อุตสาหกรรมท่องเที่ยวถือเป็นดาวเด่นของภาคเศรษฐกิจ เป็นเครื่องจักรทำหน้าที่สร้างผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน โควิด-19 ระบาดจากจีนและลามไปทั่วโลกในชั่วเวลาไม่กี่เดือน อุตสาหกรรมท่องเที่ยวอยู่ในสภาพเหมือนคนล้มทั้งยืน เมื่อนักท่องเที่ยวหายไปอย่างฉับบพลัน จากที่เคยฝันว่าจะมีรายได้เข้าประเทศจากการท่องเที่ยว 2 ล้านล้านบาทในปี 2563 เหลือแค่  3.3 แสนล้านบาท หายไป 82% โดยประมาณ 

อุตสาหกรรมท่องเที่ยวก็เปลี่ยนจากจุดแข็งมาเป็นจุดอ่อนให้เศรษฐกิจที่ฟื้นตัวช้ากว่าหลาย ๆ ประเทศ เพราะภาคเศรษฐกิจเราพึ่งพาท่องเที่ยวมากกว่าชาวบ้าน

แต่หน้าตาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวที่กำลังรีสตาร์ทอยู่ตอนนี้คงต่างไปจากเดิมพอสมควร เพราะโควิด-19 ได้เปลี่ยนรูปแบบการใช้ชีวิต เช่น การเดินทางยุคนี้มีรายละเอียดและเงื่อนไขเยอะ ทั้งเรื่องฉีดวัคซีนครบโดส ความสามารถทางการเงิน วิธีป้องกันตัวเองระหว่างเดินทาง ขั้นตอนการเข้าประเทศ ฯลฯ 

ตลาดกรุ๊ปทัวร์เป็นหมู่คณะที่เราเคยเห็นจนชินตาในช่วงก่อนหน้าแทบจะไม่มีโอกาสกลับมาเลยในเร็ววันนี้  ทิวทัศน์ของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวกำลังเปลี่ยนไป ซึ่งมีผลเกี่ยวเนื่องไปถึงการทำตลาดเพื่อหาลูกค้าด้วย    

เมื่อเร็ วๆ นี้ สุพัฒน์พงษ์ พันธุ์มีเชาว์รองนายกฯ และรมว.พลังงาน ไปปาฐกถาหัวข้อ Boost UP เศรษฐกิจไทยในงานสัมมนาของค่ายมติชน ได้พูดถึงเรื่อ แนวทางการทำตลาดท่องเที่ยวยุคหลังโควิดว่าต้องมุ่งไปที่กลุ่มอยู่ยาวไม่ใช่ “นักท่องเที่ยวระยะสั้น” เช่นที่ผ่าน ๆ มา โดยยกเหตุผลการทำตลาดแบบเดิม ต้องนำนักท่องเที่ยวเข้ามาไม่น้อยกว่า 40 ล้านคน เพื่อแสวงหารายได้ 2 ล้านล้านบาท และต้องแลกกับ “ต้นทุนแฝง” ทั้งเรื่องสังคมและปัญหาสิ่งแวดล้อม

” ….จึงอยากทำการท่องเที่ยวที่มีคุณภาพ โดยคัดเลือกนักท่องเที่ยวยกระดับการท่องเที่ยวที่มีจำนวนน้อย แต่สร้างรายได้ และมูลค่าให้กับประเทศได้ทัดเทียมกับการพึ่งพานักท่องเที่ยวระยะสั้นได้หรือไม่….. ” รองนายกฯ สุพัฒน์พงษ์. กล่าวตอนหนึ่ง และยืนยันด้วยว่า โอกาสทำตลาดดีงต่างชาติเข้ามาพำนักระยะยาวนั้น “มี” เนื่องจากไทยเป็นหนึ่งในเป้าหมายเข้ามาพำนักระยะยาว  

โดยเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา รัฐบาลได้อนุมัติออกวีซ่าระยะยาว 10 ปี ให้กับชาวต่างชาติที่สนใจพำนักระยะยาว โดยตั้งเป้าหมายภายใน 5 ปี ดึงดูดชาวต่างชาติ 1 ล้านคน ในจำนวนนี้คาดว่าจะใช้จ่าย 1 แสนบาทต่อเดือน รวมเป็นกว่า 1 ล้านบาทต่อปี จะทำให้ไทยมีรายได้จากส่วนนี้ประมาณ 1 ล้านล้านบาทต่อปี เป็นรายได้ครึ่งหนึ่งของที่เราเคยได้ และต้องอาศัยจากนักท่องเที่ยว 40 ล้านคน 

รองนายกฯ ยังบอกด้วยว่า กลุ่มคนที่จะดึงเข้ามาเป็นกลุ่มคนคุณภาพ ฐานะดี และพร้อมต่อยอดธุรกิจ อุตสาหกรรมให้มาอยู่เมืองไทย รวมทั้งกลุ่มผู้สูงอายุแต่ยังมีพลัง หรือกลุ่มคนรุ่นใหม่ บริษัทใหม่ ๆ ที่ประสงค์ให้พนักงานมาอยู่ในประเทศที่สอง ซึ่งไม่มีความจำเป็นอีกต่อไปที่จะอยู่ในสถานที่เดียวกัน สามารถไปพำนักในประเทศที่สองได้

ส่วนต่างชาติ (ที่มีเงิน) ที่ประสงค์เข้ามาอยู่ยาวในไทย ต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้ อาทิ ต้องมีเงินลงทุนขั้นต่ำ 5 แสนเหรียญสหรัฐฯ (ราว 16.6 ล้านบาทเศษ) กลุ่มคนเกษียณต้องมีเงินลงทุนขั้นต่ำ 2.5 แสนเหรียญสหรัฐฯ กรณีต้องการทำงานจากประเทศไทย ต้องมีรายได้จากการลงทุนปีละ 8 หมื่นเหรียญสหรัฐฯในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา และต้องจบปริญญาโท ส่วนสิทธิประโยชน์ที่ไทยมอบให้ เช่น วีซ่าพร้อมครอบครัว ยกเว้นภาษีเงินได้สำหรับรายได้จากต่างประเทศ เป็นต้น (รายละเอียดเพิ่มเติมหาดูได้จากมติครม. 14 ก.ย. 64)

นอกจากแผนดึงคนมีเงินมาอยู่ยาวในไทยแล้วก่อนหน้านี้ ศบค.ยังมีเป้าหมายยกระดับจังหวัดภูเก็ตให้เป็นแหล่งทองเที่ยวระดับเวิล์ดคลาส แต่ถึงตอนนี้ยังไม่มีรายละเอียดว่าจะทำอย่างไร จะใช้เวลากี่ปี ? แต่โดยรวม ๆ แล้วสรุปได้ว่า รัฐบาลหวังเต็มที่ที่จะหารายได้ด้วยการดึงต่างชาติเข้ามาพำนักระยะยาว โดยตั้งเป้าหมายสูงถึง 1 ล้านคนและสร้างรายได้ 1.1 ล้านล้านบาท ถือเป็นการเปลี่ยนตลาดท่องเที่ยวอย่างมีนัยสำคัญ จากช่วงก่อนโควิดกรุ๊ปทัวร์ คือ ตลาดหลักของการท่องเที่ยวไทย มาเป็นตลาดที่เฉพาะเจาะจงมากขึ้น ส่วนจะบรรลุเป้าหมายขนาดไหน หรือไม่อย่างไร คงต้องดูกันต่อไป เพราะการทำตลาดคนมีเงินไม่ง่ายและเป็นตลาดที่ทุกประเทศหมายปองในช่วงเร่งฟื้นตัวจากวิกฤติโควิด

แต่ประเด็นเชิงนโยบายที่ยังไม่เห็นรัฐบาลขับเคลื่อนหรือพูดถึง คือ การปรับสมดุลทางเศรษฐกิจไม่ให้พึ่งพาด้านใดด้านหนึ่งมากเกินไป  

ที่ผ่านมาเศรษฐกิจพึ่งภาคท่องเที่ยวมาก สัดส่วนประมาณ 11% ของจีดีพี เมื่อโควิดระบาดทำลายการท่องเที่ยว  เศรษฐกิจไทยจึงเจ็บลึกกว่าเพื่อนบ้าน พอโควิดคลี่คลายแต่การท่องเที่ยวยังไม่กลับมา เศรษฐกิจของเราก็ฟื้นตัวช้ากว่าชาวบ้าน ในสภาพเดียวกันนั้นยังพบเห็นได้จากเมืองท่องเที่ยวสำคัญ ๆ เช่น  เชียงใหม่ ภูเก็ต เกาะสมุย ฯลฯ ที่เศรษฐกิจพึ่งการท่องเที่ยวเป็นหลัก เมื่อนักท่องเที่ยวหายไปแบบฉับพลันไม่ทันได้ตั้งตัว และสถานการณ์ยืดเยื้อข้ามปี  เศรษฐกิจของเมืองท่องเที่ยวดังกล่าวก็อยู่ในสภาพแทบล้มทั้งยืนเช่นกัน              

การจัดการเศรษฐกิจอย่างสมดุลไม่พึ่งพาด้านใดด้านหนึ่งมากเกินไป คือ แนวทางที่รับมือกับความไม่แน่นอนได้ดี   อย่าลืมว่าถึงโควิดจากไป ในไม่ช้าเชื้อตัวใหม่ก็จะปรากฎตัว ตามสถิติโรคระบาดเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจระดับคร่าชีวิตมุนษย์ในทุก 10 ปีเศษ ๆ จะมาปรากฎตัวเขย่าขวัญครั้งหนึ่ง อาจเป็นการระบาดในระดับประเทศหรือภูมิภาค   และทุก 100 ปีเศษไวรัสจะจัดเต็มในระดับโลกครั้งหนึ่ง เช่น โรคระบาดจากไวรัสโควิด-19 ที่เราเผชิญกันอยู่เวลานี้

ชญานิน ศาลายา” เป็นนามปากกาของ “คนข่าว” ที่เฝ้ามองการเปลี่ยนแปลงของวัฎจักรเศรษฐกิจตลอดช่วง 4 ทศวรรษเศษ 

STAY CONNECTED

6,910แฟนคลับชอบ
0ผู้ติดตามติดตาม

Lastest News

“กสิกรไทย” เดินเกมสู่ “ฟินเทค” เบอร์ต้นของภูมิภาคอาเซียน

ยึดโยงจีน-อาเซียนเสริมทัพกำลังคนส่งบริการใหม่ลงตลาดต่อเนื่อง

เปลี่ยนจาก trend watcher เป็น trendsetterใน 3 ขั้นตอน

เข้าสู่เดือนธันวาคม เดือนสุดท้ายของปี สิ่งที่เราจะเห็นสื่อต่าง ๆ แทบจะเป็นประเพณี คือ การสรุปเหตุการณ์เหตุการณ์เด่น ๆ ตลอดปีที่ผ่านมา และนำเสนอแนวโน้ม หรือ trend สำหรับปีหน้าในด้านต่าง ๆ

ซิตี้แบงก์เลือกกรุงศรีฯ ปิดดีลขายกิจการครั้งใหญ่ในเอเชีย

เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2564 สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า ซิตี้กรุ๊ปตัดสินใจเลือกธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ชนะการประมูลซื้อพอร์ตสินทรัพย์ลูกค้ารายย่อยในไทย

Blendata แนะใช้ประโยชน์ Big Data เสริมความปลอดภัยพ้นภัยคุกคามไซเบอร์

ปัจจุบันภัยคุกคามต่อความปลอดภัยในข้อมูลทางอินเทอร์เน็ต หรือ “ภัยไซเบอร์” มีแนวโน้มที่จะมีความถี่เพิ่มมากขึ้นและสร้างความเสียหายให้กับองค์กร ธุรกิจ รวมไปถึงผู้บริโภคในวงกว้าง

Skyller บริษัทลูกปตท.สผ.ให้บริการ “โดรน”ครบวงจร ตั้งเป้า 100 ล้านบาทปี 2565

บริษัทสไกลเลอร์ โซลูชั่นส์ จำกัด (skyller) เปิดตัวนวัตกรรมแพลตฟอร์มอัจฉริยะที่จะเป็นองค์ประกอบสำคัญในการทำงานร่วมกับ Horrus เทคโนโลยีอากาศยานไร้คนขับ (Drone) แบบอัตโนมัติ

หาก ‘ไทย’ เป็นศูนย์กลางการผลิตวัคซีนโควิด-19 ของภูมิภาค เพิ่มโอกาสคนไทยเข้าถึงวัคซีน

ตลอดเกือบ 2 ปีที่ผ่านมา ทั่วโลกเผชิญหน้ากับการเร่งจัดหาวัคซีนป้องกันโควิด-19 ทันทีที่นักวิทยาศาสตร์ได้ค้นพบว่า‘วัคซีน’ คือทางออกเดียวจากวิกฤติโควิด-19

ไทยพาณิชย์ ดูแลคนไทยกว่า 2 แสนคนให้เข้าถึงวัคซีนปลอดภัยจากโควิด-19

ธนาคารไทยพาณิชย์ รวมใจฝ่าวิกฤติร่วมสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ให้ประเทศไทยผ่านหน่วยความร่วมมือบริการฉีดวัคซีนโควิด-19 นอกโรงพยาบาลในเขตกรุงเทพมหานครที่ธนาคารไทยพาณิชย์สำนักงานใหญ่

แลนเซสส์ ขยายการผลิตพลาสติกไฮเทคในประเทศจีน

แลนเซสส์ (LANXESS) บริษัทผู้นำในอุตสาหกรรมเคมีภัณฑ์ชนิดพิเศษประกาศการขยายเครือข่ายการผลิตในประเทศจีน

“จิรัตน์ ศรีสวัสดิ์” ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของนักพัฒนาซอฟต์แวร์แห่ง KBTG

เมื่อเอ่ยชื่อ “จิรัตน์ ศรีสวัสดิ์” อาจจะไม่เป็นที่คุ้นหูหนักสำหรับคนทั่วไป แต่ในวงการนักพัฒนาซอฟต์แวร์ในประเทศไทย

เศรษฐกิจแบบตัว “เค” และ “โอไมครอน”

นักเศรษฐศาสตร์ใช้อักษรตัว "K" มาอธิบายจังหวะฟื้นตัวทางเศรษฐกิจในช่วงวิกฤติโควิด โดยให้เหตุผลประมาณว่า จังหวะการฟื้นตัวของภาคส่วนต่าง ๆ ในระบบเศรษฐกิจจะไม่เสมอกัน

MUST READ

“วัน แบงค็อก” ตั้ง 6 ผู้รับเหมาร่วมพัฒนาพื้นที่ 1.3 ล้าน ตร.ม. สร้างแลนด์มาร์คระดับโลก

แลนด์มาร์คระดับโลกที่จะพลิกโฉมพื้นที่ย่านธุรกิจใจกลางเมือง เดินหน้าตามแผนพร้อมเปิดตัวในปี 2566

Skyller บริษัทลูกปตท.สผ.ให้บริการ “โดรน”ครบวงจร ตั้งเป้า 100 ล้านบาทปี 2565

บริษัทสไกลเลอร์ โซลูชั่นส์ จำกัด (skyller) เปิดตัวนวัตกรรมแพลตฟอร์มอัจฉริยะที่จะเป็นองค์ประกอบสำคัญในการทำงานร่วมกับ Horrus เทคโนโลยีอากาศยานไร้คนขับ (Drone) แบบอัตโนมัติ

AIS ร่วมมือ ม.ธรรมศาสตร์ ให้บริการ “รถ EV ไร้คนขับอัจฉริยะ”

หลังจากที่ AIS และ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้เปิดตัวศูนย์ปฏิบัติการความยั่งยืนแห่งแรกในเอเชีย “SDG Lab by Thammasat & AIS” ไปเมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านมา ทำให้สถานที่แห่งนี้กลายเป็นพื้นที่ของการนำเทคโนโลยีดิจิทัล 5G มาพัฒนาเพื่อสร้างรากฐานด้านความยั่งยืน ในการยกระดับคุณภาพชีวิตจนสามารถขับเคลื่อนประเทศไปสู่การเป็นสังคมเมืองแบบ Smart City ในที่สุด โดยหนึ่งในความสำเร็จที่เกิดขึ้นคือ การพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน ผ่านระบบการขนส่งต้นแบบอัจฉริยะด้วย “รถไฟฟ้าไร้คนขับ” ที่ใช้พลังงานไฟฟ้า 100% ในการขับเคลื่อนบนโครงข่ายอัจฉริยะ AIS 5G พร้อมให้บริการทดลองรับ-ส่ง ภายในพื้นที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ให้นักศึกษา-บุคลากร สัมผัสประสบการณ์โลกอนาคตได้ก่อนใคร วสิษฐ์...

adidas ย้ายการใช้งาน SAP มาอยู่บน AWS

อะเมซอน เว็บ เซอร์วิสเซส (Amazon Web Services: AWS) บริษัทในเครือAmazon.com, Inc. ประกาศว่า adidas AG ซึ่งเป็นหนึ่งในแบรนด์กีฬาที่ใหญ่ที่สุดในโลกได้เลือก AWS เป็นผู้ให้บริการระบบคลาวด์สำหรับ SAP

5 องค์กร ผู้นำ “ไอที” มาใช้พัฒนาองค์กรอย่างโดดเด่น และสำเร็จ

สมาพันธ์ ASOCIOมอบรางวัล ASOCIO Awards ให้กับองค์กรที่มีการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการพัฒนาการให้บริการด้านต่าง ๆ
Newsletter

สนใจรับข่าวสารจาก The Story Thailand อัพเดตก่อนใคร สมัคร Newsletter กับเราเพียงกรอกอีเมลเท่านั้น