TH | EN
TH | EN
หน้าแรก Columnist เศรษฐกิจปีเสือ กับ "โอมิครอน"

เศรษฐกิจปีเสือ กับ “โอมิครอน”

หนึ่งในธรรมเนียมต้อนรับศักราชใหม่ของสังคมบ้านเราอย่างหนึ่ง คือการคาดหวังว่าเศรษฐกิจจะดีกว่าปีที่ผ่านมา    ด้วยการประกาศให้เป็นปีทอง เช่นเดียวกับปีก่อนหน้าและปีก่อน ๆ ที่ล้วนถูกประกาศให้เป็นปีทองมาแล้วทั้งสิ้น   

เช่นเดียวกับปีนี้ ปีเสือ 2565 ถูกขานว่าเป็น “ปีเสือทอง” เห็นได้จากสติ๊กเกอร์อวยพรที่แชร์ผ่านโซเชียลมีรูปเสือดูพ่วงพีสื่อถึงความกินดีอยู่ดีอยู่ในทีรวมอยู่ด้วย การฝันหาปีทองเป็นกลไกหนึ่งของผู้คนในสังคมที่จะเติมความหวังเพื่อขับเคลื่อนชีวิตให้เดินหน้าต่อไปท่ามกลางความไม่แน่นอนที่วนอยู่ในวิกฤติโควิด   

วิกฤติโควิดของไทยเริ่มขึ้นเมื่อต้นปี 2563 หลังมีข่าวจากอู่ฮั่นไม่ถึงเดือน เดิมเชื่อกันว่าวิกฤติจะคลี่คลายในช่วงปลายปีเดียวกัน แต่การกลายพันธุ์ของไวรัสเรื่อยมาจนมาถึงโอมิครอน ทำให้วิกฤติยืดเยื้อเข้าสู่ปีที่ 3 แล้ว  

พร้อม ๆ กับการเริ่มต้นของการระบาดระลอก 5 ที่ผู้เขียนถือเอาวันที่ 20 ธันวาคม 2564 ที่พบคนไทยคนแรกติดไวรัสโควิด–19 กลายพันธุ์โอมิครอนในประเทศรายแรกคือจุดเริ่มต้นของการระบาดระลอกนี้   

ล่าสุดเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (9 มกราคม 65) จำนวนผู้ติดเชื้อใหม่ในบ้านเราอยู่ที่ 8,511 ราย ตัวเลขนี้ย้อนกลับไปใกล้ ๆ กับช่วงเปิดประเทศ ที่นับหนึ่งเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน ปีที่แล้ว และเชื่อว่าจำนวนผู้ป่วยจะขึ้นถึงระดับหมื่นในเร็ววันนี้ 

ส่วนพื้นที่การระบาดในระดับโลก เพียง 2 เดือนเศษนับจากมีการยืนยันการพบโอมิครอนที่แอฟริกาในช่วงต้นเดือน พฤศจิกายนอย่างเป็นทางการ  โอมิครอนระบาดไปแล้ว 150 ประเทศกับเขตแดนมีผู้รับเชื้อแล้วกว่า 303 ล้านคน   เรียกว่าเท่าเทียมกันทั้งโลกไม่เว้นประเทศรวยหรือประเทศจน ส่วนบ้านเรา ข้อมูลถึงวันที่ 5 มกราคม ที่ผ่านมา มีผู้ป่วย โอมิครอนแล้ว 2,388 ราย กระจายไป  55  จังหวัด

ความยืดเยื้อของสถานการณ์ระบาดส่งผลกระทบกับภาคเศรษฐกิจที่ต้องเผชิญกับความไม่แน่นอน และข้อจำกัดในการขับเคลื่อนธุรกรรม จากเงื่อนไขและมาตรการควบคุมการระบาดของรัฐบาล  มาตรการการล็อกดาวน์ที่ถูกนำมาใช้ ช่วงการระบาดระลอกแรกในปี 2563 ยังเป็นฝันร้ายของคนทำธุรกิจ รวมถึงคนหาเช้ากินค่ำมาจนบัดนี้ และรัฐบาลไม่เคยใช้มาตรการล็อกดาวน์เต็มรูปแบบอีกเลย โดยหันมาใช้มาตรการควบคุมพื้นที่ตามสถานการณ์ เช่นเดียกับการระบาดระลอกล่าสุดเพื่อเปิดช่องให้ วงจรเศรษฐกิจขยับตัวได้

สัปดาห์ก่อนหน้านี้ แบงก์ชาติได้ออกรายงาน นโยบายการเงินประจำเดือนธันวาคมปีที่แล้ว ได้ประเมินภาพรวมเศรษฐกิจตั้งแต่วิกฤติโควิดเริ่มระบาดในปี 2563 ยาวไปจนถึงปีหน้า (2566) โดยระบุว่าปี 2563 จีดีพี – 6.1%  ประเมินเศรษฐกิจปี 2564 ที่ผ่านมาว่า ได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วตั้งแต่ไตรมาส 3 เศรษฐกิจมีแนวโน้มฟื้นตัวต่อเนื่อง และคาดการณ์จีดีพีทั้งปีว่าจะขยายตัวประมาณ 0.9% ดีกว่าที่คาดไว้เดิมที่ 0.7%

ซึ่งแบงก์ชาติให้เหตุผลว่า   “ข้อมูลจริงช่วงปลายปีที่ดีกว่าคาด” ซึ่งหมายรวมถึงการเปิดประเทศและมาตรการกระตุ้นกำลังซื้อที่ช่วยขยับเศรษฐกิจช่วงท้ายปีอย่างมีนัยสำคัญ

ส่วนปีนี้  ปีเสือ 2565 แบงก์ชาติยังมีมุมมองกลาง ๆ ต่อผลกระทบต่อเศรษฐกิจในช่วงต่อไปจากการระบาดของโอมิครอน โดยระบุว่าปีนี้ จีดีพขยายตัวราว 3.4% โดยกล่าวถึงผลจากการระบาดของไวรัสกลายพันธุ์โอมิครอนว่า “เป็นความเสี่ยงสำคัญต่อแนวโน้มเศรษฐกิจในระยะข้างหน้าจึงจำเป็นต้องติดตามอย่างใกล้ชิด” และประเมินว่าโอมิครอนจะกระทบเศรษฐกิจในช่วงแรกของปี ทั้งกิจกรรมทางเศรษฐกิจในประเทศ การส่งออก จำนวนนักท่องเที่ยว ส่วนปี  2566 แบงก์ชาติคาดว่าจีดีพีจะขยายตัว 4.7%    

อีกปัจจัยที่แบงก์ชาติดูกังวลในระดับไม่ต่างไปจากโอมิครอนมากนักคือ เสถียรภาพระบบการเงินยังเปราะบาง โดยเฉพาะทางการเงินของครัวเรือนและภาคธุรกิจ โดยระบุว่า ผลกระทบจากการระบาดหลายระลอกที่มีต่อหนี้ภาคครัวเรือนและธุรกิจซึ่งอาจฉุดรั้งการเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะยาว   

แต่สุดท้ายแล้วเศรษฐกิจจะฟื้นตัวขนาดไหน และขยายตัวต่อเนื่องตามที่แบงก์ชาติคาดการณ์ และหลายฝ่ายคาดหวังหรือไม่นั้น คงต้องขึ้นอยู่กับว่าโอมิครอนจะไปยังไงด้วย   

การปรากฎตัวของไวรัสโควิดกลายพันธุ์โอมิครอนเริ่มจากถูกประโคมข่าวอย่างครึกโครมว่ามีคุณสมบัติเด่นที่สามารถ กระจายเชื้อได้เร็วกว่าเดลต้า 3 เท่า และระยะฟักตัวสั้นกว่าเดลต้า และยังสามารถหลบภูมิต้านทานจากการฉีดวัคซีนได้อีก 

ก่อนมีข้อมูลจากต่างประเทศที่ผู้เชี่ยวชาญด้านไวรัสนำมาเผยแพร่ต่อว่า แม้โอมิครอนเด่นในเรื่องการระบาดเร็วกว่าไวรัสสายพันธุ์อื่นแต่ความรุนแรงน้อยกว่า จุดเด่นส่วนนี้ของโอมิครอนส่วนนี้เองทำให้ผู้เชี่ยวชาญหลายคนเชื่อว่า การระบาดใหญ่ของโอมิครอนที่กำลังจะมาถึง อาจจะเป็นกุญแจดอกสำคัญนำไปสู่บทจบของวิกฤติโควิด

เมื่อเร็ว ๆ นี้สื่อหลายสำนักนำความเห็นของ หมอมนูญ ลีเชวงวงศ์ แพทย์เฉพาะทางด้านระบบการหายใจ ผู้ป่วยหนักและโรคผู้สูงอายุ โรงพยาบาลวิชัยยุทธ ที่เสนอมุมมองของตนต่อแนวโน้มการระบาดที่เกี่ยวโยงกับ โอมิครอน ในเฟซบุ๊กส่วนตัว

โดยมีใจความตอนหนึ่งว่า คนไทยไม่ต้องตกใจกับตัวเลขผู้ติดเชื้อที่จะก้าวกระโดดหลายหมื่นคนเพราะ “เชื้อไวรัสโควิด19 กลายพันธุ์โอมิครอนมีวิวัฒนาการเปลี่ยนไปจากเดิมมากปรับตัวเองให้เข้ากับคนได้ดียิ่งขึ้น แพร่จากคนสู่คนง่ายขึ้นลดระยะเวลาฟักตัว และเปลี่ยนจากการก่อให้เกิดโรคทางเดินหายใจอักเสบทั้งส่วนบนและส่วนล่างรุนแรงเฉียบพลัน กลายเป็นเชื้อโคโรนาไวรัสที่ทำให้เกิดหวัดเล็กธรรมดาไม่รุนแรง เป็นโรคติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนบนไม่ค่อยลงปอดเหมือนกับเชื้อโคโรนาไวรัสที่เรารู้จักมานานอย่างน้อย 50 ปีแล้ว ได้แก่ human coronavirus-229 E, human coronavirus-NL63, human coronavirus-OC43 และ human coronavirus-HKU1

หมอมนูญยังบอกด้วยว่า เชื้อโคโรนาไวรัสดั้งเดิม 4 ชนิดนี้ ก่อให้เกิดโรคหวัดธรรมดาในเด็ก เป็นเองหายเอง ส่วนผู้ใหญ่มักไม่ติดเชื้อนี้เพราะมีภูมิต้านทานตามธรรมชาติ เนื่องจากเกือบทุกคนเคยติดเชื้อนี้มาแล้วสมัยเป็นเด็ก ถึงปัจจุบันก็ยังไม่มีวัคซีนป้องกันเชื้อโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ดั้งเดิม” 

และฟันธงว่า “หลังการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสสายพันธุ์โอมิครอนครั้งใหญ่นี้ เชื่อว่าทุกคนไม่ว่าจะเคยฉีดวัคซีนหรือเคยติดเชื้อไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์เดิมมาก่อนจะได้รับเชื้อสายพันธุ์โอมิครอนไม่ช้าก็เร็ว เกิดภูมิคุ้มกันหมู่ หวังว่าการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 คงจะจบลงสักที”

แม้ผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่ยอมรับว่า โอมิครอนระบาดเร็ว แต่ไม่รุนแรง เมื่อเทียบกับเดลต้า แต่ทว่ายังเร็วเกินไปที่จะสรุปว่า ไวรัสโควิดกลายพันธุ์ตัวนี้จะนำไปสู่การเกิดภูมิคุ้มกันหมู่ที่โลกกำลังรอคอย หรือนัยหนึ่งคือ โอมิครอนเป็นทั้ง ผู้ทำลายและสร้างสรรค์ควบคู่กันไป ส่วนมุมมองไหนจะใกล้ความจริงมากกว่ากัน คงต้องรอคำตอบหลังการระบาดระลอกที่ห้าผ่านไป

คอลัมน์ “รีวิวเศรษฐกิจ” โดย “ชญานิน ศาลายา”

ผู้เขียน: ชญานิน ศาลายา” เป็นนามปากกาของ “คนข่าว” ที่เฝ้ามองการเปลี่ยนแปลงของวัฎจักรเศรษฐกิจตลอดช่วง 4 ทศวรรษเศษ

บทความอื่น ๆ ของผู้เขียน

อนาคตหนี้ประเทศไทย

เศรษฐกิจแบบตัว “เค” และ “โอไมครอน”

โจรโรบอต ปล้นเงียบ 130 ล้าน

STAY CONNECTED

6,910แฟนคลับชอบ
0ผู้ติดตามติดตาม

Lastest News

จริงหรือไม่? คริปโทฯ (Cryptocurrency) ใช้พลังงานสูง ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

เพราะเหตุใด Cryptocurrency ถึงใช้พลังงานไฟฟ้าสูง ส่งผลกระทบให้โลกร้อนจนนักสิ่งแวดล้อมต้องออกมาเตือน เราหาคำตอบของเรื่องนี้มาให้แล้ว ไปติดตามกันได้เลย

ก.พลังงาน เตรียมจัดงาน Future Mobility Asia 2022 ปูทางไทยสู่ศูนย์กลางอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าในเอเชีย

งานนิทรรศการครั้งแรกที่จัดแสดงแนวคิด นวัตกรรม เทคโนโลยี และโซลูชันด้านยานยนต์แห่งอนาคตได้อย่างครอบคลุม

ซิปโซ่ท้อปปิคอลดริ๊ง เปิดตัว ‘ซิปโซ่’ ข้าวต้มข้าวกล้องหอมมะลิ พร้อมจำหน่ายใน 7-11

ชูจุดขายใช้นวัตกรรม ช่วยคงความหอมและคุณประโยชน์ทางโภชนาการ

เสือลำบาก “เศรษฐกิจแย่-การเมืองยุ่ง”

ขณะที่เรากำลังเผชิญภาวะราคาสินค้าหลายๆตัวขยับเพิ่มสูงขึ้นพร้อม ๆ กันอย่างต่อเนื่อง ปรากฏการณ์นี้เริ่มมาตั้งแต่ปีที่แล้ว เมื่อราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในตลาดโลกพุ่งกระฉูด

MG เปิดเกมรุก สร้างระบบนิเวศ EV ครบวงจร พร้อมดันอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยทัดเทียมตลาดโลก

เอ็มจี ค่ายผู้ผลิตรถยนต์ชั้นนำสัญชาติจีนเปิดเกมรุกเตรียมสร้างระบบนิเวศรองรับอุตสาหกรรมการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า (อีวี) ไทยแบบครบวงจร ไล่เรียงตั้งแต่ต้นน้ำด้วยการสร้างโรงงานผลิตรถยนต์แบตเตอร์รี ไปจนถึงปลายน้ำ

แอร์บัส – NTT DOCOMO – SKY Perfect JSAT ร่วมกันศึกษาบริการการเชื่อมต่อไร้สายทั่วโลกบนอวกาศ

ความร่วมมือในการเริ่มศึกษาความเป็นไปได้ของการร่วมใช้งานบริการเชื่อมต่อจากเทคโนโลยี High-Altitude Platform Stations (HAPS) แห่งอนาคต ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศการเชื่อมต่อไร้สายบนอวกาศในอนาคต

วีโร่ ลงนามปฏิญญา Clean Creatives

ประกาศจุดยืนร่วมต่อต้านการปฏิเสธการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศและการเผยแพร่ข้อมูลเท็จเกี่ยวกับเชื้อเพลิงฟอสซิล

Amazon Global Selling หนุน SME ไทยโตตลาดโลก

งานประชุม Amazon Global Selling Thailand Seller Conference ในรูปแบบสัมมนาออนไลน์ของ อเมซอน โกลบอล เซลลิ่ง ผ่านไปด้วยความสำเร็จ โดยมี SME ไทยกว่า 5,000 รายให้ความสนใจและเข้าร่วมงาน

foodpanda เปิดตัวหมี “เปาเปา” ส่งแคมเปญออนไลน์ เจาะกลุ่มผู้ใช้งานทั่วประเทศ

ฟู้ดแพนด้า ฉลองครบรอบ 10 ที่เข้ามาดำเนินธุรกิจในประเทศไทย เปิดตัว “เปาเปา”

แชฟฟ์เลอร์ – ม.บูรพา ขับเคลื่อน EEC Automation Park ผ่านศูนย์การเรียนรู้/ฝึกอบรมอุตสาหกรรม 4.0 และ 5G

แชฟฟ์เลอร์ ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ภาคธุรกิจยานยนต์และอุตสาหกรรมระดับโลก ร่วมลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) กับมหาวิทยาลัยบูรพา ขับเคลื่อนศูนย์การเรียนรู้ อีอีซี ออโตเมชั่น พาร์ค (EEC Automation Park)

MUST READ

จริงหรือไม่? คริปโทฯ (Cryptocurrency) ใช้พลังงานสูง ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

เพราะเหตุใด Cryptocurrency ถึงใช้พลังงานไฟฟ้าสูง ส่งผลกระทบให้โลกร้อนจนนักสิ่งแวดล้อมต้องออกมาเตือน เราหาคำตอบของเรื่องนี้มาให้แล้ว ไปติดตามกันได้เลย

‘Pace’ ฟินเทคสัญชาติสิงคโปร์ เปิดตัวบริการ ‘ซื้อก่อน จ่ายทีหลัง’ สำหรับนักช้อปชาวไทย

Pace ผู้ให้บริการโซลูชันฟินเทคจากประเทศสิงคโปร์ เปิดตัวบริการตัวเลือกการชำระเงินแบบ "ซื้อก่อน จ่ายทีหลัง” (Buy Now Pay Later - BNPL) สำหรับนักช้อปชาวไทยที่เลือกซื้อสินค้าที่ร้านค้าแบรนด์ดัง

4 ดิจิทัลเฮลธ์แพลตฟอร์ม ให้คนไทยใกล้หมอ

หลายปีที่ผ่านมาคนไทยต้องเผชิญกับปัญหาต่าง ๆ มากมาย ทั้งสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบต่อการวิถีชีวิต สังคม และเศรษฐกิจของประเทศ

เทรนด์ที่อยู่อาศัยยุค Now Normal คนหาบ้าน 2022 ต้องการอะไรเมื่อคิดมีบ้าน?

ดีดีพร็อพเพอร์ตี้ (DDproperty) อัปเดตแนวโน้มที่อยู่อาศัยของผู้บริโภคยุคใหม่ที่น่าจับตามอง
Newsletter

สนใจรับข่าวสารจาก The Story Thailand อัพเดตก่อนใคร สมัคร Newsletter กับเราเพียงกรอกอีเมลเท่านั้น