TH | EN
TH | EN
หน้าแรก Business “วัคซีน-ภูมิรัฐศาสตร์เศรษฐกิจ-นโยบายการคลัง-การปรับปรุงธุรกิจ” ปัจจัยขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทย

“วัคซีน-ภูมิรัฐศาสตร์เศรษฐกิจ-นโยบายการคลัง-การปรับปรุงธุรกิจ” ปัจจัยขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทย

ผู้เชี่ยวชาญจากภาคการเงิน การลงทุน และอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวฟันธง เศรษฐกิจไทยฟื้นท่ามกลางความเสี่ยงที่บริหารจัดการได้ รัฐ-เอกชนต้องเข้าใจและเตรียมตัวให้ทัน “วัคซีน-นโยบายการคลัง-การปรับปรุงธุรกิจ” คือ ปัจจัยสำคัญที่จะโตต่อไป

ขัตติยา อินทรวิชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกสิกรไทย กล่าวในงานสัมมนาออนไลน์ “THE WISDOM The Symbol of Your Vision: 2021 Economic Outlook & Investment Forum” จัดโดย เดอะวิสดอมกสิกรไทย ว่า 2 เดือนแรกของ 2564 เป็น 2 เดือนที่เต็มไปด้วยไม่แน่นอนของการระบาดของโรคโควิดรอบใหม่ 

“ปฏิเสธไม่ได้ว่าการระบาดรอบใหม่มีผลซ้ำเติมเศรษฐกิจที่เพิ่งฟื้นตัวในช่วงปลายปี 2563 พอก้าวเข้าสู่ต้นปี 2564 การระบาดของไวรัสก็กลับมาอีกครั้งทั้งในและต่างประเทศ ทำให้ภาพเศรษฐกิจมีความซับซ้อนมากยิ่งขึ้น ธุรกิจที่ได้รับผลกระทบในวงกว้างก็กว้างขึ้นกว่าในครั้งแรก โดยขยายออกไปสู่ภาคการผลิตซึ่งเชื่อมโยงกับผลต่อการส่งออกด้วย” 

ขัตติยา อินทรวิชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกสิกรไทย

ทั้งหมดนี้ ยังไม่นับรวมกิจการในห่วงโซ่ธุรกิจท่องเที่ยว ค้าปลีก และอสังหาริมทรัพย์ ที่รายรับส่วนใหญ่ลดลงหรือหายไปนานกว่า 10-12 เดือนแล้ว จากนี้ไปในช่วงที่เหลือของปี 2564 ยังมีคำถามอีกหลายข้อที่ยังรอความชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นทั่วโลกและประเทศไทยจะควบคุมการระบาดของไวรัสได้เมื่อใด การฉีดวัคซีนในแต่ละประเทศจนถึงขั้นที่สร้างภูมิคุ้มกันหมู่ หรือที่เรียกว่า Herd Immunity จะเกิดขึ้นได้เร็วแค่ไหน ประเทศไทยจะเปิดประเทศเพื่อรับนักท่องเที่ยวได้เมื่อไร แม้ว่าจะยังไม่สามารถตอบคำถามทั้งหมดได้อย่างมั่นใจเต็มที่ แต่ภาพที่เห็นตอนนี้ คือ ระดับของความพร้อมของแต่ละประเทศในการที่จะจัดการและรับมือกับความเสี่ยงจากการระบาดของไวรัสในอนาคตมีไม่เท่ากัน”

ถ้าพิจารณาจากความคืบหน้าในการฉีดวัคซีนของแต่ละประเทศ ประเทศแกนนำของโลก จะพบว่าสหรัฐฯ มีความก้าวหน้ามากกว่าหลายประเทศในฝั่งเอเชีย การมาของประธานาธิบดีโจ ไบเดน จะทำให้จุดสนใจของสหรัฐฯ ในช่วงต้นปีนี้อยู่ที่การผลักดันมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่มีมูลค่าถึง 1.9 ล้านล้านดอลลาร์ 

ปัจจัยต่าง ๆ ดังกล่าวทำให้นักวิเคราะห์ทยอยปรับเพิ่มมุมมองต่อเศรษฐกิจของสหรัฐฯ และเศรษฐกิจของโลกในปีนี้ขึ้น ซึ่งมีผลต่อทิศทางของผลตอบแทนของธนบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ในระยะยาวปรับขึ้น และมีการคาดการณ์ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะทยอยออกจากนโยบายผ่อนคลายทางการเงินภายในปี 2565 

ส่วนราคาน้ำมันได้แรงหนุนจากการฟื้นตัวของอุปสงค์ควบคู่ไปกับการลดกำลังการผลิตของประเทศในตะวันออกกลาง ขณะที่สถานการณ์ทางเศรษฐกิจเช่นนี้กลับไม่ได้ส่งผลดีเลยกับราคาทองคำ ทิศทางดังกล่าว รวมถึงการพัฒนาการของเศรษฐกิจ ประเด็นวัคซีน การผลักดันมาตรการต่าง ๆ ของไทย ย่อมมีผลต่อแนวโน้มผลตอบแทนตราสารหนี้ อัตราดอกเบี้ย และค่าเงินบาทในระยะข้างหน้าเช่นกัน 

“THE WISDOM The Symbol of Your Vision: 2021 Economic Outlook & Investment Forum”

อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางสถานการณ์ดังกล่าวข้างต้น ธนาคารเห็นว่ามีสัญญาณฟื้นตัวจากลูกค้าที่สามารถนำเงินมาจ่ายคืนเงินกู้ได้ในสัดส่วนที่มากกว่าที่คาดไว้ ตั้งแต่ปลายปี 2563 มาจนถึงต้นปี 2564 ทั้ง ๆ ที่โควิดกลับมา ลูกค้าก็ยังชำระได้ดีอยู่ และแน่นอนว่าสถานการณ์ข้างต้นจะตั้งอยู่บนเงื่อนไขของเศรษฐกิจและปัจจัยแวดล้อมที่ยังมีความไม่แน่นอนสูง ซึ่งคงเป็นโจทย์ที่นักลงทุนจะต้องติดตามกันอย่างใกล้ชิด เพราะว่าจะมีอิทธิพลต่อทิศทางราคาสินทรัพย์ในแต่ละประเภทต่าง ๆ กัน ทำให้การจับจังหวะการลงทุนมีความละเอียดอ่อนมากขึ้น

แบงก์ชาติชี้ “วัคซีน-มาตรการฟื้นศก.ของแต่ละประเทศ” ปัจจัยขับเคลื่อนศก.โลก

ชญาวดี ชัยอนันต์ ผู้อำนวยกาอาวุโสฝ่ายเศรษฐกิจมหภาค ธนาคารแห่งประเทศไทย กล่าวว่า 2 ปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลกในระยะที่ผ่านมาและในระยะต่อไป คือ วัคซีน และมาตรการที่แต่ละประเทศที่ออกมาเพื่อให้แน่ใจว่าเศรษฐกิจโลกสามารถฟื้นตัวได้ ทั้งนโยบายการเงินและนโยบายการคลัง ซึ่งสูงมากที่สุดในประวัติศาสตร์ ทุกประเทศมองว่าสิ่งแรกที่ต้องทำ คือ ทำให้เศรษฐกิจฟื้นขึ้นมาก่อน ซึ่งนโยบายการคลัง มีบทบาทสำคัญมาก เพราะว่าความเสี่ยงที่เกิดขึ้น ใช้เพียงนโยบายการเงินอย่างเดียวไม่ได้ ต้องมีคนมาช่วยรับภาระความเสี่ยงด้วย

ชญาวดี ชัยอนันต์

มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่มีมูลค่าถึง 1.9 ล้านล้านดอลลาร์จะทำให้เศรษฐกิจของสหรัฐฯ น่าจะโต ซึ่งการส่งออกของประเทศไทยน่าจะได้ผลดีสำหรับปีนี้ แต่ปี 2022 นโยบาย Build Back Better จะทำให้สหรัฐฯ มุ่งเน้นสร้างเสริมเศรษฐกิจของตัวเองภายในประเทศมากกว่า บริโภคเองและผลิตเองในประเทศ การซื้อของหรือลงทุนนอกประเทศอาจจะน้อยลง 

สหรัฐฯ ในระยะสั้นนี้จะเน้น “Reshoring, 5G, Green” ในอนาคตธุรกิจไทยอยากจะเติบโตไปกับเศรษฐกิจสหรัฐฯ ซึ่งเป็นเพียงหนึ่งในไม่กี่ประเทศที่จะผ่านช่วงยากลำบากนี้ไปได้ ธุรกิจไทยจึงต้องปรับตัวไปในแนวทางนี้

เศรษฐกิจไทยจะเริ่มฟื้นและไม่แย่เท่าปี 2563 การระบาดระลอก 2 พิสูจน์ให้เห็นว่าเศรษฐกิจเริ่มมีภูมิคุ้มกัน ภาครัฐออกมาดำเนินนโยบายที่ค่อนข้างเร็ว ประชาชนเองปรับตัวได้มากขึ้น หากมีการระบาดเพิ่มเติมเราพอจะรับมือได้ โดยเศรษฐกิจไทยจะฟื้นตัวแบบ K-Shape Recovery ขาขึ้นจะขึ้นมาก อะไรที่เกี่ยวข้องกับการส่งออกในช่วงที่ผ่านมาค่อนข้างดีและดีต่อเนื่อง แต่ภาคบริการ ธุรกิจการท่องเที่ยวไปไม่ได้ เริ่มเปิดเมืองแม้ไม่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติแต่มีนักท่องเที่ยวไทย แต่เจอโควิดระลอก 2 นักท่องเที่ยวไทยก็หาย เหมือนกลับไปยืนที่เดิม จะมีบางธุรกิจได้รับผลกระทบซ้ำเติม บางธุรกิจได้รับผลกระทบชั่วคราว บางธุรกิจสามารถเติบโตต่อไปได้ 

ตัวเลขล่าสุดที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศในเดือนธันวาคมที่ผ่านมา คาดว่าเศรษฐกิจไทยปีนี้จะโต 3.2% แต่หลังจากประธานาธิบดีโจ ไบเดน มาและผ่านมาตรการหลายมาตรการทำให้เศรษฐกิจของประเทศคู่ค้าของไทยโตกว่าที่คาดไว้เยอะมาก เป็นไปได้ว่าอาจจะมีการปรับตัวเลขการเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยเพิ่มขึ้น โดยอาจจะมี “ลมต้าน” อยู่ 2-3 เรื่อง คือ เรื่องแรก คือ มาตรการของพรก. 1 ล้านล้านบาท จะหมดลงในเดือนกันยายนนี้ ต้องดูว่ารัฐบาลมีนโยบายหรือมาตรการเพิ่มเติมมากระตุ้นให้โตได้ต่อเนื่องหรือไม่ โดยเฉพาะถ้าการท่องเที่ยวสะดุด เป็นความเสี่ยง รัฐบาลเองในช่วงเศรษฐกิจแย่มาก ๆ ก็เก็บรายได้ได้น้อยลงด้วย ฉะนั้น การตั้งกรอบงบประมาณปี 2565 จะน้อยลงไปด้วย และอาจจะไม่สามารถตั้งกรอบงบประมาณได้สูงเท่าเดิม 

มาตรการของธนาคารแห่งประเทศไทยมี 2 เรื่อง คือ ภาระหนี้เก่ากับสภาพคล่องใหม่ภาระหนี้เก่า มีตั้งแต่ พักชำระหนี้ ปรับโครงสร้างหนี้ การรวมหนี้ และไกล่เกลี่ย ซึ่งส่วนมากสำหรับรายย่อย ส่วนรายใหญ่หรือรายที่มีหลักประกันที่ไม่ได้สร้างรายได้เท่าที่ควร เช่น อสังหาริมทรัพย์ หรือโรงแรม ยังไม่มีมาตราการที่ชัดเจน โดยธนาคารแห่งประเทศไทยทำงานใกล้ชิดกับบสย. เพื่อสนับสนุนให้ออกมาตราการมาช่วย SME ได้ ในอนาคตจะมีกลไกการค้ำประกันที่ทำได้มากขึ้นเพื่อดูแลความเสี่ยงที่สูงขึ้น 

จำนวนรายย่อยที่ขอเข้ามาพักชำระหนี้ลดลง 60% มีคนชำระหนี้ได้มากขึ้น แต่มีกลุ่มที่แย่และยังฟื้นตัวได้ไม่ดี กลุ่มนี้ต้องเร่งช่วยเหลือ และออกนโยบายไปแก้ได้ตรงจุด ซึ่งล่าสุดแบงก์ชาติแถลงตัวเลข NPL อยู่ที่ 3.2 หากคุณพักชำระหนี้อยู่ ปรับโครงสร้างหนี้ดีกว่า เพราะจะช่วยให้ความสามารถในการชำระหนี้ยั่งยืนขึ้น และไม่กลายเป็น NPL ในระยะต่อไป 

ธุรกิจปรับตัวรับมือการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ

ธิติ ตันติกุลานันท์ ประธานกรรการบริหาร บมจ.หลักทรัพย์กสิกรไทย กล่าวว่า มีการฉีดวัคซีนในสหรัฐฯ ประมาณ 25% ที่อังกฤษ 30% ซึ่งทั้ง 2 ประเทศนี้ คาดว่าจะถึง Herd Immunity ได้ในไตรมาสที่ 2 และ 3 ของปีนี้ ในขณะที่จีน GDP ที่ใหญ่อันดับ 2 ของโลก เพิ่งฉีดไปเพียง 3% ญี่ปุ่นเพิ่งฉีดไม่ถึง 1% เยอรมันฉีดไป 7%. อินเดียยังไม่ถึง 1%

ธิติ ตันติกุลานันท์

ข่าวดีเรื่องวัคซีนยังมาไม่ถึงเอเชียและยุโรป ดังนั้น สภาวะปกติน่าจะต้องรอครึ่งปีแรกของปีหน้า ทั้งนี้ ขึ้นกับว่าคนไทยสามารถอยู่กับโควิดได้หรือไม่ ปีที่แล้วอยู่ไม่ได้ แต่ปีนี้เหมือนจะอยู่ได้ ถึงแม้ประเทศไทยจะมีการฉีดวัคซีนไม่ถึง Herd Immunity ก็อาจจะต้องเปิดประเทศ หากจะปิดประเทศ 2 ปี ซึ่งไทยเป็นประเทศที่พึ่งพาการท่องเที่ยวถึงมากกว่า 10% ของ GDP จะเสียหายอย่างมาก

หลังจากมีวิกฤติการเงินในปี 2008 Balance Sheet ของเฟด เพิ่มขึ้นมา 3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ในช่วง 12 ปี) แต่ช่วงที่มีโควิดภายใน 1 ปี Balance Sheet ของเฟด ก็เพิ่มขึ้นมาอีก 3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หมายความว่า เฟดมีการซื้อพันธบัตรรัฐบาลในตลาด แล้วปล่อยเงินออกมาก จำนวนเงิน Balance Sheet ของเฟดที่เพิ่มขึ้น คือ จำนวนเงินที่ปล่อยเข้ามาในระบบ จะเห็นได้ว่าที่ผ่านมารายได้ของบริษัทหลักทรัพย์ทั่วโลกลดลง แต่ราคาหุ้นไม่ลดลง เพราะสภาพคล่อง 

ส่วนเรื่องดอกเบี้ยนโยบายไม่ได้ขึ้น เพราะยังไม่มีเงินเฟ้อ ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) บอกว่า ต้องมีเงินเฟ้อ อย่างน้อย 2% ก่อนว่าจะขึ้นดอกเบี้ยไหม แต่ดอกเบี้ยระยะยาวเฟดไม่ได้ควบคุม ขึ้นกับอุปสงค์อุปทานของตลาด ดอกเบี้ยระยะยาว 10 ปี พันธบัตรรัฐบาลของสหรัฐฯ ขึ้นมาค่อนข้างมาก ตลาดจึงมีการ Panic และปรับพอร์ต ดอกเบี้ยขึ้น เพราะสินค้าโภคภัณฑ์โดยเฉลี่ยขึ้น 15% เพราะว่าข่าวดีในตลาดสหรัฐฯ ที่มีการฉีดวัคซีน บวกกับการที่เฟดอัดเม็ดเงินกระตุ้นเศรษฐกิจ 1.9 ล้านล้านดอลลาร์เข้ามาในระบบ บวกกับดีมานด์ของคนที่อยากจับจ่ายใช้สอย ทำให้สินค้าโภคภัณฑ์ปรับสูงขึ้น 

“ช่วงนี้เป็นการลงทุนที่ลำบากมาก เพราะว่าต้องแยก Fundamental ซึ่งทุกที่แพงหมดเลย ที่สหรัฐฯ PE Ratio อยู่ที่ 18 ตอนนี้อยู่ที่ 26 ไม่ได้ถูกกว่าบ้านเรา แต่คนก็ยังซื้อเพราะคนไม่รู้จะเอาเงินไปลงทุนอะไร เพราะดอกเบี้ยต่ำ ประกอบกับสภาพคล่องในระบบยังสูงอยู่เยอะมาก”

กระแสบิทคอยน์เป็นตัวชี้ให้เห็นว่าสภาพคล่องเหลืออยู่เยอะมากและคนไม่มีที่จะลงทุน คือ 1 ปี บิทคอยน์เพิ่มขึ้นมา 540% เพราะมีนักลงทุนสถาบันและนักลงทุนหน้าใหม่เข้ามา ตามโมเมนตัมการลงทุนในบิทคอยน์ยังไปได้อยู่ แต่ควรต้องระมัดระวังเป็นพิเศษในการลงทุนเนื่องจากเงินดิจิทัลไม่มีปัจจัยพื้นฐานรองรับ เป็นการเก็งกำไรที่มีความเสี่ยงและผันผวนสูง ผู้ลงทุนต้องสามารถยอมรับการสูญเสียเกือบทั้งจำนวนได้ จึงควรลงทุนในสัดส่วนที่เหมาะสม สำหรับสินทรัพย์ที่มองว่ายังสามารถหาจังหวะลงทุนได้ คือ ทองและน้ำมัน

ททท.คาดเปิดประเทศไตรมาส 3 เพื่อได้นักท่องเที่ยว 6.5 ล้านคนในปีนี้

ยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กล่าวว่า วัคซีนจะเป็น Game Changer ในการกลับมาของเศรษฐกิจในประเทศไทยและในโลก 

รายได้จากนักท่องเที่ยวของประเทศไทยในปี 2562 ซึ่งเป็นปีที่มีนักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวไทยถึง 39-40 ล้านคน รายได้ 2 ล้านล้านบาท หรือประมาณ​ 2 ใน 3 มาจากต่างประเทศ เจอโควิดได้รับผลกระทบมหาศาล นักท่องเที่ยวเหลือแค่ 6.7 ล้านคนในปีที่ผ่านมา รายได้ในภาพรวมลดลง 73% 

ยุทธศักดิ์ สุภสร

สิ่งที่ททท.ทำ คือ ตรวจสอบดีมานด์จากต่างประเทศ ช่วงที่ผ่านมามีดีมานด์จำนวนมาก นักท่องเที่ยวอยากจะมาประเทศไทย แต่ติดเงื่อนไขเรื่องวัคซีนและการกักตัว 14 วัน 

ททท. คาดการณ์ว่าจะสามารถเปิดประเทศได้ในไตรมาส 3 เพื่อจะได้นักท่องเที่ยว 6.5 ล้านคนในปีนี้ ซึ่งน่าจะเป็นนักท่องเที่ยวจากยุโรปก่อน รายได้โดยรวมอยู่ที่ประมาณ 1.2 ล้านล้านบาท ปี 2565 คาดจำนวนนักท่องเที่ยวกลับมาเท่าครึ่งหนึ่งของปี 2562 คือ 20 ล้านคน แต่รายได้อยากได้สัก 80% ของปี 2562 หรืออยู่ที่ประมาณ 2.5 ล้านล้านบาท 

นักท่องเที่ยวจากระยะไกล อาทิ ยุโรป อเมริกาเหนือ สแกนดิเนเวีย น่าจะเป็นนักท่องเที่ยวกลุ่มแรกที่เข้ามาด้วยปริมาณที่พอสมควร ซึ่งจีนและอินเดีย ซึ่งเป็นตลาดสำคัญของไทย ยังพอใจกับการท่องเที่ยวภายในประเทศอยู่ ไทยต้องหาตลาดและแนวทางในการส่งเสริมการท่องเที่ยว เน้นคุณภาพไม่เน้นจำนวน 

ตัวกำหนดดีมานด์การเดินทางเข้าประเทศของนักท่องเที่ยว คือ มาตรการสาธารณสุข กักตัว ไม่กักตัว ส่วนที่สอง คือ ความรู้สึกของคนไทย ในบางพื้นที่อยากให้เปิดบางพื้นที่ยังไม่อยากให้เปิด ส่วนที่สาม คือ การฉีดวัคซีน เพื่อสร้างความมั่นใจในหลายเรื่อง ส่วนที่ 4 คือ ความง่ายในการเดินทาง ส่วนสุดท้าย คือ นโยบายอนุญาตให้ออกนอกประเทศ เงื่อนไขต่าง ๆ เหล่านี้ต้องเป็นใจด้วยถึงจะทำการท่องเที่ยวฟื้นตัวได้ 

ซึ่งท่องเที่ยวไทยต้องแยกเป็นสองส่วน คือ ในเมืองท่องเที่ยวหลักที่พึ่งพาตลาดนักท่องเที่ยวในระดับสูงประมาณ 70-80% มีปัญหาเรื่อง Over Supplies อยู่แล้ว ก่อนที่จะเกิดโควิดด้วยซ้ำไป กลุ่มเหล่านี้ต้องการการปรับตัว ขณะที่กลุ่มจังหวัดท่องเที่ยวเมืองรองไม่มีปัญหา ททท.กำลังแก้ปัญหาว่าหากในจังหวัดหลักที่ต้องมีนักท่องเที่ยวต่างประเทศเยอะแล้วยังไม่สามารถเปิดประเทศได้ จะต้องปรับตัวให้มีคุณภาพมากขึ้น การเป็น High Value Tourism มีการใช้จ่ายระดับสูง มีการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์

ปี 2565 ตั้งเป้าว่านักท่องเที่ยวจะกลับมาประมาณ 80% ของระดับรายได้ของปี 2562 ถ้าปีนี้ 1.2 ล้านล้านบาท (ไม่เพิ่ม Spending per Trip) ปีหน้า 2.5 ล้านล้านบาท (Spending per Trip ของนักท่องเที่ยวต้องขยับจาก 53,500 บาท เป็น 62,000 บาท หรือเพิ่มประมาณ 30%) จะกลับไปในระดับที่เกินปี 2562 ได้ก็ราว ๆ ปี 2566-2567 ซึ่งตอนนั้นไม่สนใจว่าจำนวนนักท่องเที่ยวเท่าไร สิ่งหนึ่งที่ต้องปรับตัวหลังโควิด คือ ต้องการเปลี่ยนวิธีคิดสู่ Less for More แต่แน่นอนว่าจำนวนนักท่องเที่ยวต้องเพิ่มมากขึ้น หากจะได้ทั้งคุณภาพ (รายได้)​ ได้ทั้งปริมาณ ​(จำนวนนักท่องเที่ยว) ต้องใช้เวลาอย่างน้อยอีก 2-3 ปี

ภูมิรัฐศาสตร์เศรษฐกิจ

รศ.ดร.ปิติ ศรีแสงนาม ผู้อำนวยการฝ่ายวิชาการ ศูนย์อาเซียนศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ถ้ามองเชิงภูมิรัฐศาสตร์เศรษฐกิจ น่าจะมีประเด็นที่คนทำการค้าในประเทศไทยในช่วงปี 2021-2023 จะต้องกังวลอยู่ 4+1 ประเด็น ประเด็นแรก คือ รับมือกับ Global Value Chain ที่เปลี่ยนไปได้ดีแค่ไหน ประเด็นต่อมา คือ การเปลี่ยนแปลงในดุลอำนาจในประเทศมหาอำนาจ สหรัฐฯ จีน และประเทศมหาอำนาจอื่น ๆ ที่ไทยพึ่งพา ในดุลอำนาจมี +1 คือ สถานการณ์ในเมียนมา ประเด็นที่ 3 คือ Disruptive Technology รูปแบบการใช้ชีวิตเปลี่ยนไป ประเด็นที่ 4 คือ การเปลี่ยนแปลงสภาวะภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม

รศ.ดร.ปิติ ศรีแสงนาม

Global Value Chain ที่เปลี่ยนไป เริ่มเห็นสัญญาณที่ดี Global Value Chain ปี 2015-2019 ก่อนโควิด-19 อยู่ที่ประมาณ 18 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ปี 2020 ตกฮวบ และจะกลับไปยืนที่จุดเดิมได้ในปี 2023 ตอนนี้ 2021 คือ จุดต่ำสุด ปี 2022 เริ่มหักหัวขึ้น และปี 2023 น่าจะกลับไปยืนที่เดิมได้ ในเชิงมูลค่า แต่ปัญหาคือ รูปแบบมันเปลี่ยน รูปแบบเดิมในช่วงปี 2015-2019 Global Value Chain เป็น 3 ส่วนใหญ่ ๆ คือ สหรัฐอเมริกาเหนือ-ใต้ ยุโรป และเอเชีย ซึ่งในเอเชียแบ่งเป็นอีก 4 ก้อนใหญ่ ๆ คือ จีน เกาหลี ญี่ปุ่น และอาเซียน 

ที่ผ่านมาลูกศรที่เชื่อมโยงการค้าระหว่าง 3 ส่วนนี้ ขยายตัวมาโดยตลอด แต่คาดการณ์ว่าปี 2023 ที่จะกลับมาแตะอยู่ที่ 18 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ลูกศรระหว่างจีนกับยุโรป จีนกับอเมริกา หรืออเมริกากับยุโรป อเมริกากับจีน จะกลายเป็นสีแดงขนาดใหญ่ คือ ติดลบก้อนใหญ่ ในขณะที่ลูกศรที่ยังสีเขียวอยู่ คือ ลูกศรระหว่างอาเซียนไปจีน ไปยุโรรป ไปอเมริกา แล้วประเทศไทยจะได้รับอานิสงส์นี้ไหม ซึ่งขึ้นกับโอกาสบวกความพยายามและการเตรียมพร้อม 

STAY CONNECTED

6,910แฟนคลับชอบ
0ผู้ติดตามติดตาม

Lastest News

เปิด 3 ประสบการณ์ทำงานจริงเจ็บจริง กับ WEDO Young Talent 2021

จากผู้สมัครเข้าร่วมโครงการทั้งสิ้นกว่า 700 คน ผ่านเข้าสู่กระบวนการคัดเลือกแบบ non-stop 24 ชั่วโมง เข้าเป็น 50 คนสุดท้ายที่มีคุณสมบัติของ talent ยุคใหม่ในนิยามของ WEDO

ผลลัพธ์เกินคาด… WEDO Young Talent Program 2021 ค้นหา Talent ยุคใหม่ด้วยวิธีใหม่

WEDO Young Talent คือโครงการที่มองหา talent ยุคใหม่ ที่ไม่ใช่แค่ความเก่ง แต่ต้องมีความดูดี ตั้งแต่ชุดความคิดดี ชุดทักษะดี และความร่วมมือและผลงานดี

“ดีป้า” เปิดตัว depa Game Accelerator Program Batch 2

สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล ร่วมกับ สมาคมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์เกมไทย อินโฟเฟด และ การีน่า เปิดตัวโครงการ depa Game Accelerator Program Batch 2

5 คำทำนายไซเบอร์ซิเคียวริตี้ปี 2565

5 คำทำนายไซเบอร์ซิเคียวริตี้ปี 2565

5 ทีมผู้ชนะในโครงการ “Banpu Champions for Change” รุ่นที่ 10

โครงการพลังเปลี่ยนแปลงเพื่อสังคม ปีที่ 10 “Banpu Champions for Change” (BC4C #10) โดย บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน)

หัวเว่ย เปิด HUAWEI Heath Lab ที่ใหญ่ที่สุด ขับเคลื่อนนวัตกรรมเพื่อสุขภาพ

หัวเว่ย คอนซูมเมอร์ บิสสิเนส กรุ๊ป เผยโฉม HUAWEI Health Lab ศูนย์รวมการค้นคว้าวิจัยเพื่อพัฒนาเทคโนโลยี และสมาร์ทดีไวซ์เกี่ยวกับสุขภาพแห่งใหญ่ที่สุดอย่างเป็นทางการ ณ ทะเลสาปซงชาน เมืองตงกวน ประเทศจีน

แอสตร้าเซนเนก้า จับมือ สยามไบโอไซเอนซ์ เปิดเบื้องหลังโรงงานผลิตวัคซีนโควิด-19 ในไทยครั้งแรก

การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 นับเป็นวิกฤติด้านสุขภาพครั้งใหญ่ที่สุด และแอสตร้าเซนเนก้า คือหนึ่งในผู้ผลิตวัคซีนโควิด-19 รายใหญ่รายหนึ่งของโลก ที่มีฐานการผลิตในหลายภูมิภาคและหนึ่งในนั้นคือประเทศไทย

“จันทนารักษ์ ถือแก้ว” กับเป้าหมายเล็ก ๆ ที่ชัดเจน เพื่อขับเคลื่อนการศึกษาไทย

“ยุ้ย" จันทนารักษ์ ถือแก้ว กับบทบาทการขับเคลื่อนการศึกษาไทยผ่าน tech startup ภายใต้ Disrupt Technology Venture & StormBreaker Venture

เอ็มจี ส่ง MG Cyberster รถยนต์ไฟฟ้าต้นแบบ มางาน มอเตอร์ เอ็กซ์โป

เอ็มจี ผู้บุกเบิกรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% ในประเทศไทย นำรถยนต์ต้นแบบแห่งอนาคต รถสปอร์ตพลังงานไฟฟ้า 100% “MG Cyberster”

ป้ายทะเบียนรถแบบพิเศษ ใส่ชื่อคนปนตัวเลขได้

นับเป็นครั้งแรกของป้ายทะเบียนรถในประเทศไทยที่เปิดโอกาสให้เจ้าของรถทั้งบุคคลหรือนิติบุคคลเปิดหมวดป้ายทะเบียนใหม่ได้เอง

MUST READ

Blockchain และสกุลเงินดิจิทัล กลายเป็นเรื่องใกล้ตัว

โลกรู้จัก Blockchain มาไม่กี่ปี แต่ทุกวันนี้เหมือน Blockchain กำลังจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเราทุกคนไปแล้ว เหมือนครั้งหนึ่งที่อินเทอร์เนตเคยเป็นและกลายเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ในปัจจุบัน

รพ.ไทยนครินทร์ มุ่งสู่รพ.ชั้นนำการรักษาโรคมะเร็งครบวงจร

แผนยุทธศาสตร์ของโรงพยาบาลไทยนครินทร์ ตั้งแต่ปี 2565 เป็นต้นไป ทางโรงพยาบาลฯ จะพัฒนาศักยภาพสู่การเป็นโรงพยาบาลชั้นนำด้านการรักษาโรคมะเร็งที่ครอบคลุมและครบวงจร

“คำแนะนำ” สู่เส้นทางการเดินทางดิจิทัลของผู้บริโภค ที่ราบรื่น

ด้วยจำนวนผู้บริโภคดิจิทัลมากกว่า 350 ล้านคนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ถูกคาดการณ์ ณ สิ้นปี 2021 ทำให้แบรนด์ต่าง ๆ ในปัจจุบันต่างตระหนักถึงความสำคัญของการตลาดดิจิทัลมากกว่าที่เคย

ซิลลิค ฟาร์มา เร่งกระจายวัคซีนโมเดอร์น่า 1 ล้านโด๊ส ให้คนไทย

ซิลลิค ฟาร์มา ประกาศสนับสนุนการจัดเก็บและขนส่งวัคซีนโควิด-19 โมเดอร์น่า ที่ได้รับการบริจาคมาจากรัฐบาลประเทศสหรัฐอเมริกา จำนวน 1 ล้านโด๊ส โดยไม่คิดค่าบริการ

แมคฟิว่า เปิดตัวโฆษณา Telegram รับกระแสคริปโตบูม เจ้าแรกในไทย

บริษัท แมคฟิว่า จำกัด (MCFIVA) ย้ำจุดยืนด้าน Result-Driven Marketing Consultancy เข้าถึงลูกค้าตรงกลุ่ม ตอบโจทย์ พร้อมลุยตลาด ในธุรกิจ Metaverse / Blockchain / NFT Cryptocurrency แบบ One-Stop Service
Newsletter

สนใจรับข่าวสารจาก The Story Thailand อัพเดตก่อนใคร สมัคร Newsletter กับเราเพียงกรอกอีเมลเท่านั้น