TH | EN
TH | EN
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกColumnistทำไมกระแสเทคโนโลยีมาไวไปไว กระแส AI จะดับอีกมั้ย?

ทำไมกระแสเทคโนโลยีมาไวไปไว กระแส AI จะดับอีกมั้ย?

ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา หากเราได้ติดตามข่าวสารด้านเทคโนโลยีจะพบว่า มีกระแสด้านเทคโนโลยีใหม่ ๆ เกิดขึ้นตลอดเวลา ซึ่งบางกระแสก็ไปต่อ มีกรณีศึกษาให้เห็นอยู่เรื่อย ๆ แต่บางกระแสก็เริ่มเงียบหายไป และดูเหมือนเป็นเรื่องที่จับต้องได้ยาก 

เทคโนโลยีมาเร็วไม่ใช่เรื่องแปลก ซึ่งอัตราการพัฒนาเทคโนโลยีเป็นไปตาม กฎของมัวร์ (Moore’s law) ที่ได้อธิบายถึง ปริมาณของทรานซิสเตอร์บนวงจรรวม โดยจะเพิ่มเป็นเท่าตัวประมาณทุก ๆ สองปี อย่างไรก็ตาม เมื่อผ่านช่วงปี 2020 มานั้น พบว่าอัตราการพัฒนาเทคโนโลยี เปลี่ยนแปลงเร็วมากกว่าเดิม อาจเป็นเพราะโลกเรามีกลุ่มนักพัฒนาที่แข็งแรงขึ้น และมีเทคโนโลยีที่ไปไกลขึ้น

อย่างไรก็ตาม การที่เทคโนโลยีมาเร็ว ก็ทำให้เทคโนโลยีบางชนิดไปเร็วด้วยเช่นกัน ซึ่งการที่เทคโนโลยีนั้นไม่ตอบโจทย์อาจเป็นเพราะเทคโนโลยีนั้นเป็นสิ่งใหม่ที่ไม่เคยได้รับการพิสูจน์ในตลาด หรือเป็นเทคโนโลยีที่ยังมีการพัฒนาอยู่อย่างต่อเนื่อง ทำให้มี Version ใหม่ ๆ ที่มาแทน ที่ Version เก่า ๆ ก็เป็นได้

ในช่วง 10 ปี ที่ผ่านมา มีกระแสด้านเทคโนโลยีเกิดขึ้นดังนี้

  1. Big Data ซึ่งในช่วงแรก คนเข้าใจผิดว่าการทำ Big Data คือ การสร้าง Infrastructure และจัดซื้อ Hardware ขนาดใหญ่ เช่น การติดตั้ง Hadoop การซื้อ Storage เพื่อเก็บข้อมูล ทำให้คำว่า Big Data กลายเป็น Buzzword แต่เมื่อกาลเวลาผ่านไป คนเริ่มเข้าใจแล้วว่า Big Data คือการใช้ประโยชน์จากข้อมูลขนาดใหญ่ที่มีอยู่รอบตัวเรา ดังนั้นถ้าใครสามารถจัดการข้อมูล และนำข้อมูลมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ก็จะสร้างโอกาสอย่างไม่สามารถประเมินมูลค่าได้ กระแส Big Data จึงไม่เลือนหายไปแบบไร้ค่า แต่เป็นสิ่งที่ทุกองค์กรต้องทำ
  2. Data Science เป็นกระแสหนักเมื่อ Data Scientist เปรียบเสมือนเป็นมนุษย์ทองคำที่ค่าตัวแพง และบรรดาสถาบันการศึกษาต่าง ๆ พากันเปิดคอร์สสอนเพื่อเป็น Data Scientist หลายองค์กรพากันแย่งตัว Data Scientist โดยหวังว่า Data Scientist จะสามารถคิดค้น Solution ที่มีมูลค่าให้องค์กรได้ แต่เมื่อเวลาผ่านไป ก็พบว่ามีโครงการ Data Science ที่จับต้องได้จริงไม่เยอะเหมือนที่กระแสคาดการณ์เอาไว้ สาเหตุหนึ่งเป็นเพราะ Data Scientist ส่วนใหญ่ที่มีในตลาดไม่มีประสบการณ์ทำงาน Big Data มาก่อน ทำให้อยู่ในระดับ Junior จึงไม่สามารถนำเสนองานได้ตามความต้องการขององค์กร ยิ่งไปกว่านั้น ก่อนจะทำโครงการ Data Science องค์กรจะต้องให้ความสำคัญกับ Data Manangement ที่ทำโดย Data Engineer เสียก่อน ซึ่งส่วนใหญ่จะไม่ได้ให้ควาสำคัญกับ Data Engineer ทำให้สุดท้ายแล้วงาน Data Science จึงไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร ปัจจุบันกระแส Data Science ก็ยังคงมีอยู่ในตลาด เพราะ Data Scientist ยังคงเป็นตำแหน่งที่เป็นที่ต้องการ เพียงแต่ เมื่อ Supply ที่มีในตลาดมากพอกับ Demand ความ Sexy ของอาชีพนี้จึงลดลงเมื่อเทียบกับเมื่อหลายปีก่อน
  3. Digital Transformation เป็นกระแสที่ไม่แรงมาก และยังคงอยู่ต่อเนื่อง ซึ่ง Digital Transformation คือการปรับเปลี่ยนกระบวนการ Manual ต่าง ๆ ให้เป็นระบบ มีการเก็บข้อมูลในรูปแบบ Digital ซึ่งไม่ว่าจะเป็นภาครัฐหรือเอกชนก็จำเป็นต้องทำ เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง เช่น การถ่ายเอกสารเพื่อเป็นหลักฐานเอย หรือการจดบันทึกต่าง ๆ ในกระดาษเอย นอกจากนี้ยังมีการเปลี่ยนแปลงในเรื่องผลิตภัณฑ์ เช่น การใช้ Digital Wallet แทนเงินสดอีกด้วย 
  4. Metaverse เป็นกระแสแรงเมื่อ Facebook ได้ประกาศเปลี่ยนชื่อเป็น Meta เพื่อตั้งเป้าเป็นผู้นำด้าน Metaverse ทำให้ทุกคนต่างให้ความสนใจ แต่กระแสนี้อยู่ได้ไม่นานมากก็เงียบไป อาจเป็นเพราะ Use Case ของการเป็น Metaverse อาจจะเหมาะกับการเป็นโลกเสมือนมากกว่า การใช้งานจึงค่อนข้างจำกัด ไม่เหมือน Digital Transformation หรือ Big Data ที่ทุกคนต่างได้ประโยชน์ 
  5. Web 3.0 เป็นเทคโนโลยีในอนาคตที่เอามาพูดกัน ณ ปัจจุบัน จึงยังไม่มี Use Case ให้เห็นเป็นรูปเป็นร่าง โดยหลักการแล้ว การเป็น Web 3.0 จะทำให้ User สามารถเป็นเจ้าของข้อมูลของตัวเองได้ แทนที่จะต้องส่งข้อมูลของตัวเองไปเก็บที่เจ้าของ Platform 
  6. Coin หรือที่เราเคยชินกับคำว่า Bitcoin เป็นเทคโนโลยีทางการเงินที่จับต้องได้จริง และมีกระดานซื้อขายกันจริง ๆ เป็นที่ฮือฮามากในช่วงระยะเวลาหนึ่ง เพราะเป็นการซื้อขายที่ไม่มี Limit เหมือนการซื้อขายหุ้น แต่กระแสก็ค่อย ๆ เงียบไปเมื่อราคาของ Coin เริ่มลดต่ำลง ไม่ใช่ช่วงขาขึ้นเหมือนเดิม ซึ่ง Coin ก็ยังคงมีอยู่ เพียงแต่ผู้เล่น หรือกระแสลดลงนั่นเอง
  7. Blockchain เป็นกระแสมาเรื่อย ๆ จนกระทั่งกระแสของ Coin มาแรงขึ้น ทำให้กระแสของ Blockchain มาแรงตามไปด้วย เพราะเบื้องหลังเทคโนโลยีของ Coin คือ การใช้ Blockchain นั่นเอง อย่างไรก็ตาม การใช้ Blockchain มิได้มีไว้เพื่อการสร้าง Coin เท่านั้น แต่ยังสามารถประยุกต์ใช้กับธุรกรรมอื่น ๆ ที่ต้องการความปลอดภัยสูง เช่น Smart Contract หรือแม้แต่ข้อมูลทางการแพทย์ ซึ่งกระแส Blockchain กลับมาเป็นที่สนใจอีกครั้ง เนื่องจากนโยบาย Digital Wallet ของรัฐบาลนั่นเอง
  8. AI เป็นกระแสที่ค่อย ๆ มาเรื่อย ๆ จนกระทั่งการมาของ Generative AI ทำให้กระแสแรงมาก เพราะ Generative AI เป็น AI ที่พร้อมใช้ และใช้งานได้ทั้งในรูปแบบองค์กร และบุคคลทั่วไป ซึ่งกระแสนี้จะอยู่ไปนานแสนนาน เพราะ AI ได้กลายมาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของเราแล้ว แต่หากมองในมุมขององค์กร องค์กรใดที่จะนำ AI มาใช้ ก็คงต้องมีการเตรียมตัวให้มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการทำ Big Data ให้เรียบร้อยก่อน และทำ AI Governance เพื่อปิดความเสี่ยงต่าง ๆ

จะเห็นได้ว่า กระแสบางกระแสมาแล้วก็เงียบไป แต่บางกระแสมาแล้วก็ยังอยู่ เพียงแต่โดนกระแสอื่น ๆ ที่ใหม่กว่าเข้ามาแทนที่ ทั้งนี้ แต่ละเทคโนโลยีมีรูปแบบการใช้งาน และวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับว่า เราต้องการเทคโนโลยีแบบไหนไปใช้แก้ปัญหาอะไร ซึ่งในฐานะคนทำงานก็คงต้องเรียนรู้เทคโนโลยีไปเรื่อย ๆ เพื่อประสิทธิภาพงานของเราเอง

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจของผู้เขียน

6 ความล้มเหลวในการใช้ AI

ความแตกต่างระหว่าง DIGITIZATION, DIGITALIZATION และ DIGITAL TRANSFORMATION

การลงทุนด้านเทคโนโลยีที่ผิดพลาดในยุค DATA-DRIVEN

STAY CONNECTED

0แฟนคลับชอบ
440ผู้ติดตามติดตาม
spot_img

Lastest News

MUST READ