TH | EN
TH | EN
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกCareer & Talentองค์กรธุรกิจต้องปรับตัวอย่างไรกับอนาคตที่มาพร้อม AI

องค์กรธุรกิจต้องปรับตัวอย่างไรกับอนาคตที่มาพร้อม AI

Technology Disruption หรือการถูกแทรกแซงทางเทคโนโลยี จะเป็นสถานการณ์ที่ตึงเครียดมากขึ้นสำหรับคนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะกลุ่ม Gen Z เพราะนอกจากจะต้องพัฒนาทักษะใหม่ ๆ แล้วยังต้องเปลี่ยน Mindset ให้มีมุมมองที่เปิดกว้าง มีความยืดหยุ่นเพื่อรับการเปลี่ยนแปลงให้สามารถรับมือกับความท้าทาย และใช้โอกาสที่เกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพ

กระทิง – เรืองโรจน์ พูนผล สร้างความตระหนักเรื่อง Trend AI ที่มนุษย์ทำงาน ต้องปรับตัวเพื่อให้อยู่รอดในโลกธุรกิจในอนาคต ไว้ด้วยแนวคิดหลายประเด็น อาทิ สถิติของคนทำงานต่อแนวโน้ม AI แนวทางการใช้งาน AI ในอนาคต รวมถึงคำแนะนำด้านการปรับตัวของผู้นำองค์กร

คนทำงานรู้สึกอย่างไรกับ AI

จากสมาคมจิตวิทยาอเมริกัน (เฉพาะในสหรัฐอเมริกา) มีการระบุสถิติที่น่าสนใจว่า ความกังวลของพนักงานเกี่ยวกับ AI ที่มีต่อการมีส่วนร่วมและประสิทธิภาพในการทำงาน

  • รู้สึกเครียดระหว่างวันทำงานมากขึ้นถึง 68%
  • รู้สึกว่าประสิทธิภาพการทำงานลดลงมากขึ้นถึง 57%
  • รู้สึกหมดกำลังใจในการทำงานมากขึ้นถึง 57%
  • เชื่อว่าตนเองไม่มีความสำคัญต่อชุมชนที่ทำงานมากขึ้นถึง 118%
  • เชื่อว่าตนเองไม่มีความสำคัญต่อบริษัทมากขึ้นถึง 78%
  • ต้องการเก็บตัวไม่ยุ่งเกี่ยวกับคนอื่นในที่ทำงานมากขึ้นถึง 60%

เนื่องจากความกังวลถึงทักษะความสามารถที่ AI สามารถทดเเทนตนเองได้ จึงเกิดสถิติดังกล่าวขึ้น ซึ่งเป็นหน้าที่ของผู้นำองค์กรที่จะเพิ่ม Productivity ให้กับพนักงาน หากตั้งเป้าหมายให้มีการเติบโตของธุรกิจอันได้รับความร่วมมือกันภายในองค์กร ต้องทำให้พนักงานปลอดภัยในการทำงานร่วมกับ AI มากขึ้น

แนวทางการนำ AI มาใช้ในองค์กร (AI Implementation Strategies)

  1. การจัดลำดับความสำคัญของกรณีการใช้งาน (Use Case Prioritization) : แนะนำให้ใช้เพื่อลดขั้นตอนหรือกระบวนการที่ยุ่งยาก งานซ้ำซาก เพื่ออำนวยความสะดวกสบายให้พนักงานมากขึ้น เมื่อลดขั้นตอนที่ซ้ำเดิมด้วย AI จะให้ให้พนักงานได้มีเวลาผ่อนคลายจากงาน ปรับ Work life balance ได้มากขึ้น นั่นจะส่งผลให้การทำงานดีขึ้นเช่นกัน
  2. การทดสอบและคัดเลือกเครื่องมือ AI (AI Tools POC + Selection) : การประเมินการใช้งานของเครื่องมือต่างๆ เพื่อทำให้ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นมีความถูกต้องมากที่สุด ลดกระบวนการตรวจเช็กข้อมูลซ้ำหลายรอบ ลดระยะเวลาการทำงานด้วยกระบวนการที่มีคุณภาพมากขึ้น
  3. การบริโภค, การฝัง, การขยาย และการสร้าง AI (Consume, Embed, Extend, Build) : ค้นหาเครื่องมือใหม่ๆ ที่มีคุณภาพมาเสนอเเละปรับให้เพื่อให้เกิดระบบที่รวดเร็ว สะดวก เเละทุ่นเเรงมากที่สุด อาจเป็นการสร้าง AI เเบบเฉพาะขององค์กรเพื่อการประมวลผลที่เเม่นยำ รวมถึงเพิ่มความปลอดภัยให้กับข้อมูลละเอียดอ่อนขององค์กร
  4. การพิจารณาเปิดหรือปิดระบบ (Open vs. Close) : การตัดสินใจว่าจะใช้ระบบเปิดกับข้อมูลที่สามารถเปิดเผยได้ รวมถึงการเชื่อมต่อข้อมูลไปยังแอปพลิเคชันอื่นๆ ที่เหมาะสมกับลักษณะงาน หรือใช้งาน AI ด้วยระบบปิดที่มีความปลอดภัยและเสถียรภาพสูงกว่า เช่น การสร้างระบบขององค์กรโดยเฉพาะ เป็นต้น
  5. การพิจารณาแนวตั้งและแนวนอน (Vertical vs. Horizontal) : การปรับใช้ AI ในแบบเฉพาะเจาะจงตามอุตสาหกรรม (Vertical) หรือแบบทั่วไปที่สามารถนำไปใช้ได้หลากหลายอุตสาหกรรม (Horizontal) เพื่อลดงบประมาณในการใช้งานให้คุ้มค่าที่สุด
  6. การปรับแต่ง AI (Fine-tuning) : การสอนให้ AI เหมาะสมกับการใช้งานเฉพาะด้าน เพิ่มผลลัพธ์ที่มีความแม่นยำและประสิทธิภาพสูงสุด
  7. การใช้ RAG และกราฟความรู้ (RAG + Knowledge Graph) : การใช้เทคนิค Retrieval-Augmented Generation (RAG) คือกระบวนการปรับผลลัพธ์จากข้อมูลขนาดใหญ่ให้มีความเหมาะสมมากที่สุด ร่วมกับการอ่านกราฟความรู้เพื่อเพิ่มความสามารถคาดการณ์แนวโน้มเพื่อตอบสนองและการวิเคราะห์ข้อมูล
  8. การมีแพลตฟอร์มข้อมูลและวิศวกรรมข้อมูลที่แข็งแกร่ง (Solid Data Engineering + Data Platform) : มีแหล่งระบบรวมถึงพาร์ทเนอร์ที่ดูแลระบบจัดการข้อมูลที่มั่นคง เชื่อถือได้ สามารถจัดการข้อมูลในปริมาณมาก รับรองเรื่องสเถียรภาพการใช้งาน รวมถึงการันตีผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นอย่างถูกต้องได้
  9. การรู้เท่าทัน AI (AI Literacy) : ส่งเสริมให้พนักงานในองค์กรมีความรู้คความเข้าใจเรื่องการใช้งานระบบ AI อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ผิดกฎหมายที่จะทำให้เกิดความเสี่ยงกับองค์กร
  10. การรับผิดชอบต่อ AI, ความปลอดภัยของ AI และการกำกับดูแล (Responsible AI, AI Safety + Governance) : คำนึงถึงความรับผิดชอบทางจริยธรรม ความปลอดภัย และการกำกับดูแลเพื่อป้องกันความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้ AI อยู่เสมอ

ผู้นำองค์กรควรเป็นอย่างไร

เมื่อมีแนวทางการปรับใช้ AI เรียบร้อย ในมุมมองของผู้นำเอง ก็มีการปรับเปลี่ยนไปเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะในยุคแห่งการเปลี่ยนแปลง (Outlook of Leaders in Disruption Era)

คุณสมบัติเด่นที่ผู้นำองค์กรพึงมี คือ

  1. ยอมรับการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง (Embrace Continuous Disruption) : มีความสามารถในการปรับตัวและยอมรับการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่องในทุกด้านของการทำงาน เป็นเหมือนแกนหลักที่จะไม่หวั่นไหวกับทุกสถานการณ์ที่เกิดขึ้น
  2. มีความสามารถในเทคโนโลยี (Competent in Technology) : ติดตามเทรนด์และความรู้ใหม่ๆ เพื่อเข้าใจในเทคโนโลยีที่ทันสมัย เพื่อสามารถนำมาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาองค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  3. มีความเห็นอกเห็นใจ (Compassionate) : มีความเข้าใจและเห็นอกเห็นใจผู้อื่น รวมถึงการดูแลและสนับสนุนหนักงานทีมต่างๆ อย่างแท้จริง
  4. เชื่อมโยงผู้คนเข้าด้วยกัน (Connect people together) : สร้างความสัมพันธ์และเชื่อมโยงผู้คนในองค์กรให้ทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ เชื่อมต่อข้อมูลรวมถึงกระบวนการทำงานร่วมกันเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพสูงสุด

เทคนิค TuringBots เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้เพิ่มขึ้น 2.8 เท่า

ทีมผู้พัฒนาสามารถเพิ่มประสิทธิภาพได้ในทุกขั้นตอนของการทำงานโดยการคิดกระบวนการทำงานหรือการใช้เครื่องมือต่างๆ เข้ามาเสิรมประสิทธิภาพ ตั้งแต่การวิเคราะห์และการวางแผน (Analysis/planning TuringBot) เพื่อหากระบวนการที่เหมาะสมกับการทำงานของพนักงานขององค์กรนั้นๆ มากที่สุด ต่อมาการออกแบบและการสร้างต้นแบบ (Design, prototype, and MVP TuringBot) หมายถึงการสร้างต้นแบบเครื่องมือเพื่อทดลองกับผู้ใช้งานจริงก่อนการปรับปรุงข้อบกพร่องที่เกิดขึ้นก่อนใช้งานจริง ก่อนนำไปสู่การพัฒนาและการบำรุงรักษา (Build and maintain TuringBot) เมื่อมีการใช้งานจริงของเครื่องมือต่างๆ ต้องติดตามประสิทธิภาพเครื่องมืออยู่เสมอ เมื่อมีการติดขัดด้านการใช้งานต้องมีการแก้ไขไม่ให้กระทบการการทำงานของพนักงานและองค์กร

ตัวอย่าง Salesforce CodeT5 เป็นเครื่องมือที่ช่วยเสริมประสิทธิภาพในการพัฒนาซอฟต์แวร์ โดยมีการใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการประมวลผลภาษาธรรมชาติ (NLP) เพื่อสนับสนุนกระบวนการพัฒนาในหลาย ๆ ด้าน เช่น สร้างโค้ดอัตโนมัติ แก้ไขข้อผิดพลาดของข้อมูล ช่วยในการสร้างเอกสารอัตโนมัติ สนับสนุนหลายภาษา และการทำงานร่วมกับเครื่องมืออื่นอย่างไหลลื่น เป็นต้น

ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

เทคโนโลยี ในฐานะปัจจัยคู่ของความยั่งยืน

4 ช่องทางสร้างรายได้ของ Creator บน YouTube เพื่อความยั่งยืนที่มากขึ้น

แสงสว่างช่วยเปิดโลกคนบนดอย ‘GULF – AIS – สวพส.’ มอบพลังงานสะอาดเชื่อมเครือข่ายให้เข้าถึง “ไฟฟ้า-อินเทอร์เน็ต”

STAY CONNECTED

0แฟนคลับชอบ
440ผู้ติดตามติดตาม
spot_img

Lastest News

MUST READ