TH | EN
TH | EN
หน้าแรก Columnist ยิ่งจน ยิ่งเจ็บ

ยิ่งจน ยิ่งเจ็บ

ในห้วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในประเทศไทย 2 ปีกว่า ๆ นับว่าประเทศไทยเจอผลกระทบโควิด-19 ร้ายแรงกว่าอีกหลายประเทศ มิหนำซ้ำการฟื้นตัวของเศรษฐกิจก็นับว่าช้ากว่าชาวบ้านที่ต่างกำลังทยอยฟื้นตัว สะท้อนได้จาก GDP ของแต่ละประเทศเริ่มกลับมากลับมาสูงกว่าปี 2562 อันเป็นปีก่อนที่จะเกิดวิกฤติโควิด 

อย่างไรก็ตามคงมีแค่ 3 ประเทศที่ถือว่า GDP ยังต่ำกว่าปี 2562 ประกอบด้วย อิตาลี ญี่ปุ่น และประเทศไทย น่าสังเกตว่าทั้ง 3 ประเทศที่กล่าวถึง ต่างล้วนต้องพึ่งพาการท่องเที่ยวในการปั๊มรายได้เข้าประเทศ คาดว่าสถานการณ์เศรษฐกิจประเทศไทยกว่าจะกลับมาได้เหมือนช่วงก่อนโควิดระบาดจริง ๆ น่าจะราว ๆ ไตรมาส 1 ในปี 2566 

อย่างที่รู้ ๆ ว่า ปัญหาเศรษฐกิจที่ทุกประเทศทั่วโลกรวมถึงประเทศไทยของเราเจออยู่ขณะนี้ เป็นความเสี่ยงจากกรณี “เงินเฟ้อ” ที่เพิ่มขึ้น ข้อมูลล่าสุด เมื่อเดือนกรฏาคม เงินเฟ้อของไทยอยู่ที่ 7.61% ซึ่งเป็นตัวเลขที่ค่อนข้างจะสูงในรอบหลาย ๆ ปี แต่น่าห่วงตรงที่เงินเฟ้อที่เพิ่มสูงขึ้นนั้น หลัก ๆ มาจากเรื่องราคาพลังงาน  

นอกจากนี้ ยังต้องเจอเรื่อง “ราคาสินค้าสูงขึ้น” โถมทับเข้ามา ทั้งประเภทอาหารและสินค้าเกษตรกรรม จากปัญหาเชื้อเพลิงและราคาปุ๋ยที่แพงขึ้น ทั้ง 2 กรณีดังกล่าวข้างต้น เป็นผลมาจากสงครามระหว่างรัสเซีย-ยูเครน และการคว่ำบาทของนานาประเทศ ส่งผลให้เงินเฟ้อสูง รวมทั้งมีผลข้างเคียงค่อนข้างมาก

กล่าวสำหรับ อัตราเงินเฟ้อ นั้นหากจะแปลความให้เข้าใจง่าย ๆ หมายถึงราคาสินค้าเปลี่ยนไปมากเท่าไร เมื่อเทียบกับปีก่อน หากปีก่อนเราใช้เงิน 100 เพื่อซื้อของ 1 ชิ้น แต่ในปีนี้เราต้องใช้เงิน 107.6 บาท เพื่อซื้อของชิ้นนั้น

ที่สำคัญถ้า “เงินเฟ้อ” เกิดจากเศรษฐกิจเริ่มฟื้น ย่อมทำให้ดีมานด์หรืออุปสงค์ คือ ความต้องซื้อสินค้าเพิ่ม แบบนี้การขยับดอกเบี้ยของแบงก์ชาติจะช่วยลดความร้อนแรงของเงินเฟ้อได้ แต่ถ้าเงินเฟ้อมาจาก “ต้นทุน” สินค้าสูงขึ้น โดยเฉพาะจากราคาพลังงาน ประกอบกับเศรษฐกิจของประเทศยังอ่อนแออยู่ การขึ้นดอกเบี้ยจะยิ่งซ้ำเติมให้สถานการณ์หนักขึ้นไปอีก เพราะเป็นการไปเพิ่มต้นทุนของผู้ผลิตสินค้า

อย่างไรก็ตาม การที่ปล่อยให้ “เงินเฟ้อ” เพิ่มสูงขึ้นไปเรื่อย ๆ อาจจะมีผลในเชิงจิตวิทยา หมายความว่า อาจจะทำให้สินค้าทุกอย่างขึ้นราคาแบบตามใจชอบ ไม่ได้ขึ้นตามต้นทุนที่แท้จริง เพราะผู้บริโภคมีความเชื่อไปแล้วว่าสินค้าทุกอย่างต้นทุนเพิ่มขึ้นการขึ้นราคาจึงเป็นเรื่องธรรมดานั่นเอง

ปรากฏการณ์ใกล้ตัวก็มีให้เห็นมาโดยตลอด อย่างเช่น ราคาอาหารที่ขายทั่ว ๆ ไปเวลาปรับจะปรับขึ้นที 20-30% “หรืออย่างน้อย ๆ 5 บาทถึง 10 บาท ถ้าร้านใหญ่ ๆ หน่อยปรับทีละ 20 บาทก็มี ตรงนี้แหละคือความน่ากลัวของ “เงินเฟ้อ” ที่เกิดจากการฉวยโอกาสขึ้นราคามากกว่าต้นทุนแท้จริง

ที่สำคัญเวลาเกิด “เงินเฟ้อ” คนที่น่าห่วงที่สุดเพราะ ได้รับผลกระทบหนักไม่ใช่ใครแต่เป็น “คนจน ” เนื่องจากกลุ่มคนเหล่านี้ต้องจ่ายค่าอาหารคิดเป็นสัดส่วนที่มากกว่าคนรวยเมื่อเทียบกับรายได้ เช่น คนจนมีรายได้ 300 บาทต่อวัน กินข้าวราดแกงจานละ 60 บาท คิดเป็น 20% ของรายได้ ในขณะที่คนรวยมีรายได้วันละ 3,000 บาท ต่อให้กินบุฟเฟต์ 300 บาท ก็ยังคิดเป็นเพียง 10% ของรายได้เท่านั้น

รายงานของสถาบันป๋วย ได้คำนวณสัดส่วนประเภทของรายจ่ายครัวเรือนในปี 2019 พบว่ากลุ่มคนที่ยากจนที่สุด 20% สุดท้ายใช้เงินไปกับค่าอาหารคิดเป็น 51% ของรายได้ ในขณะที่กลุ่มคนรวยที่สุด 20% แรกใช้เงินไปกับค่าอาหารคิดเป็นเพียง 29% ของรายได้เท่านั้

เมื่อปัจจัยที่ทำให้เกิด เงินเฟ้อ ในบ้านเรา มาจาก “ต้นทุนที่สูง”​ และ “ราคาสินค้าแพงขึ้น” ทำให้เห็นภาพชัดขึ้นว่าสถานการณ์เงินเฟ้อที่รุนแรงนั้นกำลังกระทบกับการดำรงชีวิตของคนรายได้น้อยมากกว่าคนรายได้สูงอย่างมิอาจหลีกเลี่ยง 

ด้วยเหตุนี้ คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จึงตัดสินใจขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายแบบค่อยเป็นค่อยไปเพื่อชะลอเงินเฟ้อ ครั้งแรกนี้ปรับ 0.25% เป็นการปรับขึ้นครั้งแรกในรอบเกือบ ๆ 4  ปี เรียกว่า ปิดฉากยุค “ดอกเบี้ยต่ำ” หลังจากนี้จะเข้าสู่ยุค “ดอกเบี้ยขาขึ้น” ก็น่าจะได้

อย่างไรก็ตาม ผลกระทบจากการปรับขึ้นดอกเบี้ย กลุ่มที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดก็หนีไม่พ้น “กลุ่มคนจน” คนมีรายได้น้อยอีกเช่นเคย ซึ่งธนาคารแห่งประเทศไทยก็ทราบเรื่องนี้ดี จึงค่อย ๆ ขยับ เพราะกลัวกระทบคนระดับล่าง ซึ่งมีปัญหา “หนี้ครัวเรือน” หากดอกเบี้ยขยับขึ้นก็ยิ่งไปเพิ่มภาระให้คนกลุ่มนี้มากขึ้น

อย่างที่รู้กันว่า ในห้วงเวลา 2 ปีกว่า ๆ ที่ผ่านมา มีแรงงานจำนวนมากต้องออกจากงาน จึงไม่มีรายได้มาเลี้ยงครอบครัว บางส่วนแม้จะมีงานทำแต่รายได้ลดลง ทำให้มีรายได้ไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วย ไม่พอใช้จ่ายต้องไปก่อหนี้ จนกลายเป็นปัญหาหนี้ครัวเรือนที่กำลังจะเป็นระเบิดเวลาลูกใหม่

สภาพัฒน์ฯ รายงานว่า จากตัวเลขล่าสุดของหนี้สินครัวเรือนไทยในไตรมาสที่ 4 ปี 2564 ว่าหนี้ภาคครัวเรือนมีมูลค่า 14.58 ล้านล้านบาท โดยสัดส่วนหนี้สินครัวเรือนต่อ GDP อยู่ที่ 90.1% ซึ่งคนกลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากเงินเฟ้ออันเนื่องมาจากราคาพลังงานและสินค้าราคาแพง มิหนำซ้ำต้องถูกซ้ำเติมจากอัตราดอกเบี้ยที่เพิ่มสูงขึ้นอีก 

งานนี้เรียกว่าเจอ 2 เด้งทั้งขึ้นทั้งล่อง ทั้งจาก “ดอกเบี้ยขึ้น” จะกระทบภาคครัวเรือน เพราะบ้านเราหนี้ครัวเรือนสูง ขณะเดียวกันหากเงินเฟ้อเพิ่ม ค่าครองชีพเพิ่มก็จะกระทบเช่นกันอาจจะหนักกว่าการขึ้นดอกเบี้ย คนกลุ่มนี้อาจจะบอกว่า ยิ่งจน ยิ่งเจ็บ

ผู้เขียน: ทวี มีเงิน

บทความอื่น ๆ ของผู้เขียน

คนละครึ่ง เฟส 5 … สิ้นมนต์ขลัง

พลังศรัทธา “ฮาตาริ”

วิกฤติ “ศรีลังกา” … บทเรียนสิ้นชาติ

STAY CONNECTED

0แฟนคลับชอบ
0ผู้ติดตามติดตาม

Lastest News

เอสซีจี บนเส้นทางการขับเคลื่อน “เทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัล” เพื่อความยั่งยืน

การเปลี่ยนผ่านของเอสซีจีจาก “ผู้ใช้” สู่การเป็น “ผู้ร่วมพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัล” เป็นกระจกสะท้อนถึงความสำคัญในการเพิ่มขีดความสามารถองค์กรด้วยนวัตกรรม เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ตามแนวทาง ESG

เดลล์เผยผลสำรวจ องค์กรในกว่า 40 ประเทศ ตระหนัก พนักงานคือสินทรัพย์สำคัญในการทำดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชัน

2 ปีหลังที่ผ่านมา องค์กรธุรกิจต่างเร่งปฏิรูปสู่ระบบดิจิทัล ราวครึ่งหนึ่งของผู้นำด้านไอทีในประเทศไทย หรือ 58% (เอเชียแปซิฟิกและญี่ปุ่น: 45%; ทั่วโลก: 50%) กล่าวว่า องค์กรของตนรู้ว่า จะต้องทำอย่างไรบ้างในการปฏิรูปคนทำงานสู่ระบบดิจิทัล

ดีแทค-กสทช. ขยายระยะเวลาชำระค่าบริการ ให้ผู้ประสบภัย จากพายุโนรู

ดีแทคและสำนักงาน กสทช. ขอแสดงความห่วงใยและช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่ ให้สามารถติดต่อสื่อสารถึงญาติพี่น้อง และติดตามข่าวสารและเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง

Flash Express จับมือ TikTok Shop ให้บริการจัดส่งพัสดุ

Flash Express ประกาศขยายความร่วมมือกับ TikTok Shop สู่ประเทศไทยในฐานะ Regional Logistics Partner พร้อมให้บริการจัดส่งพัสดุแก่พ่อค้า แม่ค้าทุกร้านบนแพลตฟอร์ม

ก.ล.ต. จัดกิจกรรมให้ความรู้ผู้ลงทุนประจำปีของ IOSCO ภายใต้แนวคิด “Investor Resilience”

ก.ล.ต. จัดกิจกรรมสัปดาห์ส่งเสริมความรู้ผู้ลงทุนสากล ประจำปี 2565 (World Investor Week 2022) ของ IOSCO ระหว่างวันที่ 2 - 8 ตุลาคม 2565 ภายใต้แนวคิด “Investor Resilience”

Flash Coffee จับมือ Flash Express เสิร์ฟกาแฟจากดอยวาวี ฉลองวันกาแฟสากล

เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองวันกาแฟสากล (1 ตุลาคม) ในปี 2565 นี้ Flash Coffee ร่วมมือกับ Flash Express ผู้ให้บริการขนส่งสัญชาติไทยนำเมล็ดกาแฟจากดอยวาวี จ.เชียงราย เสิร์ฟให้กับผู้บริโภคในทั้ง 88 สาขาของแฟลช คอฟฟี่

ไทยพาณิชย์ แนะ SME ปรับกลยุทธ์ รับเทรนด์ Healthy มาแรง

โควิด-19 คือจุดเปลี่ยนสำคัญที่สร้างผลกระทบต่อเศรษฐกิจ สังคม และวิถีชีวิตของผู้คนทั่วโลกในหลากหลายมิติ ทั้งยังส่งผลกระทบต่อการดำเนิน ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

‘อากาศปนเปื้อนเชื้อโรค’ ภัยเงียบที่รุนแรง

ตัวเลข “68,728 คน” คือยอดคนไทยที่เสียชีวิตจากโรคระบบทางเดินหายใจ ซึ่งมีสาเหตุหลักจาก อากาศที่มีการปนเปื้อนเชื้อโรคและมลพิษ ความต้องการ “อากาศสะอาด” เป็นสิ่งที่สังคมเริ่มให้ความสำคัญ

วช. – สวทช.-วท.กห. มอบนวัตกรรมปุ่มกดลิฟต์แบบไร้สัมผัส แก่ รพ. ทหาร 3 เหล่าทัพ

สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ร่วมกับ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ และ กรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีกลาโหม มอบนวัตกรรม MagikTuch ระบบปุ่มกดลิฟต์ไร้สัมผัส แบบ 2 in 1

ไมโครซอฟท์ นําบริการคลาวด์ของ Microsoft Azure มาสู่ลูกค้าคนไทยด้วย Azure Arc

ปฏิเสธไม่ได้ว่าปัจจุบันโลกกำลังขับเคลื่อนอยู่บน cloud-based economy เศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์ของหลายประเทศล้วนตั้งอยู่บน Infrastructure สำคัญที่เรียกว่าคลาวด์ (Cloud Infrastructure)

MUST READ

Belkin เอาใจสาวกไอโฟน เปิดตัวอุปกรณ์เสริมสำหรับ iPhone 14

Belkin เปิดตัวอุปกรณ์เสริมสำหรับผู้ใช้งาน iPhone 14 ทุกรุ่น ด้วยนวัตกรรมการชาร์จแบบไร้สายสูงสุด 15 วัตต์ ความปลอดภัยเหนือมาตรฐาน และเทคโนโลยี MagSafe ที่สมบูรณ์แบบ

กระตุ้น “ท่องเที่ยว” ดันเศรษฐกิจโค้งสุดท้าย

ภาคการท่องเที่ยวถูกกล่าวถึง ในฐานะปัจจัยสำคัญที่จะดันเศรษฐกิจมากขึ้นในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา หลังจากท่องเที่ยวสูญเสียบทบาทนี้ไปนับจากวิกฤติโควิดอุบัติเมื่อต้นปี 2563

แบงก์ชาติ ประกาศขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย จาก ร้อยละ 0.75 เป็นร้อยละ 1.00 ต่อปี มีผลทันที

ปิติ ดิษยทัต เลขานุการ คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) แถลงผลการประชุม กนง. ในวันที่ 28 กันยายน 2565 ให้ขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายร้อยละ 0.25 ต่อปี จากร้อยละ 0.75 เป็นร้อยละ 1.00 ต่อปี

โพสต์ด่าลอย ๆ กับ ทักด่าในแชตส่วนตัว แบบไหนเจ็บกว่ากัน?

หลายคนอาจเคยโพสต์โซเชียล ด่าเพื่อน หรือคนรอบข้าง แบบลอย ๆ โดยไม่ระบุชื่อ เพียงหวังแค่ว่าเจ้าตัวอาจมาอ่านเจอ แล้วรู้สึกตัวไปเอง ซึ่งเดี๋ยวนี้กำลังจะกลายเป็นเรื่องที่ใคร ๆ ก็ทำกันเป็นปกติ

NETA พร้อมส่งมอบ NETA V ให้ลูกค้าชาวไทยปลายกันยายนนี้

บริษัท เนต้า ออโต้ (ไทยแลนด์) จำกัด พร้อมทยอยส่งมอบ NETA V รถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% ให้ลูกค้าคนไทยตั้งแต่ปลายเดือนกันยายนนี้เป็นต้นไป
Newsletter

สนใจรับข่าวสารจาก The Story Thailand อัพเดตก่อนใคร สมัคร Newsletter กับเราเพียงกรอกอีเมลเท่านั้น