TH | EN
TH | EN
หน้าแรก Columnist วิกฤติ "ศรีลังกา" … บทเรียนสิ้นชาติ

วิกฤติ “ศรีลังกา” … บทเรียนสิ้นชาติ

ก่อนหน้านี้คอลัมน์ “เศรษฐศาสตร์นอกกะลา” ก็เคยเขียนเรื่องวิกฤติเศรษฐกิจศรีลังกามาแล้วในบทความ “มองศรีลังกา ย้อนดูไทย” แต่ครั้งนั้นยังเป็นแค่เริ่มมีสัญญาณอาการป่วยทางเศรษฐกิจเท่านั้น ยังไม่ถึงกับขั้นฝีแตก แต่เมื่อเร็ว ๆ นี้ ศรีลังกากลายเป็นประเทศล้มละลาย อย่างไม่น่าเชื่อ ที่สำคัญอาจจะกลายเป็นโดมิโนกระทบชิ่งไปอีกหลาย ๆ ประเทศที่กำลังอยู่ในสภาพที่คล้าย ๆ กัน

จึงอยากจะนำเรื่องราววิกฤติเศรษฐกิจของศรีลังกามาเล่าสู่ฟังอีก น่าจะเป็นบทเรียนให้กับรัฐบาลและคนไทยได้เรียนรู้ เพื่อไม่ให้เกิดซ้ำรอย

ปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เศรษฐกิจศรีลังกาล้มเหลว คือ การเมือง เนื่องมาจากการผูกขาดทางเมืองโดยอยู่ในมือคน 2 กลุ่ม คือ “สิริเสนา” และ “ราชปักษา” ที่นำการเมืองระบบเครือญาติมาบริหารประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งยุคตระกูล “ราชปักษา” ที่กลับมาเป็นรัฐบาลใหม่อีกครั้งในปี 2019 ด้วยนโยบายประชานิยมแบบมักง่าย หวังชนะการเลือกตั้งแบบ “แลนด์สไลด์” เทกระจาดลดภาษีครั้งใหญ่ จนสามารถจัดตั้งรัฐบาลเพียงพรรคเดียวแล้วเอาคนในตระกูลดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีหลายคน ล้วนแต่คุมกระทรวงสำคัญ ๆ

ผลพวงจากการที่ “รัฐบาลราชปักษา” ออกนโยบายประชานิยมโดยลดภาษีแบบถล่มทลายเมื่อคราวหาเสียงเลือกตั้ง ทำให้รายรับของรัฐลดลงไปถึง 35% มิหนำซ้ำยังมีนโยบายปฏิรูปภาคเกษตร โดยห้ามเกษตรกรใช้ปุ๋ยเคมีในการเพาะปลูก หวังจะเป็นผู้ผลิตและส่งออกสินค้าเกษตรอินทรีย์รายใหญ่ของโลก แต่ผลกลับเป็นไปตรงกันข้าม เมื่อผลผลิตเกษตรลดลงจนไม่สามารถส่งออกได้ ทำให้ไม่มีรายได้จากการส่งออกสินค้าเกษตรเข้าประเทศ

สินค้าส่งออกสำคัญและเลื่องชื่อของศรีลังกาอย่างชา ก็มีปัญหาตามมาในปี 2021 การส่งออกมูลค่า 1.3 พันล้านดอลลาร์ มีสัดส่วน 10% ของมูลค่าการส่งออกทั้งหมด แต่สงครามในยูเครนทำให้รัสเซียลดการนำเข้าชาจากศรีลังกา ส่งผลให้รายได้เข้าประเทศลดลงอุตสาหกรรมชาวิกฤติอย่างหนักเพราะต้นทุนการผลิตเพิ่ม 10 เท่าแต่ผลผลิตลดลง 50%

ขณะที่รายได้ส่วนใหญ่มาจากการท่องเที่ยว ราว 10% ของจีดีพี เป็นกลไกสำคัญที่ขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจ ก็อยู่ภาวะซบเซา เนื่องจากการระบาดใหญ่ของโควิด-19

นอกจากนี้ การส่งเงินจากผู้ที่เดินทางไปทำงานต่างประเทศก็ลดลง ทำให้รัฐบาลต้องดึงเงินสำรองเงินตราต่างประเทศมาใช้จ่ายค่าเงินของศรีลังกาดิ่งลง 80% ทำให้การนำเข้ามีราคาแพงขึ้น และภาวะเงินเฟ้อกำลังเลวร้ายลง

อีกทั้งประเทศต้องเผชิญกับการขาดแคลนเงินตราต่างประเทศ กระทรวงการคลังระบุว่า ศรีลังกามีทุนสำรองต่างประเทศเพียง 25 ล้านดอลลาร์ และกำลังต้องการเงิน 6,000 ล้านดอลลาร์ เพื่อให้คงอยู่ได้อีก 6 เดือน การที่ไม่มีเงินทุนสำรองต่างประเทศเหลือซื้อพลังงานไฟฟ้าและอาหาร ทำให้สินค้าขาดแคลนราคาก็พุ่งกระฉูด เมื่อเงินไม่พอใช้ก็ใช้วิธี “พิมพ์เงินเพิ่ม” ยิ่งทำให้เงินเฟ้ออย่างหนัก ธนาคารกลางศรีลังกาเผยว่า อัตราเงินเฟ้อแตะ 64.6% เมื่อเดือนที่แล้ว และอาจเพิ่มขึ้นเป็น 70%

ขณะที่ภาระหนี้ได้ทำให้เศรษฐกิจของศรีลังกาพังพินาศโดยเป็นหนี้สูงถึง 51,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และไม่สามารถจ่ายดอกเบี้ยได้ ชาวศรีลังกากำลังอดอาหาร พวกเขาต้องต่อคิวยาวเป็นกิโล ต้องใช้เวลาหลายชั่วโมงเพื่อซื้อน้ำมันและก๊าซหุงต้มที่กำลังขาดแคลน ประชาชนชาวศรีลังกา 22 ล้านคนต้องเดือดร้อนอย่างหนัก

ความหวังสุดท้ายของศรีลังกาจึงฝากไว้ที่กองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือ “ไอเอ็มเอฟ” เท่านั้น

นักวิเคราะห์มองว่า การบริหารจัดการเศรษฐกิจผิดพลาดของหลาย ๆ รัฐบาลที่ปกครองประเทศที่ต่อเนื่องกัน ส่งผลให้การเงินสาธารณะของศรีลังกาอ่อนแอลง สถานการณ์ยิ่งเลวร้ายลง จากการปรับลดหย่อนภาษีของรัฐบาลราชปักษา ไม่นานหลังจากเขาเข้ารับตำแหน่งเมื่อปี 2562

นอกจาการบริหารประเทศผิดพลาด การทุจริตคอรัปชั่นอย่างรุนแรงของคนในรัฐบาลเป็นอีกปัจจัยที่กัดกร่อนเศรษฐกิจศรีลังกา คนสำคัญในรัฐบาลได้รับฉายาว่าเป็น “มิสเตอร์ 10 เปอร์เซ็นต์” เพราะนิยมการชักหัวคิวในทุกโครงการที่สร้างโดยรัฐ ทำให้ปัญหาการคอร์รัปชั่นเรื้อรัง มีการเล่นพรรคเล่นพวก

จึงไม่แปลกใจทำไมรัฐบาลศรีลังกาทุ่มเทการลงทุนระบบสาธารณูปโภคขนานใหญ่ เพราะเป็นช่องทางเกิดการทุจริตคอรัปชั่นได้ง่าย ๆ นั่นเอง โดยไปกู้เงินจากรัฐบาลจีน 4.8 พันล้านดอลลาร์ เพื่อสร้างท่าเรือ Hambantora รวมถึงสนามบินแห่งใหม่ และโรงไฟฟ้า ในที่สุดรัฐบาลศรีลังกาไม่สามารถชำระเงินกู้ 1.4 พันล้านดอลลาร์ จึงต้องปล่อยให้จีนเช่าท่าเรือ มาดำเนินการนาน 99 ปี

นี่คือวิกฤติอันเลวร้ายที่เกิดขึ้นกับศรีลังกาและเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เศรษฐกิจพังทลาย

มองดูศรีลังกาแล้วกลับมาย้อนดูไทย จะว่าไปแล้วยังถือว่าไทยอยู่ห่างไกลจากศรีลังกามาก พื้นฐานด้านเศรษฐกิจของไทยยังค่อนข้างแข็งแกร่ง ทั้งเรื่องการเงิน การธนาคาร ระบบปริวรรตเงินตรา และเงินทุนสำรองระหว่างประเทศ ทำให้ฐานะการเงินค่อนข้างมีความมั่นคงมากกว่า

แต่ถ้ามองในแง่การเมืองแล้ว ประเทศไทยก็ไม่ต่างจากศรีลังกาเท่าไรนัก เพราะรัฐบาลบริหารประเทศก็มาจากกลุ่มอำนาจกลุ่มเดียว เล่นพรรคเล่นพวก ปัญหาการทุจริตคอรัปชั่นที่จะกลัดกร่อนประเทศก็มีไม่น้อย จะเห็นจากคราวเกิดวิกฤติโควิดใหม่ ๆ ที่มีเรื่องการทุจริตหน้ากากอนามัย วัคซีน การซื้ออาวุธที่ยังมีอยู่ต่อเนื่อง

สิ่งที่เหมือนกันอีกอย่าง นั่นคือ นโยบายประชานิยม ลด แลก แจก แถมเพื่อเรียกคะแนนนิยม นโยบายดังกล่าวทำให้รัฐบาลศรีถังแตกมาแล้ว ของไทยเองตอนนี้ก็มีสัญญาณคล้าย ๆ กัน จึงไม่ควรประมาทด้วยประการทั้งปวง

ผู้เขียน: ทวี มีเงิน

บทความอื่น ๆ ของผู้เขียน

25 ปี “ต้มยำกุ้ง” … คนไทยเรียนรู้อะไร

ส่งสัญญาณผิด…ระวัง “วิกฤติความเชื่อมั่น”

ฆ่า (ค่า) การกลั่น… ทุกข์ของชาวบ้าน

“เงินเฟ้อ-หนี้ท่วม” …. วิบากกรรมของไทย

STAY CONNECTED

0แฟนคลับชอบ
0ผู้ติดตามติดตาม

Lastest News

JNFT เปิดตัวโปรเจกต์ “Portraits by Sakwut” ครั้งแรกกับการวาดภาพเหมือนในรูปแบบดิจิทัล

บริษัท เจ เวนเจอร์ส จำกัด และ PixelPaint เดินหน้าสร้างประสบการณ์ NFT มิติใหม่ จับมือศิลปินร่วมสมัยแถวหน้าของเมืองไทย “ศักดิ์วุฒิ วิเศษมณี” เปิดตัวโปรเจกต์ “Portraits by Sakwut”

กทม. หารือ Google เตรียมจัดทำ “ห้องเรียนต้นแบบ” ใช้ดิจิทัลเพื่อการศึกษา

กรุงเทพมหานคร โดยชัชชาติ สิทธิพันธุ์ พร้อมด้วย ศานนท์ หวังสร้างบุญ และผู้เกี่ยวข้อง ประชุมร่วมกับบริษัท กูเกิล (ประเทศไทย) จำกัด เพื่อหารือความร่วมมือและการสนับสนุนด้านการศึกษา

เริ่มแล้ววันนี้! Acer Day 2022 แคมเปญประจำปีระดับภูมิภาค ร่วมสนุก ลุ้นรับโน้ตบุ๊กรักษ์โลก พร้อมโปรโมชันมากมาย

เอเซอร์จัดแคมเปญประจำปี Acer Day พบโปรโมชัน และกิจกรรมต่าง ๆ ภายใต้ธีม ‘Make Your Green Mark’ เน้นย้ำถึงความใส่ใจในสิ่งแวดล้อม

เทเลนอร์-ซีพี ทุ่ม 7.3 พันล้าน หนุนสตาร์ตอัพ สร้างประโยชน์เพื่อผู้บริโภคชาวไทย

หนึ่งในภารกิจการการสร้าง Telecoms-tech company ระหว่างกลุ่มเทเลนอร์และเครือเจริญโภคภัณฑ์คือ การตั้งกองทุน Venture Capital (VC) ขนาด 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 7.3 พันล้านบาท

กสิกรไทยเปิดตัว “K PAY LATER” สินเชื่อบุคคล ผ่อนชำระ เริ่มต้นเพียงเดือนละ 11 บาท

ธนาคารกสิกรไทย เปิดตัวบริการ “K PAY LATER” ภายใต้คอนเซ็ปต์ “ช้อปตอนนี้จ่ายตอนนู้น” ช่วยคนตัวเล็กที่ช็อตให้มีวงเงินสำรองในการซื้อสินค้าและอุปโภคบริโภคเพื่อการดำรงชีวิต

บางกอกแลนด์ ทุ่ม 4,000 ล้าน เซ็นสัญญาโครงการ “รถไฟฟ้าสายสีชมพูส่วนต่อขยายเข้าเมืองทองธานี”

บริษัท บางกอกแลนด์ จำกัด (มหาชน) ลงนามเซ็นสัญญากับ บริษัท นอร์ทเทิร์น บางกอกโมโนเรล จำกัด ใน “โครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพูส่วนต่อขยายเข้าเมืองทองธานี” ด้วยเม็ดเงินลงทุนจำนวน 4,000 ล้านบาท

Spark Ignite 2022 ผลักดันผู้ประกอบการไทยขับเคลื่อนสู่ระดับภูมิภาค

บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมมือกับดีป้า, เอ็นไอเอ, บริษัท กสิกร บิซิเนส-เทคโนโลยี กรุ๊ป และบริษัท แสนรู้ จำกัด เปิดโครงการการแข่งขัน “Spark Ignite 2022 - Thailand Startup Competition” ประจำปี พ.ศ. 2565

ทรูมันนี่ เปิดจองซื้อหุ้นกู้ CPF, CPALL และ TRUE ผ่านทรูวอลเล็ท เริ่ม 5 ส.ค. นี้

ทรูมันนี่ ขยายบริการทางการเงินตอบโจทย์การลงทุนในยุคดิจิทัล โดยเตรียมเปิดให้นักลงทุนสามารถจองซื้อหุ้นกู้ในเครือเจริญโภคภัณฑ์

โซนี่ไทย เปิดตัว “โซนี่ สโตร์ ฟิวเจอร์พาร์ครังสิต” โชว์รูมแห่งใหม่ ภายใต้แนวคิด Gadgets Community

บริษัท โซนี่ ไทย จำกัด เดินหน้าขยายตลาดบริเวณโซนเหนือของกรุงเทพมหานคร ด้วยการเปิดตัว “โซนี่ สโตร์ ฟิวเจอร์พาร์ครังสิต” นับเป็นโชว์รูมโซนี่สโตร์สาขาที่ 6 ในประเทศไทย

บ้านปู จับมือม. มหิดล ชวนน้อง ม.ปลาย และ ปวช. เข้าค่าย Power Green ครั้งที่ 17

บ้านปู จับมือม. มหิดล จัดค่ายเยาวชนวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม (Power Green Camp) ครั้งที่ 17 ภายใต้หัวข้อ “Climate Change, We Must Change – เริ่มเพื่อโลก”

MUST READ

หัวเว่ยจัดงาน HUAWEI APAC Smart Office Launch 2022 เปิดตัว แล็ปท็อป-แท็บเล็ต-หูฟังไร้สาย

หัวเว่ย คอนซูมเมอร์ บิสสิเนส กรุ๊ป (ประเทศไทย) จัดงาน HUAWEI APAC Smart Office Launch 2022 เปิดตัวคอนเซ็ปต์ HUAWEI Smart Office อย่างเป็นทางการทั้งในระดับประเทศและภูมิภาค

6 องค์กรรัฐ ใช้ดิจิทัลบริการประชาชน ตอบโจทย์ยุคดิจิทัล

การขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัลให้มีคุณภาพ ให้ประเทศทะยานไปข้างหน้าด้วยศักยภาพที่แข็งแกร่งและแข่งขันในตลาดนานาชาติยุคดิจิทัลได้ ย่อมเกิดจากความร่วมมือกันทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน

2 กองทุนใหญ่ จับมือเสริมแกร่งงานวิจัย นำร่องโมเดล พัฒนากิจการพลังงานสู่สังคมคาร์บอนต่ำ

2 กองทุนใหญ่จับมือเสริมพลังมุ่งพัฒนากิจการพลังงาน เพื่อเป็นแนวร่วมในการจัดสรรงบประมาณและการบริหารจัดการทุนวิจัยผ่านการทำงานร่วมกันของสำนักงาน กกพ. และ สกสว. พร้อมผลักดันสู่การใช้ประโยชน์ในวงกว้าง

กสศ. จับมือ สพฐ. เปิดตัว One Application ช่วยเหลือนักเรียน คัดกรองความเสี่ยงหลุดระบบการศึกษา

กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และ มหาวิทยาลัยนเรศวร เปิดตัว One Application ระบบสารสนเทศการดูแลช่วยเหลือนักเรียน

ส่องสมาร์ทโฟนโนเกีย 3 รุ่น น่าใช้ยุคเศรษฐกิจฝืดเคือง

ปรากฏการณ์เงินเฟ้อในประเทศพุ่งแตะ 7.1% เพิ่มขึ้นสูงสุดในรอบ 13 ปีนับจากปี 2551 ทำให้หลายคนรู้สึกว่าเงินในกระเป๋าเท่าเดิม แต่กลับมีกำลังจับจ่ายลดน้อยถอยลงอย่างเห็นได้ชัด กระทบไปถึงกำลังซื้อส่วนบุคคล โดยเฉพาะโทรศัพท์สมาร์ทโฟน
Newsletter

สนใจรับข่าวสารจาก The Story Thailand อัพเดตก่อนใคร สมัคร Newsletter กับเราเพียงกรอกอีเมลเท่านั้น