TH | EN
TH | EN
หน้าแรก Interview เส้นทาง “โกลบิช” กับคู่ผู้ก่อตั้ง "ทรอย-จุ๊ย" จาก "รัก และเกลียด" ภาษาอังกฤษ สู่ EdTech เบอร์ต้นของไทย

เส้นทาง “โกลบิช” กับคู่ผู้ก่อตั้ง “ทรอย-จุ๊ย” จาก “รัก และเกลียด” ภาษาอังกฤษ สู่ EdTech เบอร์ต้นของไทย

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่เคยมีประสบการณ์ “กลัว” การเรียนภาษาอังกฤษจนกลายเป็น “เกลียด” หรือถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่ต้อง “เลิก” ทั้งที่ “รัก” การเรียนภาษาอังกฤษไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใด The Story Thailand ขอแนะนำให้คุณรู้จัก ทรอย-ธกานต์ อานันโทไทย และจุ๊ย-ชื่นชีวัน วงษ์เสรี ผู้ใช้ประโยชน์จากความเกลียดและความรักในการออกแบบ “Globish (โกลบิช)” ให้เป็นโรงเรียนสอนภาษาอังกฤษออนไลน์ที่สามารถเข้าถึงปมปัญหา เข้าใจทุกความต้องการ และเตรียมตัวทุกคนให้พร้อมเดินหน้าสู่อนาคต

ต่างขั้วกับปัญหาภาษาอังกฤษ

สำหรับเด็กเนิร์ดหน้าห้องจากจังหวัดระนองอย่างจุ๊ยผู้ ”รัก” การเรียนภาษาอังกฤษเป็นชีวิตจิตใจ แม้จะพลาดการสอบเข้าโรงเรียนมัธยมอินเตอร์ในกรุงเทพฯ และต้องพบเจอการสอนภาษาแบบทางเดียวในมหาวิทยาลัยที่ไม่ได้ช่วยเรื่องการพูดมากนัก ทำให้เธอพยายามขวนขวายการเรียนพิเศษในสถาบันสอนภาษาอังกฤษที่สุดท้ายต้องพับแผนไปเพราะ “ค่าเล่าเรียนที่แพงลิ่วและการเดินทางที่ยากลำบาก” 

ส่วนประสบการณ์ความ “เกลียด” ของทรอยเริ่มต้นจากการถูกเพื่อน หลอกและล้อเลียน เรื่องการพูดภาษาอังกฤษผิดเพี้ยน ซึ่งคงไม่ต่างจากสิ่งที่เด็กไทยหลายคนต้องเผชิญ จนสุดท้ายกลายเป็นปมปัญหาตัวโต ๆ ที่ต่อให้เก่งฉกาจเรื่องไวยากรณ์และจดจำคำศัพท์ได้เป๊ะเว่อร์ขนาดไหน ก็เลือกการเงียบไว้ก่อนเพราะขาดความมั่นใจ แม้การเรียนตัวต่อตัวกับครูสอนภาษาอังกฤษที่คอยสนับสนุนให้เกิดความกล้าในการสื่อสารมากขึ้น แต่เมื่อต้องไปเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนที่เยอรมัน ความไม่มั่นใจในการสื่อสารก็ส่งผลถึงความรู้สึกว่าไม่มีตัวตน ขาดการยอมรับจากเพื่อน ๆ จนกระทั่งมาเจอไอเซค (AIESEC) องค์กรนักศึกษานานาชาติเพื่อการพัฒนาความเป็นผู้นำให้กับเยาวชนที่มีอยู่กว่า 120 ประเทศทั่วโลก กุญแจดอกแรกในการไขประตูความเกลียดภาษาอังกฤษ ปลุกความมั่นใจในตัวเอง และปูทางความคิดจิตอาสาบนความเชื่อที่ว่าจะช่วยให้โลกไร้ซึ่งภาวะสงคราม

ทว่าประสบการณ์การทำงานที่ไอเซคยาวนานกว่า 5 ปี จนได้ขึ้นเป็นประธานไอเซคของไทยที่อายุน้อยที่สุด(18-19 ปี) ทำให้ทรอยพบว่า คนไทยต่อให้เรียนภาษาอังกฤษเก่งหรือไม่เก่ง จะได้รับโอกาสมากหรือน้อยในการเรียนภาษาอังกฤษต่างเจอปัญหาคล้ายคลึงกัน คือ พูดได้แต่ไม่กล้าพูดหรือไม่พูดเพราะกลัวพูดผิด ไม่ว่าจะเป็นเวลาที่พาจิตอาสาไปสอนภาษาอังกฤษให้เด็ก ๆ ในชนบทแล้วพบว่า คนที่พูดภาษาอังกฤษไม่ได้ ก็คือ ครูที่สอนเด็กเรียนภาษาอังกฤษ หนำซ้ำเมื่อช่วยสอนจบก็จบกัน ไม่มีการสานต่อ หรืออย่างกิจกรรมการพานักศึกษาที่เก่งอังกฤษระดับท็อปจากมหาวิทยาลัยชั้นนำไปประชุมต่างประเทศแล้วพบว่าไม่สามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้ทันเด็กชาติอื่น เป็นต้น จนเกิดการตั้งคำถามกับตัวเองว่า “ทำอย่างไรเราจึงจะมีครูสอนภาษาอังกฤษที่เพียงพอสำหรับผู้เรียน รวมถึงเป็นภาษาอังกฤษที่ทุกคนสื่อสารกันได้ง่าย ๆ และโลกทั้งใบเข้าใจ”

ผุดแนวคิดธุรกิจเพื่อสังคม

“ผมพบกับจุ๊ยตอนไปเข้าโครงการ Asian Leadership Academy ซึ่งนั่นเป็นครั้งแรกที่เราได้ยินคำว่า ธุรกิจเพื่อสังคม (Social Enterprise) จังหวะนั้นผมใกล้หมดวาระการเป็นประธานไอเซค ประกอบกับมีศิษย์เก่ารุ่นพี่ชี้เทรนด์การเรียนภาษาออนไลน์แบบตัวต่อตัวของคนญี่ปุ่น ซึ่งยุคนั้นเน็ตยังเป็น 3G เราก็มองว่า มันนามธรรมมาก”

หากในที่สุด ทรอยก็ได้พบกับมาซาฮิโร่ ซากาตะ คนญี่ปุ่นซึ่งมีเงินทุนที่อยากทำเพื่อสังคมไทยเพราะเขารักเมืองไทยมาก เขาเล่าว่า เป็นช่วงที่ยังค้นหาตัวเองอยู่เลยตัดสินใจที่จะให้เวลาตัวเอง 3 ปีในการทำธุรกิจสอนภาษาอังกฤษออนไลน์ทั้งที่ยังไม่แน่ใจว่ามีตลาดหรือไม่ และจะมีสักกี่คนที่สนใจเรียนภาษาออนไลน์ แต่อีกใจก็อยากแก้ปมตอนไปเป็นจิตอาสาแล้วเห็นเด็กไทยเรียนภาษาอังกฤษแต่กลับพูดภาษาอังกฤษไม่ได้ เลยคุยกับจุ๊ยเล่น ๆ ช่วง 4 วันที่ไปเข้าค่ายว่าสนใจมาทำโปรเจคนี้ร่วมกันหรือไม่ซึ่งตอนนั้นน่าจะราวปี 2557

จุ๊ยเล่าเสริมว่า ตอนนั้นก็คิดเหมือนเด็กทั่วไป พอเรียนจบก็ไปสมัครงานบริษัทดี ๆ มีชื่อเสียงแล้วรอเรียกตัวอยู่ ช่วงว่างก็เลยสมัครเข้าค่ายอบรมแล้วก็ได้มาอยู่กลุ่มเดียวกับทรอย ซึ่งค่ายอบรมก็สอนศาสตร์ความรู้ใหม่ ๆ ที่ไม่เคยรู้จักมาก่อน เช่น กระบวนการคิดเชิงออกแบบ ธุรกิจเพื่อสังคม เทคนิคการพูดในที่สาธารณะ และการสร้างภาวะผู้นำ

“เราก็ไฟแรงชวนกันไปประกวดแผนธุรกิจเพื่อสังคม ทำยังไงให้คนกินอาหารสุขภาพมากขึ้นแต่ประกวดที่ไหนก็ตกรอบ จนทรอยบอกว่ามีโมเดลธุรกิจอย่างหนึ่งมาเล่าให้ฟัง ซึ่งก็คือการเรียนภาษาอังกฤษออนไลน์ผ่านโปรแกรมสไกป์ (Skype) กับครูฟิลิปปินส์ จุ๊ยฟังแล้วคลิ๊กเลยเพราะมันตอบโจทย์ปัญหาที่เจอกับตัวเอง เช่น ค่าเล่าเรียนถูกกว่า ไม่ต้องใช้เวลา 3-4 ชั่วโมงเดินทางไกลไปเรียนในเมือง เพราะจุ๊ยเรียนที่รังสิตแล้วชานเมืองตอนนั้นยังไม่มีสถาบันสอนภาษาดี ๆ ทีนี้ถ้าเราอยากได้ คนไทยน่าจะอยากได้ และธุรกิจก็น่าจะไปรอด”

“โกลบิช” ภาษาอังกฤษของคนทั้งโลก

Globish มาจากการสนธิคำระหว่าง Global และ English โดยมีนัยยะที่ต้องการสื่อถึงการพูดภาษาอังกฤษที่คนทั้งโลกฟังเข้าใจ ไม่ใช่แค่เฉพาะเจ้าของภาษา จึงเปิดกว้างให้ภาษาอังกฤษสามารถสอนโดยครูที่ไม่ใช่เจ้าของภาษา โดยมองว่าคนที่ไม่ใช่อังกฤษแท้แล้วมาสอนคนที่ไม่เข้าใจภาษาอังกฤษ ย่อมเข้าใจบริบทของคนที่พูดภาษาอังกฤษไม่เป็นได้ง่ายกว่า ประกอบกับการพูดภาษาอังกฤษมีหลากหลายสำเนียงและการออกเสียง 

แนวคิดแรกก่อตั้งจึงเหมือนคนต่างชาติมาเจอกันและต้องใช้ภาษาอังกฤษเป็นสื่อกลาง ดังนั้น การพูดคุยจึงเน้นใช้คำศัพท์ง่าย ๆ ไม่ได้ใช้ภาษาอังกฤษที่เว่อร์วังจนคนฟังไม่เข้าใจ แนวคิดต่อมา คือ ค่าเล่าเรียนต้องถูก ทุกคนจับต้องได้

“โปรดักส์ของเรา คือ การเรียนออนไลน์แบบสดที่มีครูมาพูดคุยกับนักเรียนแบบตัวต่อตัว ไม่ใช่การดูวิดีโอ ผมขายเลย คลาสสอนพูดภาษาอังกฤษออนไลน์เดือนละ 999 บาท เอากำไรแค่คลาสละ 5 บาทก็พอ เพราะเราตั้งใจดันโครงการเพื่อสังคมเต็มตัว จากนั้น ก็ลองเอาโกลบิชไปนำเสนอตามโรงเรียนและมหาวิทยาลัยเพื่อให้เข้าถึงกลุ่มนักเรียนนักศึกษา กลุ่มคนทำงานที่ต้องใช้ภาษาอังกฤษแต่ไม่มีรายได้พอจ่ายเงินเรียน เช่นพนักงานร้านแมคโดนัลด์ และกลุ่มคนพิการทางร่างกายและสายตา”

อย่างไรก็ตาม ก้าวแรกของโกลบิชยังไม่อาจเรียกว่าสตาร์ตอัพ เพราะทั้งคู่ทำงานในฐานะลูกจ้าง จนกระทั่งปี 2559 ภายหลังดำเนินงานต่อมาอีกราวปีครึ่ง ธุรกิจก็ประสบภาวะง่อนแง่น 

“ช่วง 2 ปีแรกเราสู้หนักมาก พอเงินคนญี่ปุ่นหมด ไม่มีเงินเดือนจ้าง ทุกคนต้องแยกย้าย จุ๊ยกลับไปทำงานประจำ ทีมงานที่ฟิลิปปินส์ตอนนั้นมีครูอยู่ 300 คน ก็ต้องลดเหลือ 50 คน ครูอินโดนีเซียบินกลับประเทศ ส่วนผมกลับไปขอเงินพ่อแม่เรียนต่อปริญญาโท โดยเอาโกลบิชไปทำเป็นโปรเจ็คต์เรียนจบ  ซึ่งหากให้มองย้อนกลับไปแล้วลองถอดบทเรียนดู ผมว่าธุรกิจเพื่อสังคมคงมาเร็วเกินไป ณ เวลานั้น ส่วนการจินตนาการภาพอินเทอร์เน็ตว่าเป็นห้องเรียนภาษาอังกฤษก็ดูล้ำเกินไปหน่อย อีกอย่างถ้าผมคิดจะเปลี่ยนประเทศ การขายคลาสเรียนได้กำไรแค่ 5 บาท จะเปลี่ยนประเทศได้ยังไง”

ล้มเพื่อลุกและรุกสู่โมเดลสตาร์ตอัพ

ดูเหมือนการเปลี่ยนโหมดธุรกิจจากลูกจ้างสู่การเป็น “สตาร์ตอัพ” น่าจะเป็นทางรอดที่ดีที่สุดสำหรับโกลบิช ซึ่งทรอยสารภาพตรง ๆ ว่า ไม่มีความรู้เรื่องนี้มาก่อน เพราะทั้งชีวิตรู้จักแต่การกู้เงินและตัวเองไม่อยากกู้เงิน แต่สตาร์ตอัพเป็นการระดมทุนที่ให้หุ้นเป็นประโยชน์ตอบแทน จึงตัดสินใจบินไปคุยกับญี่ปุ่น โดยขอถือหุ้น 90% เพื่อเอามาแจกจ่ายให้คนในทีมบนข้อตกลงว่า จะทำให้มูลค่าหุ้นโตเป็น 30 เท่า 

หลังจากนั้น จึงเริ่มเอาโมเดลสตาร์ตอัพโกลบิชไปเสนอนักลงทุนจนได้พบกับ ดร.กานดี เลียวไพโรจน์ ซึ่งปัจจุบันทำงานอยู่ที่ศูนย์วิจัยอนาคตศึกษา (FutureTales Lab) ท่านก็แนะนำให้มาประลองไอเดียธุรกิจชิงเงินทุนกับสตาร์ตอัพสิงคโปร์ดู

“เราทำสไลด์ไม่ค่อยเป็นเลยใช้วิธีวาดรูปลงกระดาษ แต่ใจนี่คือมาในมุมเพื่อสังคมแบบเต็มร้อย ตอนนำเสนอโมเดลโกลบิชกับคณะกรรมการ ผมแทบบอกไม่ได้เลยว่าเราจะทำธุรกิจยังไง บอกแค่ว่าเราจะช่วยคนยังไง ตอนนั้นคิดว่าต้องได้ก่อน ส่วนกำไรวันหลังค่อยว่ากัน”

และที่นี่เองที่ทำให้ทั้งทรอยและจุ๊ยได้รับการบ่มเพาะอย่างเข้มข้นไม่ว่าจะเป็นการบริหารจัดการธุรกิจสตาร์ตอัพ การจัดสรรงบประมาณและเงินอุดหนุนโครงการ การวางแผนการเติบโตของธุรกิจ คุณค่าที่ลูกค้าจะได้รับจากธุรกิจของโกลบิชอยู่ที่ไหน นิยามความแตกต่างให้ชัดระหว่างการสร้างองค์กรธุรกิจกับการทำธุรกิจเพื่อสังคม และต้องมีการวัดผลเป็นรายสัปดาห์ รายเดือน จนโกลบิชเริ่มจัดระเบียบธุรกิจได้เป็นรูปเป็นร่างมากขึ้นราวปี 2559-2560 และสามารถคว้าที่หนึ่งได้จากการเข้าแข่งขันในรายการ “เสือติดปีก”

กลยุทธ์สู่ความสำเร็จ

เมื่อถามถึงกลยุทธ์สู่ความสำเร็จของโกลบิชที่ถอดความได้จากการสนทนากับจุ๊ยและทรอย สิ่งแรก คือ การทำให้ “ค่าเล่าเรียนที่ถูกกว่าเจ้าที่แพง 30% แต่คุณภาพต้องดีกว่า 10 เท่า” เพื่อให้โกลบิชสามารถเอาชนะเบอร์ 1 ในตลาดและเป็นการเรียกความเชื่อมั่น ตลอดจนเน้นจับตลาดกลุ่มลูกค้าเป้าหมายปัญญาชนและคนที่เรียนเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในอาชีพและต่อยอดสู่อนาคตอย่างจริงจัง

การรับฟังเสียงของลูกค้า เสมอ ซึ่งโกลบิชเน้นการพยายามพัฒนาหลักสูตรที่ตอบโจทย์ความต้องการของทั้งผู้เรียน ไม่ว่าลูกค้าต้องการคุณครูชาติใด ต้องการรูปแบบการเรียนการสอนแบบไหน ไม่ว่าจะเป็นการเรียนตัวต่อตัว เรียนกลุ่มย่อยครู 1 คนต่อนักเรียน 4 กลุ่ม หรือเรียนกลุ่มใหญ่แบบ 1 ต่อ 10 ชนิดจะเรียนกับนักเรียนคนไทย หรือจะเรียนร่วมกับนักเรียนต่างชาติเพื่อให้คุ้นเคยกับสำเนียงและการออกเสียงที่แตกต่างกันก็ได้ การจัดเวิร์คช้อปให้ทั้งออฟไลน์ออนไลน์ มีระบบอี-เลิร์นนิ่งสำหรับผู้ที่อยากทบทวนไวยากรณ์หรือคำศัพท์ต่าง ๆ  รวมถึงการจัดคลาสเรียนออนไลน์เฉพาะให้กับหน่วยงานหรือองค์กร หรือเพิ่มเติมการสอนภาษาอื่น ๆ ที่ผู้เรียนร้องขอ เช่น ภาษาจีน 

การพัฒนาหลักสูตรที่ล้อตามทักษะแห่งศตวรรษที่ 21”  (21st  Century Skill) ที่ความรู้ในการฟัง พูด อ่าน เขียนภาษาอังกฤษในโลกยุคเก่าไม่เพียงพอต่อการนำไปใช้งานได้จริงและมีประสิทธิภาพหากปราศจากทักษะการคิดเพื่อแก้ไขปัญหา การคิดเชิงสร้างสรรค์ การสื่อสาร และการทำงานเป็นทีม ซึ่งโกลบิชนำมาตรฐานหลักสูตรกลาง CEFR มาพัฒนานวัตกรรมการเรียนการสอนภาษาอังกฤษจากบริบทที่เกิดขึ้นรอบตัวทั้งในการทำงานและการใช้ชีวิตประจำวัน ภาษาอังกฤษที่คนทั่วไปมักพูดผิด ซึ่งเมื่อจบคลาสแล้ว ผู้เรียนสามารถประเมินตัวเองว่า รู้มากขึ้น เก่งขึ้นกว่าเดิมได้ทันที

การออกแบบฟังก์ชั่นค่าตอบแทน ที่ให้ความสุขครูผู้สอน โดยให้คุณครูสามารถกำหนดวิธีการสอน ช่วงเวลาที่สะดวกในการสอน และสามารถบริหารจัดการรายได้ด้วยตัวเอง ส่วนจะมากน้อยขึ้นอยู่กับภาพรวมคุณภาพการสอน ความขยัน และคะแนนความชื่นชอบจากนักเรียน เช่น ถ้านักเรียนให้ดาวจะได้ค่าตอบแทนเพิ่มเท่าไหร่ เป็นโค้ชดีเด่นประจำเดือนจะได้ค่าตอบแทนเพิ่มเท่าไหร่ เป็นต้น 

ปัจจุบันโกลบิชมีนักเรียนออนไลน์ประมาณ 5 หมื่นคน ส่วนใหญ่เป็นวัยทำงาน มีคุณครูสอนภาษาอังกฤษในไปป์ไลน์ที่มาจาก 10 กว่าประเทศทั่วโลก เช่น อังกฤษ อเมริกา แอฟริกาใต้ เวียดนาม และอื่น ๆ ร่วม 1 พันคน ดำเนินการสอนอยู่แล้ว 300 คน เป็นการสอนหลักสูตรภาษาอังกฤษและภาษาจีนแยกตามกลุ่มเป้าหมาย เช่น เด็ก ผู้ใหญ่ โรงเรียน องค์กร 

“ถ้าวัดเฉพาะจำนวนคลาสเรียนสอนภาษาอังกฤษแบบโต้ตอบสองทาง โกลบิชทำได้มากสุดถึง 3 แสนคลาสเมื่อปีที่แล้ว ถือว่าเราใหญ่สุดแล้วในไทย และเวียดนาม เพราะยังไม่มีใครทำได้ ส่วนปีนี้ก็น่าจะไปได้ถึง 5 แสนคลาส แต่ถ้าวัดเฉพาะส่วนแบ่งตลาดการเรียนออนไลน์ เราคือเบอร์ 1 ไทย และติดท็อป 3 ในเวียดนามสำหรับกลุ่มเป้าหมายที่เป็นผู้ใหญ่

กระบวนท่าที่แตกต่าง 

หากมองจากสายตาภายนอก โกลบิชอาจมีการดำเนินธุรกิจไม่แตกต่างจากสถาบันสอนภาษาออนไลน์ทั่วไป แต่เนื้อในธุรกิจกลับเดินไปในท่วงท่าที่แตกต่าง 

จุ๊ยบอกว่า คนที่มาทำสตาร์ตอัพมักเริ่มต้นจากการคิดเทคโนโลยีออกมาให้ว้าวก่อน แต่โกลบิชเริ่มด้วยระบบแมนนวล ใช้โปรแกรมง่าย ๆ อย่างเอ็กซ์เซลในการจัดตารางการเรียนการสอน เมื่อทำจนแม่นยำดีแล้วจึงค่อยนำไปพัฒนาต่อโดยเอาเทคโนโลยีเข้ามาช่วย ซึ่งรวมถึงการพัฒนาระบบหลังบ้านต่าง ๆ เช่น ระบบการจัดการธุรกิจ ระบบเว็บเบสออนไลน์ที่เมื่อลูกค้าล็อกอินแล้วเข้าสู่ระบบที่โกลบิชพัฒนาขึ้นเอง ระบบวิดีโอคอลก็เป็นปลั๊กอินที่พัฒนาขึ้นเองโดยไม่ใช่การใช้งานผ่านสไกป์ หรือเตะออกทางหลังบ้านไปเข้าระบบไอทีของผู้ให้บริการรายใดอีก

ก่อนการสมัครเรียน จะมีทีมที่ปรึกษาพูดคุยกับผู้เรียนเพื่อให้ทราบวัตถุประสงค์การเรียน ซึ่งจะทำให้การจัดระดับ หลักสูตร และครูผู้สอนเป็นไปอย่างเหมาะสม เช่น ถ้าใช้ในทางธุรกิจจะเน้นการพูดภาษาอังกฤษภายใต้การจำลองบทบาทในสถานการณ์การทำงานที่เกิดขึ้นจริง โดยสอดแทรกไวยากรณ์และคำศัพท์เป็นตัวเสริม 

ส่วนอีกความแตกต่างที่น่าสนใจ คือ การจัดนักเรียนแลกเปลี่ยนออนไลน์กับโรงเรียนสอนภาษาอื่นที่ปลั๊กอินกันอยู่ เพื่อให้นักเรียนได้มีโอกาสพัฒนาทักษะการพูดและฟังภาษาอังกฤษหลากหลายสำเนียง

“จุดที่คนชอบโกลบิชเพราะเรามีการวัดระดับความสามารถภาษาอังกฤษตามมาตรฐานของยุโรป CEFR เรามีการทดสอบตั้งแต่ก่อนเรียน ระหว่างเรียน และหลังเรียน ซึ่งเป็นการสอบการพูดกับคนจริง ๆ ไม่ใช่การสอบกับคอมพิวเตอร์”

วิสัยทัศน์ 10 ปีคนไทยต้องพร้อม

“ถ้ามองวิสัยทัศน์ทางธุรกิจช่วง 3 ปีแรก เราหวังให้คนไทยพูดภาษาอังกฤษเป็น ธุรกิจไม่เจ๊ง เราคิดว่าใหญ่พอแล้ว แต่มันก็ยังเปลี่ยนประเทศไม่ได้ เราเลยเริ่มนับหนึ่งใหม่ตอนปี 2559 และตั้งวิสัยทัศน์ให้ไกลไปอีก 10 ปี ว่า โกลบิชอยากพัฒนาคนไทยให้พร้อมเพื่อไม่ให้พลาดโอกาสในอนาคต (Make People Ready for Tomorrow)”

ภารกิจข้างหน้าจึงเป็นการหนุนเสริมการสร้างวิสัยทัศน์ทางการศึกษา (Learning Vision) และหลักสูตรการเรียนการสอนภาษาเพื่อวิชาชีพ (Career Language) ที่เติมเต็มให้ครบทั้งทักษะเฉพาะทางที่จำเป็นด้านวิชาชีพ (Hard Skills) และทักษะที่จำเป็นสำหรับการใช้ชีวิตในยุคปัจจุบัน (Soft Skills) เช่น ทักษะการคิดวิเคราะห์เพื่อแก้ปัญหาบนหลักเหตุผล การใช้ความคิดสร้างสรรค์ การปรับตัวให้เข้ากับสังคม การทำงานภายใต้ภาวะกดดัน เป็นต้น ซึ่งเมื่อเรียนจบแล้วสามารถไปทำงานได้ทั่วโลก (Global Career) โดยไม่จำเป็นต้องไปเรียนต่อต่างประเทศ หรือเรียนจบโรงเรียนอินเตอร์แพง ๆ เพื่อให้ได้งานในสาขาวิชาชีพนั้น เช่น ถ้าผู้เรียนเป็นโปรแกรมเมอร์ โกลบิชจะมีหลักสูตรที่สอนคุณได้ทั้งการเรียนเขียนโปรแกรมและภาษาอังกฤษไปพร้อม ๆ กัน

ส่วนก้าวที่อยากเดินต่อ คือ การผลักดันโกลบิชให้เป็นบริษัทในระดับโกลบอลอย่างน้อยใน 10 ประเทศ เพื่อสร้างชุมชนโกลบิชให้เป็นศูนย์กลางในการต่อยอดทั้งธุรกิจการเรียนการสอนภาษาแบบเรียนไปด้วยกัน (Peer to Peer Learning) การพัฒนาหลักสูตรสำเร็จรูปในตัว (Modular Learning) ที่ทุกคนหยิบไปใช้ออกแบบหลักสูตรการเรียนรู้ด้วยตัวเองได้ รวมถึงการจัดตั้งบริษัทเครือข่ายจัดหางาน (Network Company) 

“เรามองจากประสบการณ์ตัวเองตอนไปเป็นจิตอาสาที่ไอเซค เราได้เพื่อนเยอะ มีสายสัมพันธ์ที่ดีที่ทำให้เราสามารถเปิดธุรกิจได้ ดังนั้น ถ้าเราสามารถทำให้โกลบิชเป็นศูนย์กลางที่ทุกคนอยากเข้ามาพัฒนาตนเองเพราะมีงานรออยู่ เขาก็จะมีเหตุผลที่อยากมาเรียนภาษาอังกฤษมากขึ้น และน่าจะตรงโจทย์กลุ่มเป้าหมายที่เราอยากเข้าถึงพวกเขาได้มากกว่าเดิม คือ การปูทางเด็กมัธยมปลายก่อนที่เขาจะรู้ตัวว่า ตัวเองฝันอยากเป็นอะไรต่อ และกลุ่มคนที่ทำงานมาสักพัก เห็นโลกความจริงว่าเป็นยังไง แล้วมหาวิทยาลัยยังสอนพวกเขาไม่พอ”

มุมด้านสังคมกับโกลบิช 

สำหรับจุ๊ยแล้ว โกลบิชเกิดขึ้นมาสำหรับคนที่มีวิกฤติ และคนที่มีวิสัยทัศน์ ซึ่งคือคนที่เห็นว่าตัวเองยังเก่งไม่พอ และต้องการโกลบิชเป็นตัวช่วยให้ตัวเองเก่งขึ้นเพื่อก้าวต่อไปข้างหน้า ส่วนคนที่มีวิกฤติอยากให้มองโกลบิชเป็นเครื่องมือในการปรับเปลี่ยนตัวเองเพื่อให้ค้นพบทางออก ขณะที่ทรอยเสริมว่า โกลบิช คือ เทคโนโลยีเพื่อการศึกษาที่มีเลือดสตาร์ตอัพ แต่มีหัวใจของความเป็นโรงเรียนที่ในอนาคตจะไม่ใช่โรงเรียนที่เปิดมาเพื่อพัฒนาทักษะทางภาษาอังกฤษ แต่เพื่อเสริมสร้างทักษะด้านอื่นของชีวิตด้วย

“ตอนแรกจุ๊ยก็ไม่ได้อินเรื่องการศึกษามากขนาดนี้ แต่พอได้คุยได้คุยกับภาครัฐ กระทรวงฯ ก็ยิ่งเห็นปัญหาและเราอยากแก้ อย่างทุนที่ได้รับจากสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (DEPA) ก็มาช่วยสานฝันในการผลักดันการเรียนพูดภาษาอังกฤษเข้าไปในโรงเรียน การจัดการเรียนภาษาอังกฤษให้กับโรงเรียนดอนบอสโกที่อุดรธานีและยังอยู่แผนที่ต้องทำต่ออีกประมาณ 30 โรงเรียน การจัดคลาสเรียนราคาถูกให้กับโรงเรียนในต่างจังหวัด หรือ จะเป็นกลุ่มคนพิการทางร่างกายและสายตาที่เราเคยทำไป 3 โครงการ มีผู้พิการเข้าอบรม 300 คน เป็นต้น มันเป็นฝันของจุ๊ยอย่างหนึ่งที่อยากให้เด็กไทยสามารถพูดภาษาอังกฤษได้ก่อนจบม.3 เพื่อไม่ต้องมาเรียนกันใหม่ตอนเป็นผู้ใหญ่แล้ว”

ความสำเร็จที่ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ

เพราะความสำเร็จล้วนมีราคาที่ต้องจ่าย และสิ่งที่จุ๊ยและทรอยต้องเผชิญกับภาวะวิตกกังวลเรื่องอนาคตและการบริหารความคาดหวังให้เกิดสมดุลให้ได้ระหว่างสิ่งที่อยากเป็นกับความจริงที่ต้องเจอ

“ปีที่แล้วยังจะเจ๊งอยู่เลย เกือบต้องให้คนออกถึง 30-40% เพราะเราพยายามไปโตที่เวียดนาม แต่ทุกครั้งที่ไปก็ต้องอัดฉีดเงินกันกือบร้อยล้าน ธุรกิจขาดสภาพคล่อง ค่าการตลาดก็กินไปเกือบ 80% ของราคาขาย โควิดเด็กปิดเทอมมีผลกับยอดขายหมด ทุก ๆ ปี ผมต้องถามตัวเองเสมอ ๆ ว่า ยังอยากทำโกลบิชต่อไปไหม”

ความที่ทั้งคู่เอาโกลบิชมาเป็นตัวชี้วัดความสำเร็จ แรงกดดันต่าง  ๆ ทำให้ต้องเผชิญช่วงชีวิตที่ยากลำบาก พวกเขาเลือกที่จะปลีกวิเวกไปอยู่เกาะ ไปดำน้ำ ทำกิจกรรมที่ชอบ ศึกษาเรื่องอิคิไกเพื่อผ่อนภาระชีวิตให้เป็น 

ทรอยเปรียบสตาร์ตอัพเหมือนการแข่งฟอร์มูล่าวันที่ต้องรู้จังหวะขับเคลื่อนของตัวเอง ไม่ใช่เหยียบคันเร่งเผาตัวเองจนเครื่องพัง การวิ่งให้สุดเพื่อทำตามความฝันเป็นเรื่องดี แต่เมื่อใดที่ชีวิตเริ่มส่งสัญญาณอันตราย เช่น นอนไม่หลับ ไม่มีความรู้สึกกับสิ่งที่เคยทำให้ตัวเองมีความสุข และความสัมพันธ์กับคนรอบข้างเริ่มแย่ลง ขอให้หยุดพักแล้วค่อยกลับมาเริ่มต้นเดินใหม่

 “เพราะสารแห่งความสุขกับความทุกข์เป็นสิ่งเดียวกัน การด้านชากับความทุกข์บางครั้งก็ทำให้เราเลิกยินดีในความสุข ซึ่งชีวิตไม่ควรเป็นเช่นนั้น”

ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

HUMANSOFT – HR CLOUD SOLUTION PLATFORM ตอบโจทย์บริหารงานบุคคลที่มี “คน” เป็น CORE VALUES

บทบาท TRUE DIGITAL PARK กับการสร้าง TECH ECOSYSTEM ให้ประเทศไทย

STAY CONNECTED

0แฟนคลับชอบ
0ผู้ติดตามติดตาม

Lastest News

KATALYST STARTUP LAUNCHPAD 2022 เหลาคมแนวคิด “ธุรกิจสตาร์ทอัพ” จากต้นตำรับ Silicon Valley

ปิดโครงการปีที่ 3 ของ KATALYST STARTUP LAUNCHPAD 2022 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยมี “Project EV” สตาร์ทอัพที่มีรูปแบบธุรกิจที่ชัดเจน สร้างผลกกระทบต่ออุตสาหกรรม เป็นผู้ชนะการประกวดแนวคิดและแผนธุรกิจ

AWS แนะวิธียกระดับในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกให้สามารถแข่งขันได้ในเศรษฐกิจดิจิทัล

นับตั้งแต่ปี 2560 ผู้คนกว่าห้าล้านคนจากทั่วทั้งภูมิภาคได้รับการฝึกอบรมทักษะด้านระบบคลาวด์จาก AWS การเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลที่เกิดขึ้นทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (APAC) เป็นเรื่องน่าตื่นเต้นที่เกิดขึ้นและน่าสนับสนุนในเวลาเดียวกัน

‘เมล่อน เมดิคอล’ คลีนิคออนไลน์จากทีมหมอที่เข้าใจกระบวนการรักษาทั้งระบบ

เมล่อน เมดิคอล แพลตฟอร์มแพทย์ทางไกล ตรวจรักษาคนไข้ทางออนไลน์พัฒนาโดยทีมแพทย์คนไทย ที่เข้าใจเรื่องการกระบวนการรักษาทั้งระบบ ต่อยอดการช่วยเหลือคนไทยในช่วงสถานการณ์ระบาดของโควิด-19

เตือนภัยรถ 6 แสนคัน เปลี่ยนด่วน ‘ถุงลมนิรภัย’ ชี้เสี่ยงระเบิดรุนแรงจากสารแอมโมเนียมไนเตรท

ผู้เชี่ยวชาญ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล เตือนภัยจากเหตุไม่คาดฝัน หนุ่มวัย 46 ปี บาดเจ็บสาหัสเฉียดตาย ถูกแอร์แบค หรือถุงลมนิรภัยรถยนต์ระเบิดใส่ ชิ้นส่วนฝังเข้าบริเวณอกและท้อง

เปิดตัว ‘Motorist’ แอปจัดการรถยนต์ครบวงจร สำหรับเจ้าของรถ

Motorist เป็นแพลตฟอร์มชั้นนำจากประเทศสิงคโปร์ที่ให้บริการผู้ขับขี่รถยนต์ที่ครบวงจร ไม่ใช่เพียงแค่การซื้อ-ขายเท่านั้น แต่รวมทุกอย่างที่เจ้าของรถต้องการ

10 ข้อควรรู้เกี่ยวกับที่มา และ ตลาดคาร์บอนเครดิต

คาร์บอนเครดิต เป็นเรื่องที่กำลังได้รับความสนใจในวงกว้าง โดยเฉพาะภาคธุรกิจที่เห็นว่า ในกรอบความร่วมมือระหว่างประเทศได้กำหนดให้มีการใช้กลไกทางตลาดในการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

รถยนต์ไฮโดรเจน FCEV อีกทางเลือกของยุคพลังงานสะอาด

หนึ่งในแนวทางที่จะช่วยชะลอไม่ให้อุณหภูมิของโลกสูงขึ้นก็คือ การพัฒนายานยนต์ที่ไม่ใช้น้ำมันเป็นเชื้อเพลิง หรือที่เรารู้จักกันดีในชื่อที่เรียกกันสั้น ๆ ว่า EV หรือ Electric Vehicle

การทางพิเศษฯ จับมือ หัวเว่ย วางโครงการสร้างทางพิเศษอัจฉริยะแห่งแรกในประเทศไทย

การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) ร่วมกับ บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จํากัด ลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) เพื่อสร้างความร่วมมือร่วมมือในโครงการสร้างทางพิเศษอัจฉริยะ (Smart Expressway) ของประเทศไทย

5 ประโยชน์และความคุ้มค่า เมื่อปรับบ้านให้เป็นแหล่งผลิตไฟฟ้า ด้วยหลังคา SCG SOLAR ROOF

ปฏิเสธไม่ได้ว่า ปัจจุบันการใช้พลังงานแสงอาทิตย์กำลังเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลายในทั่วโลกและในประเทศไทย ทั้งในภาคอุตสาหกรรมและครัวเรือน โดยเฉพาะหลังจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ผ่านมา

เปิดใจไรเดอร์พิการ สู้ชีวิตส่งเสียตัวเองจบปริญญา ก้าวสู่เสาหลักครอบครัว

3 ธันวาคมของทุกปี คือ “วันคนพิการสากล” ซึ่งถูกกำหนดโดยองค์การสหประชาชาติ เพื่อให้คนทั่วโลกสนับสนุนศักยภาพและเปิดโอกาสให้คนพิการได้ประกอบอาชีพด้วยการพึ่งพาตัวเองได้อย่างเท่าเทียมกับคนทั่วไป

MUST READ

BYD จัดทัพยานยนต์พลังงานทางเลือกใหม่ 7 รุ่น พร้อมโชว์ที่งาน Motor Expo

BYD พาเหรดรถยนต์พลังงานทางเลือกใหม่ (NEV) ที่มีจำหน่ายในตลาดโลกครอบคลุมเชกเมนท์หลัก ให้ผู้สนใจสัมผัสเป็นครั้งแรกในประเทศไทย ในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 39 Motor Expo 2022

ลีสซิ่งกสิกรไทย จัดแคมเปญซื้อรถใหม่ รับ Motor Expo นำร่องใช้สัญญาสคบ. ฉบับใหม่ทันที

ลีสซิ่งกสิกรไทย เปิดแคมเปญรับงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 39 มอบข้อเสนอให้กับลูกค้าออกรถใหม่ป้ายแดงภายใต้แคมเปญ ออกรถใหม่กับ KLeasing รับโปร 3 ต่อ

การฟื้นตัวของ “ท่องเที่ยว” และ “บทเรียนที่ถูกลืม”​

คาดหมายกันว่า ผลจากการประชุมเอเปค ที่ปิดฉากไปหมาด ๆ จะส่งผลแรงต่อ ภาคท่องเที่ยว จากข่าวสารที่สื่อนานาประเทศเผยแพร่ออกไปทั่วโลก ทั้งผลการประชุมจากเวทีผู้นำ 21 เขตเศรษฐกิจเอเปค

เปิดตัว ‘Motorist’ แอปจัดการรถยนต์ครบวงจร สำหรับเจ้าของรถ

Motorist เป็นแพลตฟอร์มชั้นนำจากประเทศสิงคโปร์ที่ให้บริการผู้ขับขี่รถยนต์ที่ครบวงจร ไม่ใช่เพียงแค่การซื้อ-ขายเท่านั้น แต่รวมทุกอย่างที่เจ้าของรถต้องการ

ม.หอการค้า นำร่องหลักสูตร Sandbox จับมือ Harbour.Space สร้างผู้ประกอบการที่มีทักษะทางเทคโนโลยีขั้นสูง

มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ผุดหลักสูตรการผลิตบุคลากร High–Tech Entrepreneur โดย International School of Management (ISM) ร่วมกับ Harbour.Space University ประเทศสเปน
Newsletter

สนใจรับข่าวสารจาก The Story Thailand อัพเดตก่อนใคร สมัคร Newsletter กับเราเพียงกรอกอีเมลเท่านั้น