Story of Business • Technology • Sustainability
Share on
×

Share

NIA เปิดหลักสูตร CIA ปั้นผู้นำเมือง รับวิกฤติโลกด้วยนวัตกรรม

NIA เปิดหลักสูตร CIA ปั้นผู้นำเมือง รับมือวิกฤติโลกด้วยนวัตกรรม

สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) เปิดตัวหลักสูตร City Innovation Alliance (CIA) รุ่นที่ 1 มุ่งสร้างเครือข่ายผู้นำเมืองที่สามารถบริหารความเสี่ยง มองอนาคต และออกแบบเมืองให้มีความยืดหยุ่น รับมือกับการเปลี่ยนแปลงของโลก พร้อมต่อยอดองค์ความรู้และเครือข่ายจากโครงการนวัตกรรมเมืองที่มีอยู่แล้ว

หลักสูตรดังกล่าวเปิดรับสมัครผู้บริหารจากภาครัฐ ภาคการศึกษา ภาคเอกชน และผู้ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาเมือง ตั้งแต่วันนี้ถึง 19 พฤษภาคม 2569 โดยไม่มีค่าใช้จ่าย

เปลี่ยนโจทย์การพัฒนาเมืองสู่ความ “อึด ถึก ทน”

ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ กล่าวว่า ท่ามกลางความท้าทายของโลกที่เต็มไปด้วยวิกฤตการณ์รูปแบบใหม่ ทั้งสงคราม ปัญหาพลังงาน และโรคระบาด เมืองต่าง ๆ จำเป็นต้องมีลักษณะที่เรียกว่า “อึด ถึก ทน” หรือมีความพร้อมในการรับมือ (Resilience) หากเมืองมีโครงสร้างพื้นฐานที่ดีและมีแผนเผชิญเหตุเพื่อรับมือความเสี่ยง ประชาชนก็จะไม่ได้รับผลกระทบรุนแรง

“นวัตกรรมจะเป็นเครื่องมือสำคัญและเป็นทางออกในการพัฒนาเมือง ซึ่งไม่ได้จำกัดแค่ผลิตภัณฑ์ แต่ครอบคลุมถึงโครงสร้างพื้นฐาน ระบบการจัดการ การมองอนาคต (Foresight) บริการ โมเดลธุรกิจ หรือแม้แต่นวัตกรรมระดับชุมชน”

หลักสูตร CIA จึงถูกพัฒนาขึ้นภายใต้แนวคิด Innovative & Resilient City โดยออกแบบโครงสร้างการเรียนรู้ผ่าน 3 แกนสำคัญ ได้แก่ การบริหารจัดการความเสี่ยงของเมือง (Risk Management) การมองอนาคตของเมือง (Foresight) และความพร้อมในการสร้างความยืดหยุ่นของเมือง (Resilience Readiness) โดยมีนวัตกรรมเป็นกลไกเชื่อมโยงองค์ความรู้สู่การทดลองและการนำไปปฏิบัติจริงในพื้นที่

CIA ไม่ใช่สายลับ แต่คือพันธมิตรสร้างเมือง

ดร.กริชผกา กล่าวอีกว่า การพัฒนาเมืองในยุคปัจจุบันจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคธุรกิจ ภาควิชาการ และภาคประชาสังคม การใช้ชื่อหลักสูตรว่า “CIA” (City Innovation Alliance) จึงสื่อถึงการเป็นเครือข่ายความร่วมมือหรือพันธมิตรของทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับเมือง โดยนวัตกรรมจะเป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนโยบายเข้าด้วยกัน เพื่อสร้างแนวทางการพัฒนาเมืองที่สามารถนำไปสู่การปฏิบัติจริงในพื้นที่ได้

ทั้งนี้ ผู้บริหารและผู้นำที่มาเรียนจะต้องเปลี่ยนวิธีคิดจากการมองแค่ตนเอง เป็นการนำเอาประโยชน์ของส่วนรวมเป็นที่ตั้ง เพราะหากสังคมเมืองโดยรวมดีขึ้น ทุกคนก็จะได้รับประโยชน์และความสุข

4 ปัจจัยหลักสร้างระบบนิเวศนวัตกรรมเมือง

หลักสูตรให้ความสำคัญกับการพัฒนาระบบนิเวศนวัตกรรมเมือง ผ่าน 4 ปัจจัยหลัก ได้แก่ บุคลากร (Talent) การสร้างคนและนักนวัตกรรม ระบบนิเวศ (Ecosystem) การสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเติบโตของเมือง เงินทุน (Finance) การสนับสนุนงบประมาณ และนวัตกรรม (Innovation) การใช้เครื่องมือในการแก้ปัญหา เพื่อสนับสนุนการพัฒนาเมืองให้สามารถปรับตัวต่อความเปลี่ยนแปลงและความท้าทายในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ต่อยอดองค์ความรู้จากเครือข่ายนวัตกรรมเมืองที่มีอยู่แล้ว

ผู้จัดทำหลักสูตรเปิดเผยว่า NIA ไม่ได้เริ่มพัฒนาหลักสูตรจากศูนย์ แต่มีพอร์ตโฟลิโอโครงการนวัตกรรมเมืองที่ดำเนินการอยู่แล้ว เช่น โครงการเมืองสร้างสรรค์ โครงการ Safe City รวมถึงย่านนวัตกรรมเฉพาะทาง อาทิ ย่านการแพทย์ และย่านไซเบอร์ซึ่งดำเนินงานร่วมกับเอกชนรายใหญ่ นอกจากนี้ ยังมีสตาร์ทอัพที่พร้อมจะเข้ามาช่วยตอบโจทย์ปัญหาของเมือง ข้อมูลและเครือข่ายเหล่านี้จะถูกนำมาแชร์และต่อยอดในหลักสูตรเพื่อให้ผู้เรียนได้เรียนรู้จากกรณีศึกษาที่เกิดขึ้นจริง

วิกฤติซ้อนวิกฤติที่เมืองต้องเผชิญ

รองศาสตราจารย์ ดร.วิจิตรบุษบา มารมย์ หัวหน้าหน่วยวิจัยอนาคตและนโยบายเมือง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

รองศาสตราจารย์ ดร.วิจิตรบุษบา มารมย์ หัวหน้าหน่วยวิจัยอนาคตและนโยบายเมือง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในฐานะที่ปรึกษาหลักสูตร กล่าวว่า ปัจจุบันปัญหาของเมืองไม่ได้มาทีละเรื่อง แต่มาพร้อมกันหลายมิติ หรือที่เรียกว่า Poly-crisis เช่น การเกิดโรคระบาดโควิด-19 ตามด้วยภัยแล้ง และส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่

ลองนึกภาพตาม: น้ำท่วมทำให้การคมนาคมหยุดชะงัก ส่งผลเสียต่อเศรษฐกิจ การขนส่งสินค้าล่าช้า ร้านค้าต้องปิดกิจการชั่วคราว และที่สำคัญคือการเข้าถึงโรงพยาบาลของผู้ป่วยฉุกเฉินก็ถูกตัดขาด ปัญหาเดียวสามารถลามไปทุกภาคส่วนโดยไม่ทันตั้งตัว

ผู้นำเมืองจึงต้องมองภาพรวมความเสี่ยงให้ออกแบบเป็นระบบ และไม่สามารถแก้ปัญหาเพียงหน่วยงานเดียวได้ นวัตกรรมในที่นี้จึงไม่ได้หมายถึงแค่เทคโนโลยี แต่รวมถึงกลไกการทำงานข้ามหน่วยงาน กฎเกณฑ์ และความร่วมมือ ซึ่งเป็นแก่นสำคัญที่จะทำให้นำแนวคิดไปปฏิบัติได้จริงระดับเมือง

เมื่อเมืองแต่ละแห่งมีบริบทไม่เหมือนกัน

รศ.ดร.วิจิตรบุษบา กล่าวว่า แนวคิดด้านความยืดหยุ่นไม่สามารถใช้วิธีคิดเดียวแล้วนำไปครอบคลุมได้ทุกที่ เพราะบริบทและปัจจัยของแต่ละเมืองไม่เหมือนกัน เมืองใหญ่ที่ซับซ้อนอย่างกรุงเทพฯ ย่อมมีปัญหาต่างจากเมืองท่องเที่ยวชายทะเล หรือเมืองอุตสาหกรรมในภาคตะวันออก

หลักสูตรจึงถูกออกแบบมาเพื่อให้ผู้เรียนได้แลกเปลี่ยนและแชร์ประสบการณ์กัน โดยจะมีการจัดกลุ่มหา Pain point ร่วมกันตามธีมหรือพื้นที่ พร้อมทั้งอาจกำหนดโจทย์เมืองสมมุติหรือเมืองในอุดมคติ (Utopia) ขึ้นมาเป็นกรณีศึกษา เพื่อให้เห็นว่าเมืองที่คาดหวังควรเป็นอย่างไร และหามาตรฐาน (Benchmark) ร่วมกัน

3 ระยะการเรียนรู้สู่การลงมือทำจริง

รศ.ดร.วิจิตรบุษบา กล่าวถึงโครงสร้างการเรียนรู้ของหลักสูตรว่า ได้รับการออกแบบมาเพื่อสร้างผู้นำที่รับมือกับการเปลี่ยนแปลงได้จริง โดยแบ่งการเรียนรู้เป็น 3 ส่วน

  • ส่วนแรกคือ Ready Now การจัดการปัญหาเฉพาะหน้า ใช้ความเข้าใจพื้นฐานเพื่อใช้นวัตกรรมแก้ปัญหาที่เจอในปัจจุบันอย่างเป็นระบบ เช่น เมื่อน้ำท่วมจะทำอย่างไรให้การจราจรยังเดินได้ หรือเมื่อโรคระบาดมา จะบริหารจัดการพื้นที่สาธารณะอย่างไร
  • ส่วนที่สองคือ Ready Next การมองอนาคต (Foresight) เพื่อให้เห็นภาพความเสี่ยงล่วงหน้า และมองหาโอกาสในวิกฤตเพื่อสร้างการเติบโตให้เมือง เช่น การคาดการณ์ปัญหาขาดแคลนพลังงาน และวางแผนรับมือก่อนเกิดเหตุการณ์จริง
  • ส่วนที่สามคือ Ready New การติดอาวุธด้วยเครื่องมือ เช่น Toolbox เช็คลิสต์ และ KPI เพื่อให้ผู้เรียนนำกลับไปใช้ในองค์กรหรือพื้นที่ของตนเองได้จริง

ทั้งนี้ หลักสูตรจะครอบคลุมปัญหาหลักของเมือง 8 ด้าน ที่มักจะเกิดขึ้นซ้อนทับกัน ได้แก่ ความต่อเนื่องของบริการสาธารณะ (Service Continuity) การครอบคลุมคนทุกกลุ่มรวมถึงกลุ่มเปราะบาง (Social Inclusion) สุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี (Health & Well-being) การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและความมั่นคงทางพลังงาน (Climate Change & Energy Security) การลงทุนและเศรษฐกิจ (Investment & Economic Vitality) โครงสร้างพื้นฐานและการเดินทาง (Mobility & Infrastructure) ความปลอดภัยในพื้นที่สาธารณะ (Safety) และความปลอดภัยทางไซเบอร์และข้อมูลดิจิทัล (Digital & Cyber Security)

คัดเลือกเข้มข้น หวังคนตั้งใจจริงสร้างเครือข่าย

หลักสูตร City Innovation Alliance (CIA) กำหนดสัดส่วนผู้เข้าร่วมไว้อย่างชัดเจน ประกอบด้วย ภาครัฐและท้องถิ่นร้อยละ 50 ภาคเอกชนร้อยละ 30 ภาคการศึกษาร้อยละ 10 และภาคประชาสังคมและสื่อมวลชนอีกร้อยละ 10

ดร.กริชผกา กล่าวว่า หลักสูตรนี้ไม่มีค่าใช้จ่ายเนื่องจากใช้เงินภาษีประชาชน จึงต้องการคนที่ตั้งใจจริง มีความมุ่งมั่น (Commitment) และพร้อมที่จะซึมซับความรู้เพื่อนำไปสร้างการเปลี่ยนแปลงให้ประเทศ โดยคาดว่าอัตราการแข่งขันจะสูงถึง 3:1 เทียบเท่าหลักสูตร PPCL ของ NIA

นอกจากการเรียนและเวิร์กชอปแล้ว หลักสูตรยังเน้นการลงพื้นที่ศึกษาดูงานจริง (Site Visit) ในสถานที่ที่ปกติเข้าถึงได้ยาก เพื่อให้เห็นการนำนวัตกรรมมาแก้ปัญหาในพื้นที่จริง โดยระยะแรกจะเน้นดูงานในประเทศเป็นหลัก

จบหลักสูตรไม่ทิ้งกัน พร้อมสนับสนุนทุนต่อยอด

ตัวแทนผู้จัดทำหลักสูตรเปิดเผยว่า ผลลัพธ์ที่สำคัญที่สุดของหลักสูตรนี้คือการสร้างคนและผู้นำที่สามารถนำสิ่งที่เรียนไปปรับใช้กับพื้นที่และองค์กรของตนเองได้จริง รวมถึงการสร้างเครือข่ายและวิธีคิดในการทำงาน

หากผู้เรียนสามารถคิดค้นนวัตกรรมต้นแบบหรือแนวทางแก้ไข (Solution) ที่ดีระหว่างเรียน สามารถหยิบไปใช้แก้ปัญหาในพื้นที่ของตนเองได้ทันทีโดยไม่จำเป็นต้องรองบประมาณจาก NIA แต่หากนำไปใช้แล้วได้ผลสัมฤทธิ์ที่ดี NIA ก็มีกลไกพร้อมสนับสนุนงบประมาณต่อยอดให้ในภายหลัง

รศ.ดร.วิจิตรบุษบา กล่าวเสริมว่า ในมุมของวิชาการ หลักสูตรนี้จะช่วยจัดระบบความคิดให้เป็นขั้นตอน โดยมีเครื่องมือและเช็คลิสต์ให้ ซึ่งในระหว่างที่เรียน ผู้เรียนก็ยังคงต้องทำงานและเผชิญปัญหาจริงอยู่แล้ว ดังนั้นผู้เรียนจึงสามารถนำโครงสร้างทางความคิดอย่างเป็นระบบนี้กลับไปใช้แก้ปัญหาในบทบาทหน้าที่การทำงานของตนเองได้เลยทันที

ผู้สนใจสามารถสมัครเข้าร่วมหลักสูตร City Innovation Alliance (CIA) รุ่นที่ 1 ได้ตั้งแต่วันนี้ถึง 19 พฤษภาคม 2569 ทาง https://shorturl.at/TCYzL โดยกำหนดการเรียนทุกวันพุธ เวลา 12.00 – 18.00 น. ระหว่างวันที่ 1 กรกฎาคม ถึง 26 สิงหาคม 2569 ณ โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ สุรวงศ์ กรุงเทพฯ

การศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมและสอบถามข้อมูลได้ที่ สถาบันวิทยาการนวัตกรรม (NIA Academy) สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) โทรศัพท์ 02-0175555 หรือ 0945516169 อีเมล cia.niaacademy@gmail.com เว็บไซต์ https://academy.nia.or.th/site/

ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

Whoscall ชี้ไทยเบอร์ 1 อาชญากรรมไซเบอร์เอเชีย ยอดมิจฉาชีพพุ่งสวนทางโลก

ทรู ผนึก สธ. นำ 5G-AI พลิกโฉม ‘หมอพร้อม Super App’

×

Share

ผู้เขียน

Sona Satta Avatar