Story of Business • Technology • Sustainability
Share on
×

Share

PEA จับมือ RISE ลุย Hackathon 2026 ปั้นนวัตกรรมพลังงานไทย

PEA จับมือ RISE ลุย Hackathon 2026 ปั้นนวัตกรรมพลังงานไทย

โลกที่หมุนอย่างรวดเร็วด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และพลังงานหมุนเวียน กำลังพลิกพฤติกรรมของผู้บริโภคไปอย่างสิ้นเชิง องค์กรระดับประเทศอย่างการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) จึงไม่อาจหยุดนิ่งอยู่กับที่ได้อีกต่อไป

วันนี้ PEA ขอประกาศสลัดภาพลักษณ์เดิมจาก “คนขายไฟ” เพื่อก้าวสู่การเป็น “ผู้ให้บริการ” อย่างเต็มรูปแบบ และกุญแจสำคัญที่จะปลดล็อกเป้าหมายนี้ คือการเปิดรับนวัตกรรมจากภายนอก (Open Innovation) โดยดึงพลังความสร้างสรรค์ของ Tech Startup เข้ามาเป็นคู่คิด

นี่จึงเป็นที่มาของการผนึกกำลังครั้งสำคัญระหว่าง PEA และ บริษัท ไรส์แอคเซล จำกัด (RISE) ในการเปิดตัวโปรเจกต์ “PEA Hackathon 2026” อย่างเป็นทางการ ในงานเปิดตัวได้มีการจัดเวทีเสวนาพิเศษในหัวข้อ “Synergy for Impact: ถอดรหัสความสำเร็จและโอกาสของ Tech Startup ในการขับเคลื่อนนวัตกรรมพลังงานร่วมกับ PEA” สมรภูมิประลองไอเดียครั้งนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด MOVE for Growth: Powering Transformation เพื่อเร่งเครื่องสร้างนวัตกรรมพลังงานที่จะมาตอบโจทย์และยกระดับประเทศไทยไปอีกขั้น

ทรานส์ฟอร์มองค์กรสู่ ผู้ให้บริการเต็มรูปแบบ

เป้าหมายสูงสุดของ PEA คือการก้าวไปสู่การเป็น Smart Energy for Better Life and Sustainability ภายในปี 2037 ด้วยฐานลูกค้าที่มากถึงกว่า 20 ล้านราย และโครงข่ายไฟฟ้าที่มีสินทรัพย์กว่า 400,000 ล้านบาทครอบคลุมทั่วประเทศ

ภูสุดา สงคศิริ ผู้ช่วยผู้ว่าการยุทธศาสตร์การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค กล่าวว่า การจะบรรลุเป้าหมายได้นั้นต้องขับเคลื่อนผ่านหลักการ Triple Transformation ทั้งในด้านธุรกิจที่ต้องสร้างมูลค่าเพิ่ม ด้านเทคโนโลยีที่ต้องสร้างระบบนิเวศเชื่อมโยงผู้ผลิตและผู้ใช้ และด้านบุคลากรที่ต้องพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลง

“นวัตกรรมที่ประสบความสำเร็จส่วนใหญ่มักเกิดจากความคล่องตัว ความคิดสร้างสรรค์ ความกล้าที่จะคิดและทดลองสิ่งใหม่ ซึ่งเป็นศักยภาพที่มีอยู่ในสตาร์ตอัป โครงการนี้จึงเปรียบเสมือนเส้นทางลัดที่เปิดโอกาสให้สตาร์ทอัพได้ร่วมปฏิบัติงานกับผู้เชี่ยวชาญอย่างใกล้ชิด”

ในขณะเดียวกัน ปานทอง ถินสถิตย์ ผู้ช่วยผู้ว่าการปฏิบัติการระบบไฟฟ้า กล่าวเพิ่มเติมว่า PEA มีผู้ใช้ไฟกว่า 20 ล้านราย การจะทรานส์ฟอร์มองค์กรให้ทันนั้น PEA ทำคนเดียวไม่ได้ จึงต้องการความคิดไวทำไวของ Startup มาช่วยเป็น “คู่คิด” ซึ่งนี่คือโอกาสมหาศาลที่ Startup จะได้สเกลธุรกิจบนโครงสร้างพื้นฐานระดับประเทศ โดยโครงการ PEA Hackathon 2026 ไม่ใช่เพียงแค่เวทีแข่งขัน แต่เป็นจุดเริ่มต้นของความร่วมมือระยะยาวของ PEA ร่วมกับสตาร์ทอัพที่มีศักยภาพ เพื่อร่วมกันยกระดับการให้บริการพลังงานระดับประเทศให้ตอบโจทย์ประชาชนในอนาคต

ด้าน ชนัญชิดา ชอบชื่นชม รองผู้อำนวยการ ฝ่ายพัฒนาองค์กรและบริหารการเปลี่ยนแปลง กล่าวว่า  “เรามีความต้องการบุคลากรจากนอกอุตสาหกรรมเข้ามาร่วมแก้ไขปัญหา โดยมุ่งหวังที่จะได้เห็นผลงานในมุมมองใหม่ที่เราไม่เคยคาดคิดมาก่อน และสามารถสร้างความประทับใจได้อย่างเหนือความคาดหมาย”

และในมุมมองของ Tech Partner อย่าง เจษฎากร สมิทธิอรรถกร CEO จาก Data Wow ก็ได้ช่วยการันตีความน่าสนใจของเวทีนี้ว่า “นี่คือโอกาสสำคัญในการเข้าถึงเทคโนโลยีระดับโลก ผสานเข้ากับฐานข้อมูลระดับประเทศ ซึ่งโครงการในลักษณะนี้เป็นสิ่งที่ผมมุ่งหวังให้เกิดขึ้นมาตั้งแต่ 10 ปีที่แล้ว”

โครงการ PEA Hackathon 2026 มุ่งเน้นการพัฒนาโซลูชันใน 2 มิติหลัก ได้แก่ ด้าน Logistic & Supply Chain และ Grid Operation โดยนำปัญหาจริงจากคนทำงานมาเป็นโจทย์หลัก 4 ข้อที่รอคอยให้เทคโนโลยีเข้ามาปลดล็อก

ปลดล็อกวิกฤติพัสดุล้นคลังหมื่นล้าน

โจทย์ที่ท้าทายและมีมูลค่ามหาศาลหลบซ่อนอยู่ในสายงานโลจิสติกส์ สรวิทย์ รัตนพิชัย ผู้อำนวยการฝ่ายวางแผนและจัดหาพัสดุ ได้เกริ่นนำไว้อย่างน่าสนใจว่า “ในวันนี้ เราไม่ได้แสวงหาเพียงแค่ซอฟต์แวร์หรือแอปพลิเคชันใหม่ หากแต่กำลังมองหาพันธมิตรเพื่อมาร่วมกันแก้ไขปัญหา”

ดร.ฐิติพงศ์ สมัครพงศ์ ผู้อำนวยการ ฝ่ายจัดการโลจิสติกส์ กล่าวว่า ปัจจุบัน PEA ต้องใช้งบลงทุนซื้อพัสดุอุปกรณ์ราว 12,000 ถึง 16,000 ล้านบาทต่อปี แต่กลับมีพัสดุคงคลังจมอยู่สูงถึง 19,000 ล้านบาท ซึ่งเทียบเท่ากับการซื้อรถไฟฟ้าได้ทั้งเส้น

อีกทั้งยังต้องแบกรับดอกเบี้ยที่เป็นต้นทุนจมถึงปีละเกือบ 1,000 ล้านบาท พัสดุเหล่านี้กองอยู่ในคลังยาวนานเฉลี่ยถึง 15 เดือน

เบื้องหลังตัวเลขเหล่านี้คือรอยน้ำตาและความเหนื่อยล้าของผู้ปฏิบัติงานอย่าง “ขวัญพิชา โสภา” นักบันทึกข้อมูลคอมพิวเตอร์ระดับ 6 ที่ทำงานจัดซื้อมานานกว่า 15 ปี เธอต้องทนทุกข์กับการใช้โปรแกรมดั้งเดิมในการจัดการข้อมูลมหาศาล เพื่อวางแผนประกวดราคากว่า 50 ถึง 60 โครงการต่อปี

กระบวนการนี้กินเวลานานนับเดือน นำมาสู่ความผิดพลาดในการซื้อของผิดจังหวะ จนเกิดภาวะของล้นคลังหรือพัสดุขาดแคลน

เช่นเดียวกับ “นายสมมติ” นักพัสดุประจำการไฟฟ้าจังหวัดที่ต้องรับมือกับความเครียดจากการบริหารคลังพัสดุหลัก 127 แห่งและคลังย่อยอีกกว่า 1,000 แห่งทั่วประเทศ ด้วยข้อมูลที่มหาศาลและพฤติกรรมการใช้พัสดุที่ผันแปรตามฤดูกาลและเศรษฐกิจ

PEA จึงต้องการระบบ AI Procurement Planning และระบบคำนวณ Safety Stock ที่แม่นยำ เพื่อย่นเวลาทำงานจากหลักเดือนให้เหลือเพียง 1 ถึง 2 นาที โดยตั้งเป้าที่จะลดต้นทุนพัสดุคงคลังลงให้ได้ 5 ถึง 10 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งจะช่วยประหยัดต้นทุนขององค์กรได้ 30 ถึง 70 ล้านบาทต่อปี

พลิกโฉมบำรุงรักษาสถานีไฟฟ้าสู่ธุรกิจบริการ

ความท้าทายไม่ได้หยุดอยู่แค่เรื่องของคลังสินค้า แต่ยังลามไปถึงการบำรุงรักษาสถานีไฟฟ้า วิชา วุฒินามวงศ์ รองผู้อำนวยการกองบริหารจัดการ สวิทช์เกียร์ ได้หยิบยกเรื่องราวของ “เก่งกล้าหาญ” หัวหน้าแผนกวัย 38 ปี ผู้เชี่ยวชาญด้านอุปกรณ์ควบคุมป้องกัน

ปัญหาของเก่งคือ เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน เขาไม่สามารถรู้ได้เลยว่าทีมผู้เชี่ยวชาญ รถเครน หรือเครื่องมือเฉพาะทางในเขตอื่นๆ มีสถานะว่างพร้อมใช้งานหรือไม่ สิ่งที่เก่งทำได้คือการอาศัยคอนเนคชันส่วนตัวโทรศัพท์ประสานงานไปทีละจุด ซึ่งกินเวลาและขาดประสิทธิภาพ

หาก Startup สามารถสร้างแพลตฟอร์มที่มองเห็นทรัพยากรทั้งหมดแบบเรียลไทม์ พร้อมคำนวณต้นทุนการเรียกใช้ทีมงานที่คุ้มค่าที่สุดได้สำเร็จ แพลตฟอร์มนี้จะไม่เพียงแค่ดูแลสถานีไฟฟ้าของ PEA ทั้ง 774 แห่ง แต่ยังสามารถต่อยอดไปรับจ้างบำรุงรักษาสถานีไฟฟ้าของเอกชนอีกกว่า 20,000 รายได้ในอนาคต

“การมองเห็นทรัพยากร เท่ากับมองเห็นโอกาส”

ผ่าทางตันวิกฤติพลังงาน “เกาะเต่า”

และโจทย์ที่เผาผลาญงบประมาณอย่างดุเดือดที่สุด ถูกนำเสนอโดย อามิน สะนู หัวหน้าแผนกปฏิบัติการโครงข่ายไฟฟ้า นั่นคือการบริหารจัดการพลังงานบนเกาะเต่าแม้เกาะแห่งนี้จะมีความต้องการใช้ไฟฟ้าเพียง 5 ถึง 10 เมกะวัตต์ แต่คุณอามินกลับเล่าให้ฟังอย่างเห็นภาพว่า แม้เกาะเต่าจะเป็นเพียงพื้นที่ขนาดเล็ก แต่กลับสร้างผลกระทบอย่างมหาศาล ซึ่งต้องใช้ทั้งสรรพกำลังและความทุ่มเทอย่างมากในการบริหารจัดการ

นั่นเป็นเพราะพนักงานศูนย์ควบคุมการจ่ายไฟเขตใต้ต้องดูแลพื้นที่รวมถึง 6 จังหวัด และเนื่องจากเกาะเต่าอยู่ปลายสายส่ง ทำให้พลังงานไฟฟ้าที่ส่งไปถึงมีความผันผวน เมื่อไฟฟ้าระบบหลักไม่พอ PEA จำเป็นต้องเดินเครื่องกำเนิดไฟฟ้าดีเซลขนาด 10 เมกะวัตต์เพื่อพยุงระบบ ซึ่งปัจจุบันต้นทุนน้ำมันดีเซลพุ่งทะยานไปถึงลิตรละ 50 บาท

PEA จึงต้องการระบบ Smart Energy Management System ที่มี AI ช่วยพยากรณ์ความต้องการใช้ไฟฟ้าล่วงหน้า 24 ชั่วโมงโดยมีความคลาดเคลื่อนไม่เกิน 10 เปอร์เซ็นต์ เพื่อจัดตารางการเดินเครื่องผสมผสานแหล่งพลังงานถึง 4 มิติ ได้แก่ ระบบสายส่งหลัก แบตเตอรี่ โซลาร์เซลล์ และเครื่องยนต์ดีเซล ให้เกิดความคุ้มค่าและปล่อยมลพิษน้อยที่สุด

โอกาสทองของ Startup เดิมพันอนาคตพลังงานไทย

เพื่อผลักดันให้เกิดการพัฒนานวัตกรรมอย่างเป็นรูปธรรม PEA จะคัดเลือก Startup ที่มีคุณสมบัติครบถ้วนจำนวน 50 ทีม ก่อนจะเฟ้นหา 20 ทีมสุดท้ายเพื่อเข้าสู่รอบการทำ Proof of Concept หรือ PoC

โดยทั้ง 20 ทีมนี้จะได้รับเงินทุนสนับสนุนการพัฒนาต้นแบบนวัตกรรมสูงสุดทีมละ 25,000 บาท พร้อมระยะเวลา 20 วันในการทำงานร่วมกับผู้เชี่ยวชาญจาก PEA อย่างใกล้ชิด

สำหรับรางวัลชนะเลิศอันดับ 1 มีมูลค่า 200,000 บาท รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 มูลค่า 80,000 บาท รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 มูลค่า 40,000 บาท และรางวัลชมเชยอีก 3 รางวัล มูลค่ารางวัลละ 5,000 บาท รวมมูลค่าเงินรางวัลทั้งสิ้นกว่า 335,000 บาท

โครงการนี้เปิดรับสมัครตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 19 เมษายน 2569 โดยมีกำหนดการสำคัญเริ่มจากวันเปิดตัวโครงการในวันที่ 9 เมษายน 2569 ตามด้วยการปฐมนิเทศและเวิร์กชอปในวันที่ 5 พฤษภาคม 2569

จากนั้นจะทำการคัดเลือกทีมเข้ารอบ PoC ระหว่างวันที่ 6 ถึง 13 พฤษภาคม 2569 และให้เวลาพัฒนาต้นแบบระหว่างวันที่ 19 พฤษภาคมถึง 11 มิถุนายน 2569 ก่อนจะไปสิ้นสุดที่การแข่งขันรอบ Final Pitching ระหว่างวันที่ 15 ถึง 17 มิถุนายน 2569 โดยผู้ที่สนใจสามารถศึกษารายละเอียดและสมัครได้ที่เว็บไซต์ของโครงการ www.peahackathon2026.riseaccel.com

การแข่งขัน PEA Hackathon 2026 ในครั้งนี้ จึงไม่ใช่แค่การประกวดไอเดียเพื่อชิงรางวัล แต่เป็นการที่ Startup จะได้นำสมองและเทคโนโลยีมาแก้ปัญหาจริงที่เดิมพันด้วยเม็ดเงินมหาศาลและคุณภาพชีวิตของประชาชน ถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญที่ทุกภาคส่วนจะได้ร่วมกันยกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของประเทศไทยให้ก้าวสู่ความยั่งยืน

ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

เจาะอินไซต์ ‘Pet Economy’ แสนล้าน: พลิกโฉมที่อยู่อาศัย-เทคโนโลยี สู่เมืองคนรักสัตว์

กรุงศรี คอนซูมเมอร์ รุกนวัตกรรมชำระเงิน-ผนึกพันธมิตร ดันยอดรูดบัตรปี 69 แตะ 4.2 แสนล้านบาท

×

Share

ผู้เขียน

The Story Thailand Avatar