Story of Business • Technology • Sustainability
Share on
×

Share

เซ็นทรัลพัฒนา-อิคาโน่ กางมาสเตอร์แพลน ‘เมกาซิตี้’ 7 หมื่นล้าน พลิกโฉมกรุงเทพฯ ตะวันออก

เซ็นทรัลพัฒนา-อิคาโน่ กางมาสเตอร์แพลน 'เมกาซิตี้' 7 หมื่นล้าน พลิกโฉมกรุงเทพฯ ตะวันออก

ย่านบางนาเตรียมยกระดับสู่เมืองแห่งอนาคตและศูนย์กลางการใช้ชีวิตที่สมบูรณ์แบบ เมื่อ 2 ยักษ์ใหญ่แห่งวงการค้าปลีกและอสังหาริมทรัพย์ระดับโลกอย่าง บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ CPN และ อิคาโน เซ็นเตอร์ (Ikano Centres) ประกาศแผนแม่บทระยะยาวครั้งสำคัญ เพื่อพัฒนา “เมกาบางนา” และ “เมกาซิตี้” บนที่ดิน 325 ไร่ บริเวณบางนา-ตราด ให้กลายเป็นโครงการมิกซ์ยูสที่สมบูรณ์แบบที่สุดในกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก ด้วยมูลค่าการลงทุนรวมทั้งโครงการสูงถึง 70,000 ล้านบาท

การประกาศแผนครั้งนี้สะท้อนทิศทางใหม่ของทั้งสองบริษัท ที่ไม่ได้มองเมกาบางนาในฐานะศูนย์การค้าเพียงอย่างเดียว แต่ต้องการพัฒนาให้เป็นศูนย์กลางการใช้ชีวิตภายใต้วิสัยทัศน์ “A Future-Led Ecosystem” ที่รวมค้าปลีก ออฟฟิศ โรงแรม ที่พักอาศัย พื้นที่สุขภาพ กีฬา และการศึกษาไว้ในพื้นที่เดียว ยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนอย่างยั่งยืน

ศูนย์การค้าเมกาบางนาเปิดให้บริการมาเป็นเวลา 14 ปี (ตั้งแต่ปี 2555) โดยมียอดผู้เข้าใช้บริการสะสมมากกว่า 670 ล้านครั้ง ล่าสุดในปี 2568 ที่ผ่านมา เมกาบางนาได้สร้างสถิติใหม่ด้วยจำนวนผู้เข้าใช้บริการสูงถึง 60 ล้านครั้งต่อปี และยังคงรักษาอัตราการเช่าพื้นที่ (Occupancy Rate) ไว้ได้เต็ม 100% อย่างต่อเนื่อง

ภูมิ จิราธิวัฒน์ Head of Hotels and Alternative Investments บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า สิ่งที่เปิดตัวในวันนี้คือการขยายเมกาบางนาเฟส 2 ซึ่งเป็นพื้นที่ค้าปลีกอย่างเดียว แต่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของแผนพัฒนาระยะยาวที่ใหญ่กว่านั้น

“เมกาบางนาคือศูนย์การค้า ส่วนเมกาซิตี้คือเมืองที่จะถูกพัฒนาขึ้นรอบศูนย์การค้า” คุณภูมิกล่าว

ขยายเมกาบางนาเฟส 2 ดันพื้นที่ใหญ่กว่าเซ็นทรัลเวิลด์

เมกาบางนาเฟส 2 จะใช้งบลงทุน 6,000 ล้านบาท เพิ่มพื้นที่โครงการรวม (GBA) อีก 170,000 ตารางเมตร และเพิ่มพื้นที่จอดรถอีก 1,750 คัน ส่งผลให้เป็นหนึ่งในห้างที่มีที่จอดรถมากที่สุด โดยมีกำหนดเปิดให้บริการในไตรมาส 3 ปี 2571

โครงการจะเพิ่มแบรนด์ใหม่อีกกว่า 250 แบรนด์ โดยจะดึงกลุ่มแบรนด์หรูที่เข้าถึงได้ (Accessible Luxury) เข้ามามากกว่า 20 แบรนด์ พร้อมปรับปรุงและยกระดับแบรนด์เดิมในศูนย์การค้า ส่งผลให้จำนวนร้านค้ารวมเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่า 1,100 ร้าน จากปัจจุบันที่มีอยู่ราว 900 ร้าน แบ่งเป็นร้านค้าปลีก 730 ร้าน และร้านอาหาร 176 ร้าน

เมื่อเฟส 2 แล้วเสร็จ พื้นที่รวมของเมกาบางนาจะเพิ่มขึ้นเป็นกว่า 800,000 ตารางเมตร ซึ่งมีขนาดใหญ่กว่าเซ็นทรัลเวิลด์เล็กน้อย และคาดว่าจะเพิ่มจำนวนผู้เข้าใช้บริการจากปัจจุบันประมาณ 60 ล้านครั้งต่อปี เป็นราว 65 ล้านครั้งต่อปี โดยการออกแบบโครงการใช้เวลาพัฒนาร่วม 2 ปี โดยได้ Lead8 บริษัทสถาปนิกชื่อดังจากฮ่องกง เข้ามาร่วมออกแบบ เพื่อเชื่อมต่อพื้นที่เดิมและพื้นที่ใหม่ให้เป็นโครงการเดียวกันอย่างต่อเนื่องและไร้รอยต่อ

ความสำเร็จตลอด 14 ปี จุดตั้งต้นของการลงทุนรอบใหม่

เซ็นทรัลพัฒนา-อิคาโน่ กางมาสเตอร์แพลน 'เมกาซิตี้' 7 หมื่นล้าน พลิกโฉมกรุงเทพฯ ตะวันออก

Arnaud Bakker, Director of Market Strategy and Real Estate Development, Ikano Centres กล่าวว่า ประเทศไทยเป็นตลาดสำคัญของ Ikano ในภูมิภาค และเป็นตลาดเรือธงที่มีศักยภาพรองรับการพัฒนาโครงการขนาดใหญ่ในระยะยาว ผลวิจัยของโครงการยังระบุว่าเมกาบางนาเป็นแบรนด์อันดับหนึ่งในใจของผู้บริโภคโดยมี Brand Awareness ร้อยละ 95 และได้รับความพึงพอใจจากลูกค้าสูงถึง 100% ความสำเร็จดังกล่าวเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้บริษัทตัดสินใจเดินหน้าการลงทุนระยะยาวร่วมกับเซ็นทรัลพัฒนา

ขณะที่ Adrian Mirea, Ikano Centres, Part of Ikano Retail กล่าวว่า อิคาโนเชื่อว่าทำเลแห่งนี้มีศักยภาพมากกว่าการเป็นเพียงจุดหมายปลายทางด้านรีเทล แต่เป็นพื้นที่ที่ผู้คนเลือกใช้ Quality time ร่วมกัน และได้กลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของทุกคน สิ่งที่เราภาคภูมิใจที่สุดไม่ใช่เพียงแค่งบลงทุนหรือผลการดำเนินงาน แต่คือความสัมพันธ์และความผูกพันที่เราได้สร้างร่วมกับลูกค้าตลอด 14 ปีที่ผ่านมา

ปัจจุบันเมกาบางนามีพันธมิตรผู้เช่าหลัก (Anchors) ที่แข็งแกร่งอย่าง IKEA สาขาแรกในไทยซึ่งใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

วางเป้าพัฒนาเมืองมิกซ์ยูสขนาด 1.3 ล้านตารางเมตร

แม้เฟส 2 จะเป็นโครงการที่ประกาศในวันนี้ แต่พื้นที่ส่วนที่เหลืออีกประมาณ 120-140 ไร่ จะเป็นหัวใจสำคัญของแผน Mega City ในระยะยาว โดยปัจจุบันเมกาบางนาเฟส 1 และเฟส 2 ใช้พื้นที่รวมกันราว 180 ไร่ จากที่ดินทั้งหมด 325 ไร่ ถือหุ้นร่วมกันในสัดส่วน 50:50 ทำให้ยังเหลือพื้นที่สำหรับพัฒนาโครงการเพิ่มเติมอีกเกือบครึ่งหนึ่ง

ตามแผนแม่บทที่วางเป้าหมายยาวไปถึงปี 2583 เมกาซิตี้จะมีพื้นที่ก่อสร้างรวมประมาณ 1.3 ล้านตารางเมตร ประกอบด้วยอาคารสำนักงาน โรงแรม ที่พักอาศัย รวมถึงพื้นที่ด้านกีฬา สุขภาพ การดูแลสุขภาพ และการศึกษา โดยเน้นแนวคิด Integrated Mixed-use เชื่อมโยงการใช้ชีวิตในมิติต่าง ๆ เข้าไว้ด้วยกัน

ทั้งนี้ผู้บริหารระบุว่าเปิดกว้างในการร่วมทุนกับพันธมิตรรายใหม่ ๆ ที่เชี่ยวชาญเฉพาะทาง และจะทยอยพัฒนาตามจังหวะของตลาดและความต้องการที่เกิดขึ้นจริง

ทำเล ‘บางนา’ ยุทธศาสตร์ทองของกลุ่มกำลังซื้อสูง เชื่อม EEC

ย่านบางนาเป็นย่านที่เติบโตเร็วที่สุดแห่งหนึ่งและเป็นย่านเศรษฐกิจใหม่ของกรุงเทพฯ ข้อมูลสำรวจพบว่าพื้นที่รอบโครงการครอบคลุมกลุ่มเป้าหมาย (Catchment Area) กว่า 4.3 ล้านครัวเรือน แบ่งเป็นพื้นที่ใกล้เคียง 3 ล้าน และรอบนอกอีก 1.3 ล้าน มีอัตราเติบโตเฉลี่ย 2.8% ต่อปี ทำเลนี้มีความพร้อมรองรับการขยายตัวของเมืองเนื่องจากเชื่อมต่อทั้งท่าอากาศยานสุวรรณภูมิและเขต EEC

ประชากรในย่านนี้มีรายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนอยู่ที่ประมาณ 91,000 บาทต่อเดือน ซึ่งสูงเป็นอันดับ 2 ของกรุงเทพฯ และปริมณฑล

หากพิจารณาเฉพาะกลุ่มครอบครัวรุ่นใหม่กำลังซื้อสูง (Modern Affluent Family) พบว่าครอบครัวที่ยังไม่มีบุตรมีรายได้เฉลี่ย 100,000 บาท/เดือน ส่วนครอบครัวที่มีบุตรแล้วมีรายได้เฉลี่ยสูงถึง 300,000 บาท/เดือน โดยลูกค้าประจำกลุ่มนี้มาใช้บริการที่ห้างเฉลี่ย 1-2 ครั้งต่อสัปดาห์ สะท้อนฐานลูกค้าที่แข็งแกร่ง สอดคล้องกับในพื้นที่มีโรงเรียนนานาชาติถึง 15 แห่ง อาคารสำนักงานกว่า 30 อาคาร โรงแรมราว 800 ห้อง และโครงการบ้านหรูระดับอัลตร้าลักชัวรีราคา 10-40 ล้านบาท

เจาะลึกกลยุทธ์ ‘A Nature-led, Experience-led Destination’

เซ็นทรัลพัฒนา-อิคาโน่ กางมาสเตอร์แพลน 'เมกาซิตี้' 7 หมื่นล้าน พลิกโฉมกรุงเทพฯ ตะวันออก

Maris Aboltins กรรมการผู้จัดการ ศูนย์การค้าเมกาบางนา และเมกาซีตี้ เผยว่า เทรนด์ผู้บริโภคก้าวข้ามการซื้อของทั่วไปไปสู่การมองหาประสบการณ์ที่ส่งเสริมสุขภาวะที่ดี (Well-being) ภายใต้วิสัยทัศน์ “A Destination for a More Thoughtful Everyday” โครงการส่วนต่อขยายจึงชูไฮไลต์สำคัญ 3 ส่วน ได้แก่

  • MEGA SKYLINE: พื้นที่สีเขียวและคอมมูนิตี้สเปซลอยฟ้าขนาดกว่า 7 ไร่ ที่ออกแบบมาให้เป็นมิตรกับสัตว์เลี้ยง (Pet-friendly) สำหรับพักผ่อนและทำกิจกรรม
  • Active Community Zone: พื้นที่กว่า 3,000 ตารางเมตร สำหรับการออกกำลังกายและไลฟ์สไตล์แอ็กทีฟ
  • MEGA LOFT: เดสติเนชันด้านอาหารและการพบปะสังสรรค์ที่ใหญ่ที่สุดในกรุงเทพฯ ตะวันออก ขนาดกว่า 2,000 ตารางเมตร ออกแบบภายใต้สถาปัตยกรรมสไตล์นอร์ดิก (Nordic Design) ที่เน้นธรรมชาติและความโปร่งสบาย

นอกจากนี้ โครงการยังใส่ใจเรื่องสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน โดยปัจจุบันมีการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์บนดาดฟ้าไปแล้วกว่า 18,000 แผง สามารถผลิตกระแสไฟฟ้าเทียบเท่าการใช้งานของครัวเรือนกว่า 5,000 ครัวเรือนต่อปี และตั้งเป้าประหยัดพลังงานให้ได้ 2 ล้านกิโลวัตต์-ชั่วโมง (kWh) ต่อปี

มั่นใจระยะยาวแม้เศรษฐกิจโลกผันผวน

แม้ว่าภาวะเศรษฐกิจและความไม่แน่นอนของโลก ผู้บริหารจากเซ็นทรัลพัฒนาและ Ikano Centres ยืนยันตรงกันว่าการลงทุนครั้งนี้เป็นการมองระยะยาว

คุณ Arnaud กล่าวว่า การตัดสินใจลงทุนในไทยเกิดขึ้นมานานก่อนเมกาบางนาจะเปิดให้บริการ และหากนับตั้งแต่เริ่มวางแนวคิด บริษัทอยู่กับโครงการนี้มาเกือบ 20 ปีแล้ว

“จะมีปัจจัยระยะสั้นเกิดขึ้นอยู่เสมอ แต่เรามองการลงทุนในระยะยาว” คุณ Arnaud กล่าว

ด้านคุณภูมิระบุว่า เซ็นทรัลพัฒนายังคงเชื่อมั่นในศักยภาพของประเทศไทยและย่านบางนา โดยมองว่าปัจจุบันเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมในการลงทุน

สำหรับทั้งสองบริษัท เมกาบางนาเฟส 2 จึงไม่ใช่เพียงโครงการขยายพื้นที่ค้าปลีก แต่เป็นก้าวแรกของแผนพัฒนาเมืองขนาดใหญ่ที่จะใช้เวลาดำเนินการต่อเนื่องไปจนถึงปี 2583 ภายใต้แนวคิดการสร้างพื้นที่ที่รองรับการใช้ชีวิต การทำงาน และการพักผ่อนของคนเมืองในอนาคต

ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

หมดยุคแข่งฟังก์ชัน LG ส่ง AI ลุยคอนเซ็ปต์ ‘Zero Labor Home’ คืนเวลาให้ชีวิต

เดอะมอลล์ ชู AI-Powered Retail เปลี่ยน Traffic สู่ยอดขายด้วย Data และ AI

AI ไม่ได้มาแทนคน แต่จะกวาดล้างคนไม่ปรับตัว: ถอดบทเรียนจาก AIS และ CPN

×

Share

ผู้เขียน

The Story Thailand Avatar