บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 3 ปี 2569 จำนวน 10,677 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 4.0 จากไตรมาสก่อนหน้า สาเหตุหลักจากผลขาดทุนจากการวัดมูลค่ายุติธรรมของเงินลงทุนในตราสารหนี้ตามอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่ปรับสูงขึ้น ขณะที่รายได้จากธุรกิจหลักยังมีเสถียรภาพ โดยรายได้ดอกเบี้ยสุทธิปรับตัวดีขึ้น รายได้ค่าธรรมเนียมทรงตัวในระดับสูง ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานลดลง และการตั้งสำรองปรับลดลงตามคุณภาพสินทรัพย์ที่ดีขึ้น สำหรับงวดเก้าเดือนแรกของปี 2569 กลุ่มมีกำไรสุทธิ 31,989 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 14.3 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
รายได้ดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมสถียรภาพ ช่วยบรรเทาความผันผวนเงินลงทุน
รายได้ดอกเบี้ยสุทธิอยู่ที่ 27,452 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.5 จากไตรมาสก่อนหน้า โดยส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) ปรับตัวดีขึ้นมาอยู่ที่ร้อยละ 3.07 ขณะที่สินเชื่อขยายตัวร้อยละ 2.4 จากสิ้นปีก่อน สอดคล้องกับแนวทางการเติบโตอย่างคัดสรร นำโดยสินเชื่อลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่และสินเชื่อดิจิทัลของกลุ่ม Gen 2
ด้านรายได้ค่าธรรมเนียมและอื่น ๆ อยู่ที่ 11,498 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 6.2 จากปีก่อน และเติบโตร้อยละ 12.8 ในงวดเก้าเดือนแรก ซึ่งสูงกว่าเป้าหมายทั้งปี โดยมีธุรกิจบริหารความมั่งคั่งเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ แม้กิจกรรมการลงทุนของลูกค้าชะลอลงจากช่วงครึ่งปีแรกตามภาวะตลาด ขณะที่รายได้จากการลงทุนและการค้าบันทึกผลขาดทุน 424 ล้านบาท เทียบกับกำไร 2,552 ล้านบาทในไตรมาสก่อนหน้า จากผลกระทบการวัดมูลค่ายุติธรรมของตราสารหนี้ตามอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่เพิ่มขึ้น
รักษาวินัยด้านต้นทุนด้วย AI และระบบอัตโนมัติ
ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานอยู่ที่ 16,363 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 4.0 จากไตรมาสก่อนหน้า และลดลงร้อยละ 6.3 จากปีก่อน สะท้อนการยกระดับประสิทธิภาพด้วยการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และระบบอัตโนมัติมาประยุกต์ใช้ อัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ (Cost to Income Ratio) อยู่ที่ร้อยละ 42.5 เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้าเนื่องจากรายได้จากการลงทุนลดลง ส่วนงวดเก้าเดือนแรกอยู่ที่ร้อยละ 42.1 สอดคล้องกับเป้าหมายทั้งปี
คุณภาพสินทรัพย์ฟื้นตัว สำรองและเงินกองทุนแข็งแกร่ง
คุณภาพสินทรัพย์โดยรวมปรับตัวดีขึ้นจากการบริหารจัดการหนี้เชิงรุก การปรับโครงสร้างหนี้ การขายสินเชื่อด้อยคุณภาพและการตัดหนี้สูญอย่างคัดสรร ส่งผลให้สินเชื่อด้อยคุณภาพที่เกิดขึ้นใหม่ของธนาคารไทยพาณิชย์ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้อัตราส่วนสินเชื่อด้อยคุณภาพ (NPL Ratio) ของธนาคารปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่หกอยู่ที่ร้อยละ 2.95 ขณะที่ NPL Ratio ของกลุ่มอยู่ที่ร้อยละ 3.21 เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากร้อยละ 3.17 จากการปรับพอร์ตสินเชื่อของ AutoX ตามแผน
การตั้งสำรองลดลงร้อยละ 13.8 จากไตรมาสก่อนหน้า ส่งผลให้อัตราส่วนผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นต่อสินเชื่อ (Credit Cost) ลดลงมาอยู่ที่ร้อยละ 1.37 ขณะที่ Coverage Ratio และอัตราส่วนเงินกองทุนตามกฎหมายยังอยู่ในระดับแข็งแกร่งที่ร้อยละ 159.4 และร้อยละ 18.5 ตามลำดับ
อาทิตย์ นันทวิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ผลการดำเนินงานในไตรมาสนี้สะท้อนว่าความผันผวนได้กลายเป็นบริบทสำคัญของการดำเนินธุรกิจที่ไม่ใช่เรื่องชั่วคราวอีกต่อไป ทั้งจากตลาดการเงินและการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยที่ยังคงกระจุกตัวในภาคการส่งออกที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีและธุรกิจขนาดใหญ่ ขณะที่ภาคครัวเรือนและผู้ประกอบการรายย่อยจำนวนมากยังเผชิญแรงกดดัน อย่างไรก็ดี ธุรกิจหลักของกลุ่มยังมีเสถียรภาพ ภายใต้สามแนวทางสำคัญที่เรายึดมั่น ได้แก่ การเติบโตอย่างมีคุณภาพ การขยายฐานรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ย และการบริหารคุณภาพสินทรัพย์เชิงรุก”
“ขณะเดียวกัน เราได้เตรียมความพร้อมเชิงรุกเพื่อรองรับภูมิทัศน์ทางการเงินที่เปลี่ยนแปลง ทั้งการนำ AI มาใช้ยกระดับการให้บริการและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานทั่วทั้งกลุ่ม ตลอดจนการเตรียมเปิดให้บริการธนาคารไร้สาขา (Virtual Bank) โดยให้ความสำคัญสูงสุดกับเสถียรภาพของระบบและประสบการณ์ของลูกค้า”
“ควบคู่กันนี้ เรายังคงยืนเคียงข้างลูกค้าที่เผชิญความท้าทาย ทั้งครัวเรือนที่มีภาระหนี้สูงและผู้ประกอบการรายย่อย ผ่านโครงการ “คุณสู้ เราช่วย” และการปรับโครงสร้างหนี้ให้แก่ลูกค้าที่มีศักยภาพในการฟื้นตัว รวมถึงการเร่งให้ความช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยอย่างทันท่วงที เพราะเราเชื่อว่าการช่วยให้ลูกค้าและผู้ประกอบการก้าวผ่านช่วงเวลาที่ท้าทาย คือรากฐานสำคัญของการเติบโตอย่างยั่งยืนของเศรษฐกิจไทยโดยรวม”
อาทิตย์ กล่าวเพิ่มเติมถึงการส่งไม้ต่อตำแหน่งผู้บริหารว่า “สำหรับการเปลี่ยนผ่านผู้นำองค์กร ดร.อารักษ์ สุธีวงศ์ จะเข้ารับตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มเอสซีบีเอกซ์ ในวันที่ 1 มกราคม 2570 เป็นต้นไป โดยเราได้ทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด เพื่อเตรียมความพร้อมในทุกมิติ ให้การเปลี่ยนผ่านเป็นไปอย่างราบรื่นและต่อเนื่อง พร้อมสานต่อทิศทางเชิงกลยุทธ์ของกลุ่ม เพื่อสร้างคุณค่าอย่างยั่งยืนให้แก่ผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย”
ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ
Omise เปิด Mirai Flash ผู้ช่วย AI Coworker เชื่อมระบบองค์กร
Future Food Hub ร่วมเครือข่ายทุนอาหารโลก เปิดโอกาสธุรกิจไทยสู่เอเชีย–แอฟริกา
สมาคมสินทรัพย์ดิจิทัลไทย ชี้โอกาสเชื่อมตลาดทุน ชูโจทย์ลงทุนปรับระบบ



