Allianz Research เผยปัญญาประดิษฐ์เร่งเปลี่ยนสมดุลเศรษฐกิจ ดันไทย-มาเลเซีย-ฟิลิปปินส์ ขึ้นแท่นฐานผลิตสำคัญ รับอานิสงส์ลงทุน Data Center และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลทั่วโลก
รายงานล่าสุดจาก Allianz Research ระบุว่า เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังเข้ามาเปลี่ยนโครงสร้างการค้าโลกอย่างรวดเร็ว โดยภูมิภาคเอเชียกำลังก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางใหม่ของห่วงโซ่อุปทานด้าน AI ขณะที่ประเทศไทยเริ่มมีบทบาทในฐานะหนึ่งในประเทศที่มีอัตราการเติบโตสูงที่สุดในภูมิภาค
สถิติจากรายงานชี้ว่า มูลค่าการค้าสินค้าและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับ AI ทั่วโลก เติบโตขึ้น 280% ในช่วงปี 2014–2025 แตะระดับ 3.8 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นประมาณ 15% ของมูลค่าการค้าโลกทั้งหมด ซึ่งเป็นอัตราการเติบโตที่สูงกว่าการค้าสินค้าทั่วไป และกลายเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลก
ไทยก้าวขึ้นเป็นดาวรุ่งในห่วงโซ่อุปทาน AI โลก
ประเทศไทยมีอัตราการเติบโตของการส่งออกสินค้า AI สูงถึง 49% ในปี 2025 นับเป็นหนึ่งในประเทศที่เติบโตเร็วที่สุดในภูมิภาค ร่วมกับมาเลเซียและฟิลิปปินส์ ซึ่งกำลังก้าวขึ้นมาเป็นฐานการผลิตของโลกในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับ AI
ทั้งนี้ กลุ่มประเทศดังกล่าวมีสัดส่วนรวมกันประมาณ 11% ของมูลค่าการค้า AI ทั่วโลก และมีส่วนสร้างมูลค่าการค้าส่วนเพิ่มถึง 18% ในปีที่ผ่านมา สะท้อนบทบาทที่เพิ่มขึ้นของ ASEAN ในฐานะศูนย์กลางการผลิตและการลงทุนด้านเทคโนโลยีขั้นสูง
จุดแข็งของไทย: โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและอุปกรณ์ AI
รายงานระบุว่า ประเทศไทยมีบทบาทสำคัญในกลุ่มอุปกรณ์และโครงสร้างพื้นฐาน (Equipment) ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนถึง 43% ของการส่งออกสินค้า AI ของประเทศ สอดคล้องกับแนวโน้มการลงทุนด้าน Data Center ระบบ Cloud และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทั่วโลก
ปัจจัยดังกล่าวสะท้อนถึงศักยภาพของประเทศไทยในการรองรับการขยายตัวของเศรษฐกิจดิจิทัล และโอกาสในการดึงดูดการลงทุนจากบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกในอนาคต
โอกาสใหม่ ท่ามกลางความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์
แม้แนวโน้มการเติบโตของอุตสาหกรรม AI จะสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ แต่ Allianz Research เตือนว่า ห่วงโซ่อุปทาน AI ยังคงมีความกระจุกตัวสูง โดยเฉพาะในกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ ซึ่งอาจกลายเป็นความเสี่ยงสำคัญ หากเกิดความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์หรือข้อจำกัดทางการค้าในอนาคต
ขณะเดียวกัน การแข่งขันด้าน AI กำลังเปลี่ยนจากการแข่งขันด้านสินค้า ไปสู่การแข่งขันด้านโครงสร้างพื้นฐาน ไม่ว่าจะเป็น Cloud Computing, Data Centers และ Data Flows ซึ่งจะกลายเป็นปัจจัยสำคัญในการกำหนดศักยภาพทางเศรษฐกิจและความสามารถในการแข่งขันของแต่ละประเทศในระยะยาว
รายงานระบุเพิ่มเติมว่า ประเทศที่มีความเปิดกว้างทางการค้า พร้อมทั้งสามารถพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI ได้อย่างต่อเนื่อง จะเป็นกลุ่มประเทศที่ได้รับประโยชน์สูงสุดจากการเปลี่ยนผ่านครั้งนี้ โดยความเปิดกว้างทางการค้า สามารถอธิบายความแตกต่างของระดับการใช้งาน AI ระหว่างประเทศต่าง ๆ ได้มากถึง 23% ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า การเชื่อมโยงกับเศรษฐกิจโลกและการลงทุนด้านเทคโนโลยี จะกลายเป็นหัวใจสำคัญของการเติบโตทางเศรษฐกิจในยุค AI-driven Economy ต่อไปในอนาคต
ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ
ถอดบทเรียน ‘ไปรษณีย์ไทย-เงินติดล้อ’ พลิกองค์กรด้วย AI
ถอดรหัส J.AI Arena เมื่อ JMART เปลี่ยน AI เป็นระบบองค์กร



