Story of Business • Technology • Sustainability
Share on
×

Share

สิงห์ เอสเตท ชูพอร์ตโฟลิโอ ‘เชิงคุณภาพ’ ดันกำไรนิวไฮ พร้อมรุก Data Center

สิงห์ เอสเตท ชูพอร์ตโฟลิโอ ‘เชิงคุณภาพ’ ดันกำไรนิวไฮ พร้อมรุก Data Center

บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) หรือ S ผู้พัฒนาและลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ระดับสากล ประกาศทิศทางธุรกิจปี 2569 ภายใต้แนวคิด “STRONG FOUNDATION, SCALING THE FUTURE” มุ่งเน้นการสร้างรากฐานกำไรที่แข็งแกร่งผ่านสินทรัพย์เชิงคุณภาพ (Quality Portfolio) ท่ามกลางความท้าทายของเศรษฐกิจโลกและสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ ตั้งเป้ารายได้รวมทะลุ 14,000 ล้านบาท ขับเคลื่อนด้วยกลยุทธ์รายได้ประจำ พันธมิตรทางธุรกิจ และวินัยทางการเงินที่เข้มงวด

ชัยรัตน์ ศิวะพรพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงทิศทางการดำเนินงานในปี 2569 ว่า โลกของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในปัจจุบันกำลังเผชิญกับจุดเปลี่ยนสำคัญ เมื่อสภาวะเศรษฐกิจมหาภาคไม่ได้เอื้ออำนวยให้เติบโตในเชิงปริมาณเหมือนในอดีต ด้วยคาดการณ์ GDP ที่เติบโตเพียง 1.3 – 2% และนโยบายการปล่อยสินเชื่อที่เข้มงวดของสถาบันการเงิน สิงห์ เอสเตท จึงมุ่งเน้นกลยุทธ์ที่เรียกว่า “Quality over Quantity” หรือการเน้นคุณภาพเหนือปริมาณ โดยใช้จุดแข็งจากพอร์ตโฟลิโอที่มีสินทรัพย์หลากหลายและตั้งอยู่ในทำเลศักยภาพสูงระดับโลก

“หัวใจสำคัญของปีนี้คือการเปลี่ยนผ่านจากเกมปริมาณมาเป็นเกมคุณภาพ (Value-Driven) เราไม่ได้ต้องการเป็นรายใหญ่ที่สุด แต่เราต้องการเป็นพอร์ตโฟลิโอที่มีคาแรคเตอร์ชัดเจนและตรงใจความต้องการของลูกค้ามากที่สุด” คุณชัยรัตน์กล่าว

กลยุทธ์เสริมแกร่งเครื่องจักรสร้างกำไร

ชัยรัตน์ ศิวะพรพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน)

สิงห์ เอสเตท ได้วางรากฐานธุรกิจให้เป็นพอร์ตโฟลิโอเชิงคุณภาพตั้งแต่ต้น ปัจจุบันมีสินทรัพย์รวมกว่า 70,000 ล้านบาท แบ่งเป็น 4 กลุ่มธุรกิจหลัก ประกอบด้วย ธุรกิจที่พักอาศัย ธุรกิจโรงแรม ธุรกิจนิคมอุตสาหกรรม และธุรกิจอาคารสำนักงาน ที่สอดประสานกันเพื่อสร้างสมดุลระหว่างรายได้จากการขาย (Non-recurring Income) และรายได้ประจำ (Recurring Income) โดยในปี 2569 บริษัทมีเป้าหมายในการรักษาและขยายสัดส่วนรายได้ประจำให้อยู่ที่ 70-80% ของพอร์ตโฟลิโอรวม เพื่อเป็นกันชนในยามเศรษฐกิจผันผวน โดยมีกลไกขับเคลื่อนหลักใน 2 ธุรกิจ ได้แก่

  • ธุรกิจโรงแรม: ภายใต้การบริหารของ เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท (SHR) ซึ่งทำกำไรนิวไฮในปีที่ผ่านมา บริษัทมุ่งเน้นการยกระดับพอร์ตโรงแรม 18 แห่งทั่วโลกให้เป็นสินทรัพย์ระดับบน (Upper-Upscale) การปรับปรุงโรงแรมในไทยและฟิจิในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาเริ่มเห็นผลอย่างชัดเจนจากราคาค่าห้องพักเฉลี่ย (ADR) ที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยในปี 2569 จะมุ่งเน้นการเพิ่มมูลค่าสินทรัพย์ (Asset Enhancement) ในมัลดีฟส์และสหราชอาณาจักร เพื่อสร้างฐานกำไรใหม่ที่ยั่งยืน
  • ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อการค้า: สิงห์ เอสเตท พยายามก้าวข้ามการเป็นเพียงผู้ให้เช่าพื้นที่สำนักงาน สู่การสร้าง “Seamless Work-Life Destination” โดยปัจจุบันอาคารสิงห์ คอมเพล็กซ์ (Singha Complex) และเอส เมโทร (S Metro) มีอัตราการเช่าสูงถึงกว่า 90% ขณะที่อาคารเอส โอเอซิส (S Oasis) ในย่านกรุงเทพเหนือมียอดเช่าพุ่งถึง 56% และตั้งเป้าสู่ 70% ภายในสิ้นปี

กลยุทธ์สำคัญคือการบริหารสัดส่วนพื้นที่เช่าแบบ 80:20 โดยพื้นที่ 20% จะถูกจัดสรรเป็นสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบวงจร ตั้งแต่ร้านค้า ร้านอาหาร คลินิก และพื้นที่กิจกรรม เพื่อให้ผู้เช่าสามารถใช้ชีวิตในที่ทำงานได้อย่างมีความสุขและมีประสิทธิภาพตามแนวคิด “Work well, Live well, Stay well” ซึ่งจะช่วยรักษาฐานผู้เช่าหลัก (Key Tenants) ในระยะยาว

นิคมอุตสาหกรรมเอส อ่างทอง กับการรุกตลาด Data Center

หนึ่งในไฮไลต์สำคัญที่จะเป็น “Key Driver” สร้างการเติบโตของกำไรในปี 2569 อย่างมีนัยสำคัญ คือธุรกิจนิคมอุตสาหกรรมและโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งคุณชัยรัตน์ระบุว่า นิคมอุตสาหกรรม เอส อ่างทอง ถูกวางตัวเป็นกลุ่มคุณภาพที่ตอบโจทย์เทรนด์โลกอย่างแท้จริง โดยเฉพาะการดึงดูดกลุ่มลูกค้า Hyperscale Data Center ที่กำลังมองหาฐานการผลิตในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

นิคมฯ เอส อ่างทอง มีความได้เปรียบเหนือคู่แข่งด้วยองค์ประกอบ 5 ประการที่ Data Center ระดับโลกต้องการ ได้แก่ พื้นที่ขนาดใหญ่ (200-400 ไร่) ระบบไฟฟ้าที่เสถียรและน้ำประปาที่เพียงพอ โครงข่าย Fiber Optic ที่ทันสมัย และที่สำคัญที่สุดคือการมีแหล่งพลังงานทางเลือก ซึ่งสิงห์ เอสเตท มีโรงไฟฟ้าในเครือที่พร้อมจ่ายไฟสะอาดให้กับลูกค้ากลุ่มนี้

“เป้าหมายของเราในปี 2569 คือการปิดดีลผู้พัฒนา Data Center ระดับโลกอย่างน้อย 1 ราย ซึ่งการขายพื้นที่เพียงครั้งเดียวนี้จะสร้างรายได้เกือบ 1000 ล้านบาท และที่สำคัญกว่านั้นคือการสร้างรายได้ประจำจากการขายไฟฟ้าและน้ำประปาที่จะเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัว เป็นกลยุทธ์ที่เปลี่ยนสินทรัพย์ประเภท Non-recurring ให้กลายเป็น Recurring Income ที่มั่นคงในระยะยาว” คุณชัยรัตน์กล่าว

กลยุทธ์เติบโตอย่างก้าวกระโดดด้วยพันธมิตร

ในยุคที่การลงทุนมีความเสี่ยงรอบด้าน สิงห์ เอสเตท เลือกใช้โมเดลการเติบโตผ่านความร่วมมือ (Synergy) เพื่อลดภาระการลงทุนและเพิ่มขีดความสามารถในการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าใหม่ ที่ผ่านมาบริษัทประสบความสำเร็จจากโครงการ วัน ริเวอร์ พระราม 3 มูลค่ากว่า 3,000 ล้านบาท ร่วมกับ วัน เรียลเอสเตท ซึ่งทำยอดขายได้กว่า 98% และโครงการ ดิ เอส สุขุมวิท 36 มูลค่า 6,000 ล้านบาท ร่วมกับ Hong Kong Land ที่สามารถโอนปิดโครงการได้ทั้งหมดแล้ว

ในระยะต่อไป บริษัทเตรียมหาพันธมิตรเพื่อพัฒนาโครงการ Flagship โครงการ Branded Residence และการลงทุนในธุรกิจเกี่ยวเนื่องอื่น ๆ เช่น โกดังสินค้าหรือโรงงานให้เช่า

วินัยการเงินคือรากฐานของความเชื่อมั่น

คุณชัยรัตน์ย้ำว่า ความสามารถในการจัดหาเงินทุน (Funding Capability) คือเครื่องยนต์ที่ทำให้กลยุทธ์อื่นขับเคลื่อนไปได้ บริษัทให้ความสำคัญกับการบริหารต้นทุนทางการเงินอย่างมีประสิทธิภาพ โดยรักษาสมดุลระหว่างเงินกู้จากสถาบันการเงิน (70%) และการออกหุ้นกู้ (30%)

SHR ปลดล็อกมูลค่าพอร์ตโรงแรม

ไมเคิล มาร์แชล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท จำกัด (มหาชน)

ด้าน ไมเคิล มาร์แชล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท จำกัด (มหาชน) กล่าวเสริมถึงความสำเร็จของธุรกิจโรงแรมในปีที่ผ่านมาว่าสามารถทำกำไรปกติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 615 ล้านบาท และในปี 2569 นี้ SHR พร้อมก้าวสู่เฟสใหม่ด้วยกลยุทธ์ “Scaling to New Heights, Unlocking Greater Value” ผ่านการหมุนเวียนสินทรัพย์ (Asset Rotation) โดยเตรียมขายโรงแรม 15 แห่งในสหราชอาณาจักรที่ขีดความสามารถการทำกำไรจำกัด เพื่อนำเงินทุนไปลดภาระหนี้และหมุนเวียนลงทุนในสินทรัพย์ที่มีศักยภาพสูงกว่า

โดยบริษัทฯ เตรียมงบลงทุนประมาณ 3,000–3,500 ล้านบาท เพื่อขยายการลงทุนในประเทศไทย ซึ่งเป็นตลาดที่มีความเชี่ยวชาญและเครือข่ายที่แข็งแกร่ง สร้างความได้เปรียบด้านขนาด ควบคู่การลงทุนอย่างคัดสรรในโรงแรมระดับบน (Upper Upscale) และการบริหารแบบคลัสเตอร์ เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานและสนับสนุนการเติบโตในระยะยาว

นอกจากนี้ ยังเดินหน้าเพิ่มมูลค่าสินทรัพย์ด้วยการรีแบรนด์โรงแรมอีก 4 แห่งในสหราชอาณาจักรสู่แบรนด์ไลฟ์สไตล์อย่าง The Unlimited Collection และ lyf ร่วมกับเครือ The  Ascott Limited ซึ่งคาดว่าจะช่วยดันราคาห้องพัก (ADR) ให้เพิ่มขึ้นถึง 20-30%

จากกลยุทธ์ที่จะช่วยปลดล็อกการเติบโตดังกล่าว บริษัทจึงตั้งเป้าให้ภาพรวม Portfolio RevPAR เติบโตขึ้น 20-25% จากปี 2568 พร้อมทั้งคาดว่าจะสามารถปรับปรุงอัตรากำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี และค่าเสื่อมราคา (EBITDA Margin) ให้สูงขึ้นสู่ระดับประมาณ 30% จากการบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพตลอดจนการดำเนินงาน และลดอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยของหนี้ลงกว่า 0.50%

ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

K WEALTH ธนาคารกสิกรไทย สกัดอินไซต์ระดับโลก พลิกโฉมพอร์ตลงทุนรับเศรษฐกิจใหม่

Sukishi เปิดยุทธศาสตร์ 2569 รุก Retail ดันสัดส่วนยอดขายเป็น 20% รับสงครามราคาสุกี้

ยูบิลลี่ทุ่มงบขยายสาขา ชูดาต้าอัปยอดปี 69 โต 10%

×

Share

ผู้เขียน

The Story Thailand Avatar