เศรษฐกิจไทยยังเผชิญโจทย์ยากในการทำให้การเติบโต ส่งผลถึงธุรกิจและประชาชนในวงกว้าง หลังผ่านวิกฤติหลายระลอกจนครัวเรือนมีหนี้สะสม และเหลือกำลังรับมือความผันผวนน้อยลง ขณะที่ผู้ประกอบการรายย่อย ต้องประคองกิจการท่ามกลางรายได้ที่ลดลงและต้นทุนที่สูงขึ้น การประเมินทิศทางเศรษฐกิจจึงต้องมองให้ลึกกว่าตัวเลขการขยายตัว ว่าธุรกิจกลุ่มใดได้รับประโยชน์ และกลุ่มใดยังต้องดิ้นรนเพื่ออยู่รอด
ดร.พิพัฒน์ เหลืองนฤมิตชัย หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ กลุ่มธุรกิจการเงิน เกียรตินาคินภัทร (KKP) และ รตินันทน์ วงศ์วัชรานนท์ ผู้อำนวยการฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์และสื่อสารองค์กร ธนาคารไทยเครดิต จำกัด (มหาชน) ร่วมวิเคราะห์ความเปราะบางของเศรษฐกิจไทย ตั้งแต่ข้อจำกัดของการลงทุนใหม่ในการสร้างรายได้ภายในประเทศ ไปจนถึงปัญหาการเข้าถึงเงินทุนของธุรกิจขนาดเล็ก พร้อมเสนอแนวทางรับมือในช่วงที่การฟื้นตัวยังขึ้นอยู่กับราคาพลังงาน ความต่อเนื่องของการลงทุนด้าน AI และความสามารถในการปรับตัวของผู้ประกอบการ
ส่งออกโต ทำไมเศรษฐกิจไทยยังฟื้นไม่ทั่วถึง
ดร.พิพัฒน์ระบุว่า การส่งออกไทยนับจากต้นปีขยายตัว 18% และการลงทุนเพิ่มขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี แต่เศรษฐกิจกลับเติบโตเพียงประมาณ 2% สะท้อนภาวะ K Shape ที่ธุรกิจแต่ละกลุ่มเติบโตแตกต่างกันชัดเจน แม้อุตสาหกรรมเกี่ยวกับปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ได้รับแรงหนุนจากการลงทุนทั่วโลก แต่ยังมีโรงงานปิดกิจการและธุรกิจขนาดเล็กที่ดำเนินกิจการได้ยากขึ้น ภาพดังกล่าวทำให้ต้องพิจารณาว่าเหตุใดการส่งออกและการลงทุนที่เพิ่มขึ้นจึงยังไม่ช่วยให้เศรษฐกิจโดยรวมขยายตัวได้มากกว่านี้
สาเหตุหนึ่งที่เขาตั้งข้อสังเกต คือการส่งออกและการลงทุนใหม่ อาจใช้สินค้านำเข้าในสัดส่วนสูง จึงสร้างมูลค่าเพิ่มภายในประเทศได้ไม่มากนัก ขณะที่ผลต่อการจ้างงานยังไม่ชัดเจน ประชาชนจึงยังไม่รู้สึกว่าเศรษฐกิจดีขึ้น อย่างไรก็ตาม หากการลงทุนเข้ามาต่อเนื่องและมีขนาดมากขึ้น ก็อาจเริ่มส่งผลดีในวงกว้างได้ สิ่งที่ต้องติดตามจึงเป็นความเชื่อมโยงระหว่างการลงทุนใหม่กับธุรกิจในประเทศ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมดั้งเดิมอย่างรถยนต์ ปิโตรเคมี และเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ยังเผชิญปัญหา
ความแตกต่างนี้ยิ่งชัดเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศอื่นในภูมิภาค ดร.พิพัฒน์กล่าวว่า การลงทุนด้าน AI กำลังช่วยให้เศรษฐกิจหลายประเทศในเอเชียเติบโตได้ดี แต่ไทยยังขยายตัวต่ำ จึงเกิดคำถามต่อเนื่องว่า หากการลงทุนด้านนี้ชะลอลง เศรษฐกิจไทยจะได้รับผลกระทบอย่างไร ในช่วงที่แรงส่งจากอุตสาหกรรมใหม่ยังไม่สามารถทำให้ธุรกิจส่วนใหญ่รู้สึกถึงการฟื้นตัวได้ ความต่อเนื่องของการลงทุน AI จึงเป็นทั้งโอกาสและความเสี่ยงที่ต้องติดตาม
หนี้สูงและต้นทุนแพง กดดันครัวเรือนกับรายย่อย
แม้สถานการณ์ปีนี้ยังไม่หนักเท่าวิกฤติเศรษฐกิจปี 2540 วิกฤติการเงินโลกปี 2551 หรือช่วงโควิด แต่ ดร.พิพัฒน์มองว่า การเผชิญวิกฤติต่อเนื่องทำให้ความสามารถในการรับมือปัญหาของครัวเรือนลดลง เขาเปรียบเทียบว่า หนี้ครัวเรือนเพิ่มจากประมาณ 40% ของขนาดเศรษฐกิจในช่วงวิกฤติการเงินโลก มาอยู่ที่ประมาณ 80% เมื่อรายได้หายไปและหนี้สะสมมากขึ้น ครัวเรือนย่อมเหลือกำลังใช้จ่ายน้อยลง ขณะที่การกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยการให้ประชาชนกู้เงินมาใช้จ่ายเพิ่มก็ทำได้ยากขึ้น แม้เสถียรภาพเศรษฐกิจโดยรวมยังอยู่ในระดับพอใช้ก็ตาม
รตินันทน์กล่าวว่า ผู้ประกอบการรายย่อยกำลังเผชิญปัญหาหลายด้านพร้อมกัน โดยเฉพาะรายได้ที่ลดลงและต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นตามราคาน้ำมัน แต่ไม่ใช่ทุกร้านจะขึ้นราคาขายเพื่อชดเชยต้นทุนได้ สภาพคล่องจึงแย่ลงเมื่อเทียบกับปีก่อน ขณะเดียวกัน เมื่อเศรษฐกิจและผลประกอบการอ่อนแอ ธนาคารก็ระมัดระวังการปล่อยสินเชื่อให้ธุรกิจกลุ่มนี้มากขึ้น ผู้ประกอบการจึงหาเงินทุนหมุนเวียนได้ยาก ในช่วงที่ต้องการเงินมาประคองกิจการ ทั้งยังเผชิญการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นจากเทคโนโลยีที่เปิดให้ผู้เล่นรายใหม่เข้ามาทำธุรกิจได้ง่ายขึ้น
อย่างไรก็ตาม เธอเห็นว่าสถานการณ์ยังต่างจากช่วงโควิดที่กิจกรรมทางธุรกิจต้องหยุดลง เพราะผู้ประกอบการปัจจุบันยังเปิดดำเนินกิจการได้ และการผ่านวิกฤิตมาหลายครั้ง ทำให้หลายรายเรียนรู้ และปรับตัวได้เร็วขึ้น แต่รายย่อยยังเป็นกลุ่มเปราะบางที่ได้รับผลกระทบเร็วและมากเมื่อเศรษฐกิจอ่อนแอ การกลับมาเติบโตของเศรษฐกิจจึงมีความสำคัญต่อโอกาสฟื้นตัวของธุรกิจกลุ่มนี้ ซึ่งต้องรับภาระทั้งด้านรายได้ ต้นทุน และการเข้าถึงเงินทุนมาอย่างต่อเนื่อง
น้ำมันแพงเพิ่มแรงกดดันเงินเฟ้อและดอกเบี้ย

ราคาพลังงานเป็นความเสี่ยงสำคัญที่ยังไม่คลี่คลาย ดร.พิพัฒน์กล่าวว่า ราคาน้ำมันเบรนท์ลดลงจากระดับสูงสุดในไตรมาส 2 เพียงเล็กน้อย ขณะที่ราคาน้ำมันหน้าปั๊มกลับไปใกล้ระดับในช่วงดังกล่าว และกองทุนน้ำมันกลับมาติดลบประมาณแสนล้านบาทตามข้อมูลที่เขาระบุบนเวที ภาระจากพลังงานจึงยังส่งผลต่อทั้งต้นทุนธุรกิจและค่าครองชีพ พร้อมสร้างแรงกดดันเงินเฟ้อที่ทำให้ธนาคารกลางหลายประเทศต้องทบทวนทิศทางดอกเบี้ย จากที่เคยเตรียมลดดอกเบี้ยกลับต้องพิจารณาขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้ง
ดอกเบี้ยระยะยาวที่สูงขึ้น ยังเพิ่มภาระให้รัฐบาลหลายประเทศ จนนำไปสู่การรัดเข็มขัด และกระทบต่อบริการภาครัฐ ในช่วงที่ประชาชนยังเดือดร้อนจากค่าครองชีพ ดร.พิพัฒน์มองว่า ความเสี่ยงเหล่านี้อาจส่งผลกลับมาถึงไทยได้อีก แม้ปัจจุบันไทยยังได้รับผลกระทบไม่มากเท่าบางประเทศ ดังนั้น การที่ราคาน้ำมันลดลงจึงเป็นเงื่อนไขสำคัญที่จะช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้น ทั้งด้านต้นทุนการดำเนินธุรกิจและภาคท่องเที่ยวที่อาจได้รับประโยชน์หากราคาตั๋วเครื่องบินลดลงตามไปด้วย
รักษาสภาพคล่อง แก้ปัญหาก่อนกลายเป็นหนี้เสีย
สำหรับผู้ประกอบการรายย่อย รตินันทน์ให้น้ำหนักกับการรักษากระแสเงินสด เพื่อให้กิจการดำเนินต่อไปได้ท่ามกลางสถานการณ์ที่คาดการณ์ยาก ธุรกิจที่อยู่รอดจึงต้องเตรียมพร้อมรับความเปลี่ยนแปลง เรียนรู้สิ่งใหม่ และปรับวิธีดำเนินงานให้เหมาะกับสถานการณ์ เธอแนะนำให้ผู้ประกอบการเข้ามาหารือกับธนาคารตั้งแต่เริ่มมีปัญหาสภาพคล่อง เพื่อร่วมกันหาแนวทางช่วยเหลือหรือปรับโครงสร้างหนี้ เพราะหากปล่อยให้ปัญหาเรื้อรังจนกลายเป็นหนี้เสีย การแก้ไขจะยากขึ้น
รตินันทน์ระบุว่า สินเชื่อเอสเอ็มอีโดยรวมของอุตสาหกรรมหดตัวต่อเนื่องมาหลายไตรมาส ขณะที่ธนาคารไทยเครดิตยังคงปล่อยสินเชื่อให้ผู้ประกอบการรายย่อย โดยมีพนักงานติดตามดูแลลูกค้าอย่างใกล้ชิด หากเริ่มมีปัญหาจะพิจารณาช่วยปรับโครงสร้างหนี้ รวมถึงลดดอกเบี้ยตามความเหมาะสม ควบคู่กับการให้ความรู้เรื่องเพิ่มรายได้ ลดค่าใช้จ่าย และนำเทคโนโลยีมาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินธุรกิจ เพื่อให้การสนับสนุนเงินทุนสอดคล้องกับความสามารถในการดำเนินกิจการของลูกค้า
อีกแนวทาง คือการใช้ข้อมูลธุรกรรมประกอบการพิจารณาสินเชื่อ เธอยกตัวอย่างบริการ QR ร้านค้าของธนาคารไทยเครดิต ซึ่งเปิดให้ร้านค้ารับชำระเงินและทำธุรกรรมผ่านแอปพลิเคชัน ประวัติเงินเข้าออกเหล่านี้ช่วยให้ธนาคารเห็นกระแสเงินสดของกิจการ และสามารถนำไปประกอบการขอสินเชื่อในอนาคตได้ นอกจากนี้ ธนาคารยังใช้เทคโนโลยีช่วยวิเคราะห์สินเชื่อเบื้องต้น และคัดกรองว่าพนักงานควรเข้าไปดูแลลูกค้ารายใดในแต่ละวัน เพื่อให้ติดตามสถานการณ์และให้บริการได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
ใช้ AI เพิ่มรายได้ พัฒนาทักษะให้ทันงานที่เปลี่ยนไป
ดร.พิพัฒน์เห็นว่า ธุรกิจต้องนำเทคโนโลยีมาใช้เพิ่มความสามารถในการแข่งขันให้ได้ทั้งการลดต้นทุน ยกระดับคุณภาพสินค้าและบริการ และสร้างรายได้เพิ่ม เมื่อคู่แข่งใช้เทคโนโลยีมากขึ้น ธุรกิจที่ไม่ปรับตัวก็จะดำเนินกิจการได้ยากขึ้น สำหรับไทยที่ไม่ได้เป็นเจ้าของเทคโนโลยี ประเด็นสำคัญจึงอยู่ที่การเตรียมคนและธุรกิจให้สามารถใช้เครื่องมือเหล่านี้เกิดประโยชน์จริง โดยพิจารณาว่าจะช่วยให้ทำงานมีประสิทธิภาพขึ้น สร้างประสบการณ์ที่ดีให้ลูกค้า และเพิ่มความสามารถในการหารายได้อย่างไร
การเปลี่ยนแปลงนี้เกี่ยวข้องกับแรงงานโดยตรง เพราะงานที่ทำซ้ำและงานวิเคราะห์หลายประเภทมีโอกาสถูกเทคโนโลยีทดแทน แม้เป็นงานที่ต้องอาศัยทักษะ ดร.พิพัฒน์ยกตัวอย่างว่า บางบริษัทเริ่มให้พนักงานอาวุโสใช้ AI และลดจำนวนผู้ช่วยลง ทำให้ผู้จบการศึกษาใหม่ต้องเผชิญความท้าทายในการเข้าสู่ตลาดแรงงานมากขึ้น การเตรียมตัวจึงต้องรวมถึงทักษะการใช้ AI และการพัฒนาความสามารถอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน ประชาชนควรประเมินรายรับรายจ่ายตามสถานการณ์จริง บริหารความเสี่ยง และมองหาโอกาสเพิ่มรายได้ควบคู่กัน
รตินันทน์เสริมว่า ผู้ประกอบการยังต้องปรับตัวเรื่องความยั่งยืน เพราะทั้งกฎระเบียบและข้อกำหนดจากลูกค้าธุรกิจรายใหญ่มีความเข้มงวดขึ้น ไม่ว่าจะขายสินค้าในประเทศหรือส่งออก การนำเทคโนโลยีมาใช้จึงต้องพิจารณาผลต่อการดำเนินธุรกิจโดยรวม ทั้งการเพิ่มรายได้ ลดต้นทุน และความสามารถในการเติบโตต่อไป พร้อมเตรียมกิจการให้สอดคล้องกับเงื่อนไขทางธุรกิจที่เปลี่ยนแปลง ซึ่งเป็นอีกปัจจัยที่ผู้ประกอบการหลีกเลี่ยงได้ยาก
เศรษฐกิจปี 2570 ต้องจับตาน้ำมันและการลงทุน
สำหรับแนวโน้มปี 2570 ดร.พิพัฒน์เห็นว่า หากราคาน้ำมันลดลง เศรษฐกิจมีโอกาสดีขึ้นได้ แต่ยังต้องติดตามความต่อเนื่องของการส่งออก การผลิต และการลงทุน รวมถึงผลที่จะเกิดขึ้นกับอุตสาหกรรมดั้งเดิมและผู้ประกอบการรายย่อย เขามองว่าหากตัดความเสี่ยงด้านพลังงานออก เศรษฐกิจโลกยังอยู่ในภาวะดีมาก แต่คำถามคือการลงทุนด้าน AI จะดำเนินต่อเนื่องได้นานเพียงใด เพราะปัจจัยแต่ละด้านอาจเปลี่ยนไปคนละทิศทาง จึงยังระบุได้ยากว่าเศรษฐกิจจะกลับมาดีขึ้นอย่างชัดเจนเมื่อใด
รตินันทน์คาดหวังว่า หากสถานการณ์สงครามและราคาน้ำมันคลี่คลายจนเศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัว ธุรกิจเอสเอ็มอีจะมีโอกาสกลับมาเติบโต และสินเชื่อเอสเอ็มอีที่หดตัวมาหลายปีจะกลับมาขยายตัวได้อีกครั้ง อย่างไรก็ตาม ในระหว่างที่เงื่อนไขเหล่านี้ยังไม่แน่นอน สิ่งที่ผู้ประกอบการทำได้คือดูแลกระแสเงินสดอย่างใกล้ชิด ปรึกษาธนาคารเมื่อเริ่มมีปัญหา และปรับตัวให้ทันความเปลี่ยนแปลง เพื่อให้กิจการมีความพร้อมเมื่อโอกาสทางเศรษฐกิจกลับมา
ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ
IamStrong แพลตฟอร์มหางานวัย 55+ ผ่าน LINE เชื่อมคนมีประสบการณ์กับนายจ้าง
เวที Thailand’s Momentum ถกความคุ้มค่าดาต้าเซ็นเตอร์ ชู AI เพิ่มผลิตภาพธุรกิจไทย
‘เอกนิติ’ วางทิศทางเศรษฐกิจไทยปี 2570 เร่งลงทุนพลังงานสะอาดพัฒนาคน



