TH | EN
TH | EN
หน้าแรก Highlight นวัตกรรมสมองกลกำกับเบรกเกอร์ 4.0 แนวคิดใช้ไฟฟ้าปลอดภัยยุคดิจิทัล

นวัตกรรมสมองกลกำกับเบรกเกอร์ 4.0 แนวคิดใช้ไฟฟ้าปลอดภัยยุคดิจิทัล

ต่อให้เครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์จากค่ายผู้ผลิตต่าง ๆ จะตบเท้าเข้าสู่ตระกูล “สมาร์ท” มากมาย ไม่ว่าจะเป็นสมาร์ททีวี สมาร์ทตู้เย็น หรือสมารท์แอลอีดี แต่จนแล้วจนรอดอุปกรณ์สมาร์ทเหล่านี้ก็ไม่ทำให้ “บ้าน” หรือ “โรงงาน” ที่อุปกรณ์สมาร์ทเหล่านี้ติดตั้งอยู่กลายเป็น อาคารหรือที่อยู่อาศัยแบบสมาร์ทที่ชาญฉลาดสมชื่อ ซึ่งหมายรวมถึงปลอดภัยต่อการใช้งานได้อย่าง 100% ขึ้นมาได้

ชัชชม สุจริตโศภิต วิศวกรไฟฟ้าผู้เชี่ยวชาญที่ทำงานคร่ำหวอดอยู่ในวงการไฟฟ้ามาอย่างยาวนาน กล่าวกับ The Story Thailand ว่า เป็นเพราะอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าเหล่านี้ยังขาดฟันเฟืองตัวหนึ่งที่จะคอยควบคุมแหล่งให้กำเนิดพลังงานอย่าง “ไฟฟ้า” และกลายเป็นแนวคิดที่มาที่ทำให้ชัชชมเดินหน้าพัฒนานวัตกรรมบ้านไร้เบรกเกอร์ 4.0 ภายใต้ทุนสนับสนุนจากกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ (กทปส.)

ทั้งนี้ ในแต่ละปีข้อมูลจากสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกรุงเทพมหานครรายงานว่า สถานประกอบการและอาคารที่อยู่อาศัยภายในพื้นที่เขตกรุงเทพฯ ในรอบ 6 เดือนที่ผ่านมา (ราวเดือนมิถุนายน – ธันวาคม 2564) มีเหตุอัคคีภัยเกิดขึ้นทั้งสิ้น 342 ครั้ง เกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร 312 ครั้ง และจากการจุดธูปเทียน 39 ครั้ง 

กล่าวได้ว่า ในการเกิดไฟไหม้ในทุกครั้ง 62% เกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร ขณะที่อีก 28% มีสาเหตุมาจาก “ไฟ” จริง ๆ และเหตุที่เกิดจากไฟฟ้าลัดวงจรมีต้นทางมาจากสายไฟฟ้า ปลั๊กไฟฟ้า สะพานไฟ และพัดลม เป็นส่วนใหญ่ เนื่องจากเป็นอุปกรณ์ที่ใช้งานมานาน โดยคิดเป็นมูลค่าความเสียหายรวมกว่า 10,000 ล้านบาท  

ในมุมมองของชัชชม สาเหตุของการเกิดไฟไหม้เพราะไฟฟ้าลัดวงจรข้างต้นล้วนเป็นสิ่งที่สามารถป้องกันได้ ด้วยนวัตกรรมที่ตนพัฒนาขึ้นมาภายใต้โครงการ “บ้านไร้เบรกเกอร์ 4.0 กับการปฎิวัติอุตสาหกรรมการใช้ไฟฟ้าและการป้องกันภัย” 

“นวัตกรรมบ้านไร้เบรกเกอร์ 4.0 คือการเล่นคำ ตัวอุปกรณ์ยังมีตัวป้องกันไฟฟ้าอยู่ คำว่าเบรกเกอร์ คือ การป้องกัน ถ้าเป็นคนทั่วไปเวลาพูดถึงเบรกเกอร์มักจะนึกถึงตัวคันโยกเพื่อสับไฟเวลาไฟรั่วที่อยู่ในบ้าน ดังนั้น เพื่ออยากให้คนหลุดพ้นจากภาพจำนั้นจึงใช้คำว่านวัตกรรมบ้านไร้เบรกเกอร์ เพราะจริง ๆ แล้วตัวที่จะมีมาแทนจะเป็นอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมด โดยอิเล็กทรอนิกส์ในทีนี้หมายถึงสมองกล เป็นการเอาสมองกลมาแทนเบรกเกอร์” ชัชชม กล่าว

ชัชชมอธิบายเพิ่มเติมว่า โดยพื้นฐานแล้วการใช้ไฟฟ้าทุกชนิดต้องมีตัวตัดไฟ หรือตัวป้องกัน พูดให้เข้าใจง่ายขึ้นคือในทุกการใช้ไฟฟ้าจะต้องมีตัวป้องกันเพื่อไม่ให้เกิดอันตรายจากการใช้ไฟฟ้า ไม่ว่าจะป้องกันในรูปไหนก็ตาม เพราะฉะนั้นนวัตกรรมบ้านไร้เบรกเกอร์จึงไม่ได้หมายถึงการตัดเอาตัวป้องกันการตัดไฟอย่างเบรกเกอร์ทิ้งไป แต่เป็นการเปลี่ยน “การป้องกันนั้นให้เป็นรูปแบบดิจิทัล” 

ในส่วนของแนวคิดนวัตกรรมบ้านไร้เบรกเกอร์ 4.0 นี้ ชัชชม กล่าวว่า เป็นการต่อยอดมาจากความรู้ความชำนาญที่ตนเองมีในเรื่องของการป้องกันอันตรายที่เกิดจากฟ้าผ่า ไฟกระโชก เป็นการป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหาย 100% 

“ความสามารถตรงนี้ทำให้เกิดแนวคิดต่อยอดมาว่า ทำไมเวลาไฟไหม้บ้านจึงไม่สามารถป้องกันได้ คำตอบที่ได้คือเนื่องจากว่าเวลาที่เกิดไฟไหม้นั้น กระแสไฟฟ้าไม่ได้เกิน ไฟไม่ได้รั่ว เรียกได้ว่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นตัวเบรกเกอร์ไม่มีทางรู้ได้เองถ้าเราไม่ใส่สมองกลเข้าไป แต่การใส่สมองกลเข้าไปมันต้องทำงานมากกว่านั้น หมายความว่าแทนที่จะต้องทำงานเพียงแค่ตัดไฟ ตัวสมองกลนี้ต้องวิเคราะห์ให้ได้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นในบ้านหลังนั้นหรือสถานที่นั้น เรานำความรู้พื้นฐานทั่วไปทางวิชาการเกี่ยวกับไฟฟ้าใส่เข้าไปในสมองกล ทำให้มันฉลาด” ชัชชม กล่าว

เมื่อติดตั้งตัวอุปกรณ์ที่ทำให้บ้าน “สมาร์ท” ขึ้นแล้ว จะทำให้เจ้าของบ้านรู้ว่า อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่อยู่ในบ้านทั้งหมดมีการใช้ไฟฟ้าอย่างเหมาะสมหรือไม่ มาก-น้อยเกินไป มีไฟรั่ว ไฟเกิน หรือเกิดความร้อนในส่วนใด จนสามารถแจ้งเตือนเจ้าบ้านและจัดการตัดไฟได้ทันก่อนที่จะเกิดไฟฟ้าลัดวงจร ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดไฟไหม้นั่นเอง 

“สิ่งที่เราคิดค้นและผลิตขึ้นมา คือ ซีพียูเอาสิ่งที่เราต้องการทั้งหมดใส่เข้าไป และสร้างขึ้นมาเป็นซีพียู หรือสมองกล เราไม่อยากใช้คำว่าเบรกเกอร์เพราะจะทำให้คนเข้าใจว่าเราทำงานเหมือนเบรกเกอร์ ทำให้กรอบความคิดของคนแคบลงมา คิดแค่ว่ามันเป็นอุปกรณ์สำหรับตัดต่อไฟเท่านั้น และอาจทำให้คนสับสนกับ “สมาร์ทเบรกเกอร์” ที่เปิดตัวออกมาใหม่ โดยตัวสมาร์ทเบรกเกอร์นั้น ไม่มีกลไกอะไรที่ซับซ้อน เพราะเป็นการเอาตัวเบรกเกอร์มาติดไวไฟทำให้สามารถสั่งงานผ่านแอปพลิเคชัน โดยสมาร์ทโฟน และรับส่งสัญญาณแบบไร้สายเท่านั้น แต่อันนี้คือซีพียูที่เราพัฒนาขึ้นมา มีสมองกลที่ตั้งโปรแกรมให้เรียนรู้ได้ว่า กรณีไฟฟ้าแบบใดเป็นอันตรายและควรเข้าไปจัดการ ทำให้ป้องกันความปลอดภัยได้ 100%” ชัชชม กล่าว

สำหรับหลักการทำงานจะอาศัยจุดเริ่มต้นของการที่ทุกบ้านจะจุดศูนย์รวมของการใช้ไฟฟ้าอยู่แล้ว ดังนั้น จึงเพียงนำ “ซีพียู” นี้ติดตั้งเข้าไปกลายเป็นระบบสมองกลดิจิทัล ที่นอกจากจะทำให้ทราบถึงสาเหตุของปัญหาไฟฟ้าขัดข้องที่เกิดขึ้นได้แล้ว ยังสามารถนำข้อมูลที่ได้มาวางแผนการใช้พลังงานเป็นรายวัน รายสัปดาห์ รายเดือน หรือรายปี รวมทั้งแจ้งเตือนความผิดปกติของปริมาณการใช้ไฟฟ้าเพื่อช่วยในการประหยัดและเพื่อความปลอดภัย 

“เมื่ออุปกรณ์มี AI หมายความว่ามันมีปัญญา ดังนั้นเมื่อไปติดตั้งที่ไหนก็ตามที่มีกระแสไฟฟ้า มันจึงสามารถเรียนรู้และเข้าใจได้ว่าเกิดอะไรขึ้น มีอุปกรณ์ไฟฟ้าอะไรบ้างที่ติดตั้งอยู่ เกิดปัญหาอะไร โดยตัวซีพียูจะติดตั้งเข้าไปในตัวเบรกเกอร์ปกติทั่วไปมีชิพฝังอยู่ ทำให้สามารถสั่งงาน เรียนรู้และเก็บข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับไฟฟ้าทั้งหมด รวมถึงสามารถคาดการณ์ความเป็นไปได้ต่าง ๆ มากมาย แบบไม่จำกัดเพื่อความปลอดภัย” ชัชชม กล่าว

เรียกได้ว่า ระบบซีพียูจะทำงานร่วมกับสมองกลที่มีระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่จะคอยตรวจจับคลื่นไฟฟ้าและตัดสินใจตัดต่อวงจรไฟฟ้าก่อนเกิดภัยทางไฟฟ้าทุกชนิด ช่วยให้ผู้ใช้งานรู้สึกอุ่นใจปลอดภัย ขณะเดียวกันสามารถส่งผ่านข้อมูลพารามิเตอร์ทางไฟฟ้าไปยังแพลตฟอร์มที่เชื่อมไปยังสมาร์ทโฟนของเจ้าของผ่านระบบ WiFi โดยที่จะมีระบบบริหารจัดการให้บ้านสามารถคิดได้เอง หรือเป็นเสมือนคอมพิวเตอร์ที่มีเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านเป็นองค์ประกอบในการทำงานผ่านเครื่องมือสื่อสารได้อย่างแท้จริงบนระบบเดียว

อย่างไรก็ตาม เป้าหมายหลักของชัชชมไม่ได้หยุดอยู่แค่การเปิดตัวนวัตกรรมบ้านไร้เบรกเกอร์ 4.0 ออกสู่ท้องตลาดในวงกว้าง แต่เป็นการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ไฟฟ้าของผู้บริโภค เหมือนกับที่สมาร์ทโฟนเข้ามาเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้งานของโทรศัทพ์ของผู้คนในทุกวันนี้ ดังนั้นนอกจากการคิดค้นตัวสมองกลกำกับเบรกเกอร์ และเข้าไปดำเนินการติดตั้งให้แล้ว ชัชชมยังต่อยอดไปถึงการให้บริการดูแลระบบไฟฟ้าของตัวอาคาร โรงงาน หรือที่อยู่อาศัยที่มีการติดตั้งระบบดังกล่าว 

“เช่น กรณีที่มีผู้ใช้งานติดตั้งระบบดังกล่าว 50 ราย ทุกรายจะฝากข้อมูลให้คอยดูแล กรณีที่เกิดปัญหาขึ้น เราก็สามารถดูแลให้ได้เลย โดยที่คุณไม่ต้องกังวลว่าถ้าเกิดไฟช็อตแล้วคุณทำงานอยู่อีกที่ คุณต้องทำอย่างไร ซึ่งเราดูให้มีปัญหาอะไรจะเข้าไปช่วยจัดการแก้ไขให้” ชัชชม กล่าว

ปัจจุบัน โครงการของชัชชมมีการติดตั้งไปแล้วประมาณกว่า 600 วงจร ครบตามเงื่อนไขของโครงการของทุนกทปส. เมื่อช่วงกลางปี 2564 ที่ผ่านมา บวกกับรุ่นแรกที่มีการติดตั้งแล้วกว่า 100 วงจร ทำให้ขณะนี้มีวงจรติดตั้งทั้งหมดกว่า 700 วงจร และคาดว่าจะติดตั้งได้อีกประมาณหนึ่งพันกว่าวงจรในอนาคตอันใกล้นี้ โดยลูกค้าที่ติดต่อเข้ามาแสดงความจำนงต้องการใช้ มีตั้งแต่บ้านทั่วไป สมาร์ทฟาร์มมิง และบริษัทที่ดำเนินการเรื่องเหมืองขุดบิทคอยน์ 

อย่างไรก็ตาม ชัชชมยอมรับว่านวัตกรรมบ้านไร้เบรกเกอร์นี้ยังคงต้องมีการดำเนินการพัฒนาต่อยอดเพื่อให้สามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้งานได้อย่างครอบคลุมมากที่สุด รวมถึงบรรลุเป้าหมายของตนเองที่ต้องการทำให้ผู้ใช้งานได้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ไฟฟ้าของตนเอง ผ่านการใช้งาน “สมองกล” ตัวนี้ 

“ในฐานะผู้เชี่ยวชาญเราเข้าใจดีว่าอุปกรณ์หนึ่งเครื่องไม่สามารถป้องกันครอบจักรวาลได้ แต่ชาวบ้านเขาไม่เข้าใจกับเรา ดังนั้น เราจึงตระหนักว่าเป็นหน้าที่ของเราที่จะต้องสร้างเครื่องมือที่จะสามารถป้องกันสารพัดปัญหาของผู้ใช้ไฟฟ้าให้ได้ นี่คือเหตุผลที่ทำให้เราทุ่มเทกับการทำงานวิจัยในครั้งนี้ เราต้องการผลักดันเรื่องนี้ให้เป็นมาตรฐานใหม่ในการมีไฟฟ้าใช้ ซึ่งจะสามารถต่อยอดไปใช้ในการขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจดิจิทัลได้ในอนาคต” ชัชชม กล่าว

ด้าน นฤเบศ วรรคดี กรรมการบริหาร บริษัท สิงโตพลาสติก จำกัด เจ้าของโรงงานรับฉีดพลาสติกในจังหวัดกาญจนบุรี ในฐานะผู้ใช้งานระบบจริงกล่าวว่า การติดตั้งระบบช่วยให้สามารถบริหารจัดการการใช้ไฟฟ้าของโรงงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทั้งในแง่ของความปลอดภัยจากอุบัติภัยต่าง ๆ และการใช้ไฟอย่างประหยัด โดยที่ตนเองสามารถตรวจสอบระบบไฟฟ้าของโรงงานผ่านสมาร์ทโฟนจากที่ไหนก็ได้

“ระบบช่วยให้เรารู้จักตนเอง รู้จักพฤติกรรมการใช้ไฟของตนเอง และทำให้เราวางแผนการใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยการติดตั้งก็ทำได้ง่าย และสามารถทำได้เอง ซึ่งสำหรับตัวโรงงานก็ใช้เวลาเพียงครึ่งวันก็สามารถติดตั้งได้เสร็จสิ้นเรียบร้อย” นฤเบศ กล่าว

ในฐานะผู้ใช้งานจริง นฤเบศ เผยว่า กำลังหารือ (กับคุณชัชชม) เพื่อให้ตัวซีพียูดังกล่าวสามารถยกระดับประสิทธิภาพในการทำงานขึ้นไปอีกขั้น คือ จากเดิมที่สามารถระบุกำลังการใช้แบบกิโลวัตต์ แล้วคำนวณออกมาเป็นค่าใช้จ่ายรายเดือนได้แล้ว ให้ระบบดังกล่าวสามารถคำนวณการใช้ไฟแบบลงลึก จนกระทั่งสามารถระบุออกมาได้ว่า การฉีดพลาสติกหนึ่งชิ้นตามคำสั่งของลูกค้ามีต้นทุนค่าไฟที่เท่าไร เพื่อความเหมาะสมในการประเมินราคาผลิตของโรงงานได้อย่างถูกต้องแม่นยำขึ้นต่อไป

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

3 กูรู แนะ SMEs-สตาร์ตอัพไทย ปรับตัวรับ “ศตวรรษแห่งเอเชีย”

ประมวลสุดยอดข่าวสายเทคฯ ทั่วโลก ปี 2021

“นิพนธ์ บุญเดชานันทน์” ซีอีโอ WHAUP ตั้งเป้ายืนหนึ่งผู้นำตลาดพลังงานสะอาดแห่งภูมิภาคเอเชีย

STAY CONNECTED

6,910แฟนคลับชอบ
0ผู้ติดตามติดตาม

Lastest News

LINE MAN ทุ่มงบ 1 แสน หนุน #เราต้องรอด มอบโค้ดส่วนลดค่าส่งยาให้ผู้ป่วย Home Isolation

ในการเรียกใช้บริการไรเดอร์จาก LINE MAN เพื่อจัดส่งยาถึงบ้านผู้ติดเชื้อโควิด-19 กลุ่มผู้ป่วยสีเขียวอาการไม่รุนแรง ที่ทำการแยกกักตัวรักษาที่บ้าน

ชาวบ้านบ่นหมูแพง ผู้แบงก์ชาติว่าเสถียรภาพราคายังโอเค

การรับรู้ถึงปัญหาปากท้องหรือค่าครองชีพ ระหว่างชาวบ้านที่อยู่ปลาย ๆ ทางของระบบเศรษฐกิจกับแบงก์ชาติซึ่งมีหน้าที่ดูแลเสถียรภาพเศรษฐกิจที่อยู่ต้นทางมักต่างมุมกันเสมอ ช่วงสองสามสัปดาห์ที่ผ่านมา ในขณะที่ชาวบ้านบ่นเรื่องข้าวของในตลาดที่แพงขึ้นพร้อม ๆ กันทั้งประเทศ โดยเฉพาะราคาเนื้อหมูที่ราคาไต่ระดับขึ้นต่อเนื่อง มาตั้งแต่กลางปีที่แล้วจากประมาณ 150 บาทต่อกิโลกรัม มาอยู่ที่ 200-240 บาทต่อกิโลกกรัม ในปัจจุบัน  ซึ่งเป็นปรากฎการณ์ราคาครั้งแรกในรอบ 10 ปี ที่ชาวบ้านยากจะยอมรับ ด้วยเหตุนี้หมูแพงจึงเป็นประเด็นร้อนตั้งแต่ในครัวไปจนถึงทำเนียบรัฐบาล

จริงหรือไม่? คริปโทฯ (Cryptocurrency) ใช้พลังงานสูง ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

เพราะเหตุใด Cryptocurrency ถึงใช้พลังงานไฟฟ้าสูง ส่งผลกระทบให้โลกร้อนจนนักสิ่งแวดล้อมต้องออกมาเตือน เราหาคำตอบของเรื่องนี้มาให้แล้ว ไปติดตามกันได้เลย

ก.พลังงาน เตรียมจัดงาน Future Mobility Asia 2022 ปูทางไทยสู่ศูนย์กลางอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าในเอเชีย

งานนิทรรศการครั้งแรกที่จัดแสดงแนวคิด นวัตกรรม เทคโนโลยี และโซลูชันด้านยานยนต์แห่งอนาคตได้อย่างครอบคลุม

“ซิปโซ่” เอสเอ็มอีกับนวัตกรรมข้าวต้ม Ready to Eat เข้าถึงลูกค้าขายผ่านร้านเซเว่นฯ

ชูจุดขายใช้นวัตกรรม ช่วยคงความหอมและคุณประโยชน์ทางโภชนาการ

เสือลำบาก “เศรษฐกิจแย่-การเมืองยุ่ง”

ขณะที่เรากำลังเผชิญภาวะราคาสินค้าหลายๆตัวขยับเพิ่มสูงขึ้นพร้อม ๆ กันอย่างต่อเนื่อง ปรากฏการณ์นี้เริ่มมาตั้งแต่ปีที่แล้ว เมื่อราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในตลาดโลกพุ่งกระฉูด

MG เปิดเกมรุก สร้างระบบนิเวศ EV ครบวงจร พร้อมดันอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยทัดเทียมตลาดโลก

เอ็มจี ค่ายผู้ผลิตรถยนต์ชั้นนำสัญชาติจีนเปิดเกมรุกเตรียมสร้างระบบนิเวศรองรับอุตสาหกรรมการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า (อีวี) ไทยแบบครบวงจร ไล่เรียงตั้งแต่ต้นน้ำด้วยการสร้างโรงงานผลิตรถยนต์แบตเตอร์รี ไปจนถึงปลายน้ำ

แอร์บัส – NTT DOCOMO – SKY Perfect JSAT ร่วมกันศึกษาบริการการเชื่อมต่อไร้สายทั่วโลกบนอวกาศ

ความร่วมมือในการเริ่มศึกษาความเป็นไปได้ของการร่วมใช้งานบริการเชื่อมต่อจากเทคโนโลยี High-Altitude Platform Stations (HAPS) แห่งอนาคต ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศการเชื่อมต่อไร้สายบนอวกาศในอนาคต

วีโร่ ลงนามปฏิญญา Clean Creatives

ประกาศจุดยืนร่วมต่อต้านการปฏิเสธการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศและการเผยแพร่ข้อมูลเท็จเกี่ยวกับเชื้อเพลิงฟอสซิล

Amazon Global Selling หนุน SME ไทยโตตลาดโลก

งานประชุม Amazon Global Selling Thailand Seller Conference ในรูปแบบสัมมนาออนไลน์ของ อเมซอน โกลบอล เซลลิ่ง ผ่านไปด้วยความสำเร็จ โดยมี SME ไทยกว่า 5,000 รายให้ความสนใจและเข้าร่วมงาน

MUST READ

New Year Resolution ลงทุนอย่างมีเป้าหมาย พอร์ตแกร่งพิชิตผลตอบแทนรับปีเสือนอนกิน

สวัสดีปีใหม่ 2565 ครับ ปีแห่งความหวังของทุกคน ขอให้ทุกอย่างดีกว่าปีก่อน ๆ ผมเชื่อว่า เริ่มต้นปี ทุกคนต่างวางเป้าหมายสิ่งที่จะทำในปีนี้

เอสซีจี เดินหน้ากลยุทธ์ ESG ส่งแคมเปญ ‘คุณเลือกเพื่อโลกได้’

ชวนคนไทยปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เลือกสินค้าและบริการที่มีฉลาก ‘SCG Green Choice’ เพื่ออนาคตของโลกและคุณภาพชีวิตที่ดีกว่า พร้อมเตรียมเปิดตัวภาพยนตร์โฆษณาชุด ‘คิดก่อนซื้อ’ กระตุ้นผู้บริโภคร่วมรักษ์โลก

Blockdit เผยสถิติและพฤติกรรมการใช้แพลตฟอร์มที่เข้าใจคนเสพคอนเทนต์อย่างแท้จริง ปี 2564

แม้สถานการณ์โควิด-19 ในประเทศไทยในปีที่ผ่านมามีแนวโน้มการระบาดสูงขึ้น ทำให้เกิดผลกระทบในด้านต่าง ๆ มากมาย รวมถึงพฤติกรรมของคนไทยที่เปลี่ยนไป แต่อย่างไรความต้องการในการเสพข้อมูลของคนไทยผ่านช่องทางโซเชียลกลับสวนทางกัน

เมื่อขาใหญ่ Binance จับมือ GULF บุกตลาดคริปโทฯ ในไทย

ข่าวการประกาศความร่วมมือระหว่าง GULF กับ Binance บริษัทซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลที่ใหญ่ที่สุดในโลก สร้างแรงกระเพื่อมอีกครั้งสำหรับวงการการเงินดิจิทัลของไทย

DITTO ปิดจ็อบ 7 โปรเจกต์รวด รับปีเสือสุดหรูกว่า 1 พันล้านบาท

DITTO เปิดศักราชใหม่สุดหรู ปิดจ็อบ 7 โปรเจกต์รวดกว่าพันล้านบาททั้งพัฒนาระบบโทรมาตรด้วยการนำเทคโนโลยีล่าสุดและระบบ DATA มาใช้วิเคราะห์เพื่อให้มีความแม่นยำที่สุด
Newsletter

สนใจรับข่าวสารจาก The Story Thailand อัพเดตก่อนใคร สมัคร Newsletter กับเราเพียงกรอกอีเมลเท่านั้น