TH | EN
TH | EN
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกColumnistเกิดอะไรขึ้นกับเศรษฐกิจไทย

เกิดอะไรขึ้นกับเศรษฐกิจไทย

ดัชนีตลาดหุ้นที่ทรุดลงมาที่ 1,315.66 จุด ลดลง 17.08 จุด หรือ -1.28% ระหว่างการซื้อ-ขายช่วงเช้าของวันที่ 10 มิถุนายน ที่ผ่านมา ทำสถิติดัชนีหุ้นต่ำสุดในรอบ 4 ปี  (ดัชนีวันดังกล่าวปิดที่ 1,318.57 จุด) ผนวกกับนักลงทุนต่างชาติเทขายหุ้นไทยทิ้งต่อเนื่องโดยนับจากวันที่ 21 พฤษภาคม – 10 มิถุนายน 2567 รวมมูลค่ากว่า 2.28 หมื่นล้านบาท  “หุ้นตก” จึงเป็นประเด็นที่สื่อต่าง ๆ ยกขึ้นมารายงานและถามความเห็นกับผู้เกี่ยวข้องกันอย่างกว้างขวาง

แม้ นายกฯเศรษฐา ทวีสิน บอกกับผู้สื่อข่าวว่า ความผันผวนในตลาดหุ้นเป็นผลมาจาก 3 คดีการเมืองคือ คดียุบพรรคก้าวไกล คดีสมาชิกวุฒิสภา 40 คน ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าความเป็น รัฐมนตรีของ นายกฯเศรษฐาสิ้นสุดลงหรือไม่ และ คดี 112 และการกระทำความผิดเกี่ยวกับ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ของทักษิณ ชินวัตร  

แต่ในความเป็นจริงแล้ว ตลาดหุ้นเริ่มรับผลกระทบจากการเมืองที่เริ่มคาดเดายากขึ้น นับตั้งแต่ทักษิณออกมาแสดงบารมีทางการเมือง หลังออกจากโรงพยาบาลเมื่อเดือน กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา จนนายกฯเศรษฐาต้องคอยตอบคำถามสื่อทั้งไทยและเทศเป็นระยะ ๆ ว่าตนเองนั้นมีอำนาจเต็ม

โหมดการเมืองคาดเดายาก ถือเป็นปัจจัยซ้ำเติมอาการซึมของตลาดหุ้นที่เริ่มปรากฎมาตั้งแต่ปลายปีที่แล้วโดยดัชนีตลาดหุ้นไหลลงต่ำกว่า 1,400 จุดโดยยวบลงมาปิดที่ 1,399.21 จุดหลังดัชนีตลาดหุ้นลดลง 25 จุดเมื่อวัน 20 ตุลาคม 2566 ซึ่งถือว่าต่ำสุดในรอบ 3 ปี โดยมีปัจจัยจากสงครามกาซ่าร่วมด้วย

นอกจากนี้ความซบเซาในตลาดหุ้นยังมี ปัจจัยร่วมอื่น ๆ อีก โดยเฉพาะกระแสข่าวกดดันให้แบงก์ชาติลดดอกเบี้ยหรือไปไกลขนาดว่าฝ่ายการเมืองจะส่งคนเข้ามาเป็นประธานแบงก์ชาติ เพื่อคุมเชิงนโยบายการเงินให้เป็นไปตามทิศทางที่รัฐบาลต้องการ ซึ่งมีนัยถึงการแทรกแซงแบงก์ชาติและกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน รวมไปถึงความเปราะบางในระบบเศรษฐกิจที่สะท้อนให้เห็นจากหลายภาคส่วนธุรกิจกำลังเผชิญกับปัญหา จนชวนให้คิดว่า เกิดอะไรขึ้นกับ เศรษฐกิจบ้านเรา?  

เช่น วงการอสังหาริมทรัพย์ ไตรมาสแรกปีนี้ หน่วยโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยทั่วประเทศอย่ 72,954 หน่วย ต่ำสุดในรอบ 6 ปี นับจากจากปี 2561 ถึงไตรมาสแรกปีนี้ ตามรายงานของ ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) และผู้ประกอบการบอกว่า ปัญหาใหญ่ที่ดิเวลลอปอปอร์ต้องเผชิญคือ ยอดรีเจ็กต์ หรือแบงก์ปฏิเสธให้กู้ในกลุ่มที่อยู่อาศัยราคาไม่เกิน 3 ล้านบาทสูงกว่า 60%

หรือในวงการรถยนต์สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) รายงานยอดขายรถยนต์สะสม 4 เดือนแรกอยู่ที่ 210,494 คัน ลดลง 23.9% เทียบช่วงเดียวกันปีก่อนหน้า เมื่อแยกประเภท รถยนต์นั่งมียอดขายรวมอยู่ที่ 82,903 คัน ลดลง 15.2% และรถเพื่อการพาณิชย์มียอดขายรวม 127,591 คัน ลดลง 28.7%

การหดตัวของตลาดรถยนต์มาจากปัญหาเดียวกับวงการอสังหาริมทรัพย์คือ สถาบันการเงิน ปล่อยกู้ยาก รายงานเศรษฐกิจไตรมาสแรกปีนี้ของสภาพัฒน์ ระบุว่าการใช้จ่ายในหมวด “สินค้าคงทนลดลงร้อยละ 6.1 ลดลงมาที่สุดในรอบ 10 ไตรมาส ตามการลดลงของการใช้จ่ายเพื่อซื้อรถยนต์ร้อยละ 13.9 สอดคล้องกับการเพิ่มขึ้นของความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงิน

ผลพวงจากสถานการณ์ข้างต้นผูกโยงกับการที่ บริษัท ทีซี ซูบารุ (ประเทศไทย) จำกัด ได้ประกาศยุติการผลิตรถซูบารุในไทยสิ้นปีนี้ แล้วหันไปนำเข้ารถจากญี่ปุ่นมาทำตลาดแทน ตามด้วย บริษัท บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น ที่ประกาศเป็นทางการเมื่อสัปดาห์ที่แล้วเปลี่ยนแผนทำตลาดในไทย ด้วยการยุติสายพานผลิตปีหน้า แล้วหันมานำเข้าจากฐานผลิตประเทศอื่นเข้ามาทำตลาดแทนเช่นกัน หลังจากเข้าลงทุนตั้งโรงงานตั้งแต่ปี 2555

ที่ต้องจับตาคือการ วิเคราะห์สถานการณ์โรงงานของค่ายเกียรตินาคิน รีเสิร์ช KKP Research เมื่อเร็ว ๆ นี้ได้อ้างถึงข้อมูลการปิดโรงงานในภาคอุตสาหกรรมที่เร่งตัวขึ้นชัดเจนตั้งแต่ครึ่งหลังของปี 2566 เกียรตินาคินฯ ระบุว่า ปี 2564 ค่าเฉลี่ยปิดโรงงานาอยู่ที่ 57 โรงงานต่อเดือน  ปี 2565 อยู่ที่ 83 โรงงานต่อเดือน ก่อนพุ่งขึ้นถึง 159 โรงงานต่อเดือนในช่วงครึ่งหลังของปี 2566 และเมื่อนับรวมตัวเลขโรงงานปิดตัวตั้งแต่ต้นปีที่แล้ว จนถึงไตรมาสแรกปีนี้ 2567 มีโรงงานปิดตัวไปแล้วไม่น้อยกว่า 1,700 แห่ง ส่งผลกระทบกับการจ้างงาน 42,000 ตำแหน่ง

ไม่เพียงประตูโรงงานเท่านั้นที่ปิดแต่ร้านอาหารหลายแห่งต้องบอกลาลูกค้าเช่นกัน เช่นร้าน “อร่อยดี” ของเครือข่าย ซีอาร์จี หรือ กลุ่มเซ็นทรัลเรสตอรองส์ ที่ประกาศปิดทุกสาขาตั้งแต่ปลายเดือนเมษายนที่ผ่านมา ร้านแพนด้าสุกี้ดัง ร้านอาหารเกาหลีชื่อดังในเซ็นทรัลเวิล์ด  ฯลฯ

ความอ่อนล้าของภาวะการลงทุนในตลาดหุ้น ตลอดจนความเป็นไปของภาคอุตสาหกรรมและธุรกิจที่กล่าวข้างต้น คือ ภาพสะท้อนส่วนหนึ่งของ เศรษฐกิจที่เติบโตอย่างเปราะบาง  การฟื้นตัวที่ไม่เท่าเทียมของภาคธุรกิจ รวมไปถึงผลจากปัญหาเชิงโครงสร้างที่ทวีความรุนแรงขึ้น และแน่นอนว่า อาการทางเศราฐกิจดังกล่าว เกี่ยวโยงกับผลงานรัฐบาล ที่ผลสำรวจของนิด้าโพลล์รอบล่าสุด ได้คำตอบว่าประชาชนส่วนใหญ่ยังไม่พอใจกับผลงานของรัฐบาลเศรษฐาในรอบ 9 เดือน

บทความอื่น ๆ ของผู้เขียน

2567 สงครามฟรีวีซ่า ชิงนักท่องเที่ยว

จุดชี้เป็นชี้ตาย ‘โครงการแลนด์บริดจ์’

เก็บภาษีสินค้านำเข้า… สกัดจีนตีตลาดไทย ไม่ง่าย

STAY CONNECTED

0แฟนคลับชอบ
440ผู้ติดตามติดตาม
spot_img

Lastest News

MUST READ