TH | EN
TH | EN
หน้าแรกColumnistเศรษฐกิจเจ๊ง ...สังเวยโควิดเป็น 0

เศรษฐกิจเจ๊ง …สังเวยโควิดเป็น 0

ข่าวสะเทือนใจจากกรณีอดีตทหารคนหนึ่งที่ต้องตัดสินใจปลิดชีวิตคนในครอบครัว 5 ชีวิต ต้องกลายเป็นเหยื่อพิษเศรษฐกิจอันเกิดจากการระบาดโควิด-19 ฟังข่าวนี้ระหว่างขับรถ ผู้ดำเนินรายการยังรายงานต่อว่ามีคนเขียนคอมเมนต์เข้ารายการบอกว่าตุลาคมนี้ก็จะครบกำหนด “พักชำระหนี้”​ ไม่รู้ว่าจะเอาเงินที่ไหนไปจ่าย เพราะตกงานไม่มีรายได้ไม่รู้จะหาทางออกยังไง

ตั้งแต่เกิดโควิด-19 ระบาดรัฐบาลประกาศล็อกดาวน์ มีผู้คนต้องสังเวยชีวิตตัวเองและคนในครอบครัวครั้งแล้วครั้งเล่า นับไม่ถ้วน แต่ที่แน่ ๆ ผู้คนที่ต้องตายเพราะพิษเศรษฐกิจนั้น ได้แซงหน้าจำนวนคนตายด้วยพิษโควิด-19 ระบาดไปแล้ว

แต่รัฐบาลยังตื่นกลัวโควิด-19 เกินเหตุอย่างกรณีทหารอียิปต์ติดเชื้อแค่คนเดียว กลายเป็นกระพือข่าวใหญ่โตออกมาตรการเข้มงวดราวกับเตรียมทำสงคราม ไม่เฉพาะระยองที่ได้รับผลกระทบแต่กระทบไปเกือบทั่วประเทศ เส้นทางคมนาคมจากระยองไปจังหวัดต่าง ๆ ถูกปิด ธุรกิจทั้งในจังหวัดระยองและจังหวัดใกล้เคียงปิดชั่วคราว

หลังจากนั้นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็พากันไปจัดอีเวนต์ จัดครม.สัญจรเรียกความเชื่อมั่นฟื้นเศรษฐกิจ ในที่สุดก็ไม่มีใครติดโควิดจากทหารอียิปต์แม้แต่คนเดียว แต่งานนี้มี “ราคาที่ต้องจ่าย”​ ไปแล้วไม่ว่าจะเป็นความเสียหายของธุรกิจในจังหวัดระยอง และงบประมาณที่ถมลงไปไม่รู้ว่ากี่ร้อยล้านพันล้าน ถามว่าคุ้มหรือไม่

กว่าครึ่งปีนับตั้งแต่โควิด-19 ระบาด สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจไม่รู้เท่าใด ธุรกิจส่งออกต้องหยุดชะงัก ท่องเที่ยวก็ไม่รู้อนาคต คาดการณ์ว่าอย่างน้อย ๆ อีก 2 ปีจึงจะฟื้น คนในธุรกิจท่องเที่ยวนับล้าน ๆ คนตกงาน โรงแรมหลายแห่งยังปิด หลายแห่งประกาศขาย ก่อนหน้านี้รัฐบาลมีแผนดึงนักท่องเที่ยวต่างชาติจะเริ่มจาก “ภูเก็ตโมเดล” ในที่สุดก็เลิกเพราะกลัวโควิดระบาดรอบ2

จนถึงวันนี้ เศรษฐกิจไทยต้องสังเวยโควิดระบาดไม่รู้เท่าใด แต่ที่รู้แน่ ๆ รัฐบาลกู้ต้องเงินมาแล้ว 1 ล้านล้านบาท มาเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ มาฟื้นเศรษฐกิจ โรงงานปิดกิจการไม่รู้ว่ากี่พันโรง คาดว่าจะมีคนตกงานกว่า 8 ล้านคน

ยังไม่รวมค่าใช้จ่ายที่ต้องเสียไปกับการบริหารจัดการ ทั้งค่ารักษาพยาบาล ค่าที่พัก 14 วัน ค่าอุปกรณ์ทางการแพทย์ รวมถึงความเสียหายจากการทุจริตหน้ากากอนามัย ทั้งหมดนี้ “ราคาที่ต้องจ่าย” ทั้งสิ้น แม้ว่ารัฐบาลจะยังไม่เปิดเผยตัวเลข แต่น่าจะสูญเสียไประดับหลายหมื่นล้านบาทไปกับค่าตามหาเลข 0

เศรษฐกิจเสียหายมากมายขนาดนี้ แต่รัฐยังใจดำให้ภาคธุรกิจต้องทนกลั้นหายใจไปเรื่อย ๆ ไม่รู้ว่าจะรอให้จำนวนคนป่วยจะเป็น 0 นานแค่ไหน แต่ยิ่งช้าเท่าไร ความเสียหายก็ยิ่งมากขึ้น

ตั้งแต่พฤษภาคมที่ผ่านมาจนถึงวันนี้ สถานการณ์ผู้ป่วยดีในเมืองไทยดีขึ้นเรื่อย ๆ จากสถิติที่ผู้เชี่ยวชาญคำณวนไว้บอกว่า อัตราการตายเนื่องมาจาก COVID-19 ลดลงอย่างมหาศาลเมื่อเทียบกับอัตราการเพิ่มขึ้นของจำนวนผู้ติดเชื้อ ปัจจุบันการตายเนื่องจากโรคลดลงไปไม่ถึง 2% แล้ว มากกว่าไข้หวัดใหญ่เล็กน้อยเท่านั้น และหลายประเทศก็เริ่มลดเงื่อนไขในการผ่านเข้าประเทศ เช่น ลดการ quarantine เหลือ 7 วัน หรือไม่ต้อง quarantine เลยก็มี

ตรงข้ามสถานการณ์ด้านเศรษฐกิจกลับ “ทรุดลง” เรื่อย ๆ แต่รัฐบาลยังมะงุมมะงาหรา ไม่กล้าก้าวข้ามเลข 0 ทั้งที่หน้าที่รัฐบาลจะต้องบริหารความสมดุลระหว่างเรื่อง “สุขภาพ”​​ กับเรื่อง “เศรษฐกิจ” ให้ได้อย่าเอียงข้างใดข้างหนึ่ง

วงในศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) เล่าให้ฟังว่า ปัญหาที่ “ลุงตู่” ยังอิหลักอิเหลื่อไม่รู้จะเลือกอะไรระหว่างสุขภาพกับเศรษฐกิจ เป็นเพราะความเห็นของคณะแพทย์ในศบค.ไม่ลงตัว แตกเป็น 2ขั้ว ขั้วหนึ่งสุดโต่งเห็นว่าต้องปิดประเทศเพราะกลัวระบาดรอบ 2 แต่หมออีกกลุ่มหนึ่งเห็นว่าควรจะยืดหยุ่นค่อย ๆ เปิดให้ทำธุรกิจก่อนจะเจ๊งทั้งประเทศ หากมีผู้ป่วยวันละ 200-300 รายแพทย์ไทยยังพอรับมือได้

แต่เสียงหมอฮาร์ดคอร์ที่เห็นว่าต้องปิดประเทศดังกว่า “ลุงตู่” ก็อึกอักทำอะไรไม่ถูก ในที่สุดก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นประเทศก็เลยติดกับดักเลข 0 ด้วยประการฉะนี้ แม้จะต้องทนจ่ายราคาแพงก็ตาม

ทวี มีเงิน

ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

STAY CONNECTED

0แฟนคลับชอบ
440ผู้ติดตามติดตาม
spot_img

Lastest News

MUST READ