Story of Business • Technology • Sustainability
Share on
×

Share

ถอดบทเรียนผู้นำหญิงจากเวที APEC: การสร้าง AI ที่ดี ต้องมีมุมมองที่แตกต่าง

ถอดบทเรียนผู้นำหญิงจากเวที APEC: การสร้าง AI ที่ดี ต้องมีมุมมองที่แตกต่าง

เดือนมิถุนายนที่ผ่านมา พรทิพย์ กองชุน COO ของ Jitta ได้รับเชิญให้เป็นตัวแทนประเทศไทย​ ร่วมเสวนาในหัวข้อ “Women in AI: Resilience, Innovation, and Breakthroughs” ภายในงาน APEC SME AI Capacity Building Forum ซึ่งจัดโดย Ministry of Economic Affairs (MOEA) ประเทศไต้หวัน ซึ่งเป็น​เวทีที่รวบรวมผู้เชี่ยวชาญจาก 10 เขตเศรษฐกิจเอเปค รวมถึงสหรัฐฯ ญี่ปุ่น และแคนาดา เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับอนาคตของ AI และการพัฒนาศักยภาพคนทำงานในยุคใหม่

คุณพรทิพย์เล่าถึงประสบการณ์การทำงานตลอดช่วงเวลากว่า 20 ปี ในบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่อย่าง Microsoft และ Google ที่อาจจะถูกขับเคลื่อนด้วยผู้ชายเป็นหลัก แต่สิ่งสวนทางกันกับเทคโนโลยีที่พัฒนาไปอย่างรวดเร็วก็คือเรื่องของการปรับเปลี่ยนภายในให้เกิดความเท่าเทียมในองค์กรนั้นยังเป็นไปอย่างเชื่องช้า

ถอดบทเรียนผู้นำหญิงจากเวที APEC: การสร้าง AI ที่ดี ต้องมีมุมมองที่แตกต่าง

ในฐานะ COO ของ Jitta คุณพรทิพย์ พยายามนำเทคโนโลยีมาทำลายกำแพงของความไม่เท่าเทียม ด้วย Mission ขององค์กรที่ต้องการสร้างความมั่งคั่งที่มนุษย์ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ ผ่านการใช้ AI มาช่วยวิเคราะห์งบการเงิน 10 ปีย้อนหลัง เพื่อค้นหาหุ้นดีราคาเหมาะสม และบริหารพอร์ตลงทุนให้มีผลตอบแทนที่ดีในระยะยาว ซึ่งตั้งแต่วันแรกถึงปัจจุบัน Jitta ได้เพิ่มสัดส่วนของพนักงานหญิงเพิ่มขึ้นมาเป็น 40% แล้วจากในช่วงเริ่มต้นที่ทีมงานส่วนใหญ่อาจจะเป็นผู้ชาย

“เราเรียนรู้ว่าแพลตฟอร์มการลงทุนที่แข็งแกร่งไม่สามารถสร้างขึ้นได้จากความคิดและมุมมองในมิติต่าง ๆ ที่เหมือนกันมากจนเกินไป เพราะนั่นอาจกลายเป็นจุดอ่อนของระบบได้ การเปิดรับความหลากหลายไม่เพียงช่วยสร้างความเท่าเทียมใหักับระบบมากขึ้น แต่ยังสร้างธุรกิจที่แข็งแกร่งและมีผลประกอบการทางการเงินที่เหนือกว่าได้อีกด้วย”

ทั้งนี้ในยุคที่ AI หมุนไว ในวงการสตาร์ตอัปในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกโดยภาพรวมยังมีความท้าทายรออยู่มาก โดยเฉพาะผู้บริหารหญิงในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่เป็นผู้สร้างการเปลี่ยนแปลงในการวางระบบการทำงานร่วมกับ AI จนช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน (Productivity) ได้ถึง 35% เมื่อเทียบกับวิธีเดิมๆ แต่น่าเสียดายที่ระบบนิเวศของอุตสาหกรรมยังตามไม่ทันการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น และกลายเป็น​อุปสรรคสำคัญ โดยเฉพาะจากนักลงทุนมักมองข้ามความสำเร็จเหล่านี้ เพราะมองว่าเป็นความสำเร็จที่เกิดจากการใช้ AI มากกว่า​มาจากทักษะที่แท้จริงของผู้หญิง เป็นเหตุผลที่ทำให้ผู้บริหารหญิงที่มีประสิทธิภาพสูงเหล่านี้ได้รับเงินทุนน้อยกว่าผู้ชายที่ทำงานในระดับเดียวกันถึง 60%

คุณพรทิพย์ยังยกตัวอย่างหนึ่งในผู้หญิงที่ประสบความสำเร็จในวงการ AI ได้แก่ Daniela Amodei President and Co-founder of Anthropic บริษัทที่กำลังเป็นที่รู้จักกันในชื่อ ‘Claude’ บริษัท AI ที่เติบโตอย่างรวดเร็วและมีมูลค่ามหาศาลในเวลานี้ ทั้งที่เธอเองไม่ได้เรียนจบด้านวิศวกรรมหรือวิทยาการคอมพิวเตอร์แต่อย่างใด แต่เธอจบวรรณคดีอังกฤษ ซึ่งหากเป็นในอดีตที่อุตสาหกรรมเทคฯ ยังมีอคติด้านการศึกษา ผู้ที่ไม่ได้จบด้านเทคโนโลยีอย่างเธอคงถูกคัดออกจากวงการไปแล้ว

แต่ Daniela พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าในยุค AI เธอไม่จำเป็นต้องเขียนโค้ดเองทุกบรรทัด แต่ทำหน้าที่เป็น ‘ผู้ควบคุมทิศทาง’ (Orchestrator) ที่บริหารจัดการคนเก่งระดับโลก ปรับจูนโมเดล AI ที่ซับซ้อน และขับเคลื่อนกลยุทธ์ทางธุรกิจ เธอเปลี่ยนสิ่งที่อุตสาหกรรมเคยเห็นว่าเป็นจุดอ่อน ให้กลายเป็นข้อได้เปรียบทางการแข่งขันที่สำคัญที่สุดได้จริง

“เรื่องราวของ Daniela คือ ต้นแบบสำหรับผู้หญิงทุกคนในยุค AI​ อย่าปล่อยให้นิยามเก่า ๆ ของคำว่า ‘ความเชี่ยวชาญด้านเทคนิค’ มาทำให้คุณกลัว ผู้หญิงมีทักษะในการแก้ปัญหาและวิสัยทัศน์พร้อมอยู่แล้วที่จะก้าวขึ้นมาเป็น “ผู้ควบคุมทิศทาง AI” (AI Orchestrators) การสนับสนุนผู้หญิงให้เป็นผู้นำ ไม่ใช่แค่การลดช่องว่างทางเพศ แต่คือการสร้างเทคโนโลยีที่ปลอดภัย ยืดหยุ่น และมีนวัตกรรมที่ดียิ่งขึ้นสำหรับทุกคน อย่าแค่ปรับตัวให้เข้ากับอนาคต แต่จงก้าวขึ้นมาเป็นผู้กำหนดทิศทางของมัน”

คุณพรทิพย์ยังกล่าวถึงนโยบายภาครัฐอย่างโครงการ TH-AI Passport ว่า ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี ที่ผู้ใช้ชาวไทยและธุรกิจขนาดเล็กกว่า 5 ล้านรายสามารถเข้าถึงเครื่องมือ Generative AI ระดับพรีเมียมได้ฟรี 1 ปี แต่ทั้งนี้การแจกเครื่องมือ ไม่ได้แปลว่าจะเกิดการนำไปใช้งานได้จริง (Actual Adoption) เพราะการจะทำให้คนนำไปใช้อย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์ในภาพรวมได้จริง ต้องอาศัยทั้งการฝึกอบรม นโยบายที่ชัดเจน  เพื่อสร้าง “ศักยภาพของแรงงาน” (Workforce Capacity) ตามแนวคิดริเริ่ม APEC AI Initiative องค์กรควรจัด ‘การเรียนรู้แบบบูรณาการ’ โดยสนับสนุนการเรียนรู้ AI เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของการทำงาน เพื่อเป็นพื้นที่ปลอดภัย (Psychological Safety) ให้ผู้หญิงได้เรียนรู้และลงมือทำ  นอกจากนี้ กรอบการทำงานจะต้องบังคับให้เกิด ‘การเรียนรู้แบบบูรณาการ’ (Integrated Learning) ควบคู่กันไปด้วย

ในยุค AI แบบทุกวันนี้ ผู้หญิงไม่ควรถูกจำกัดบทบาทแค่การเรียนรู้หรือปรับตัวให้ทันกับ AI เท่านั้น แต่ยังมีศักยภาพในการกำหนดทิศทางโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วนี้ได้ด้วยทักษะและวิจารณญาณที่ไม่แพ้ผู้ชายเช่นกัน

ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

เปิด 4 หุ้นในดวงใจ Warren Buffett สู้ตลาดผันผวนด้วยแนวคิดสุดคลาสสิก

จาก AIGC สู่ AIGPC: ก้าวต่อไปของ AI Governance ไทย

ถอดรหัส Mindset การลงทุน และเหตุผลที่ควร DCA ในตลาดหุ้นแดงเดือด

×

Share

ผู้เขียน

The Story Thailand Avatar