TH | EN
TH | EN
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกColumnistจับสัญญาณ "แบงก์ชาติ" วิกฤติ ศก. "หนักกว่าที่คิด"

จับสัญญาณ “แบงก์ชาติ” วิกฤติ ศก. “หนักกว่าที่คิด”

เมื่อเย็นวันศุกร์ที่ผ่านมามีเรื่องให้ฮือฮาเมื่อ “แบงก์ชาติ” สั่งให้แบงก์พาณิชย์จัดทำแผนบริหารจัดการระดับเงินกองทุนสำหรับระยะ 1-3 ปีข้างหน้า และขอให้ “งดจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล” รวมถึง “งดการซื้อหุ้นคืน”

แปลไทยเป็นไทยคือ สั่งให้ “เซฟเงิน” ไว้ใช้ยามจำเป็นทำเอา “ช็อค” ทั้งประเทศเกิดกระแส “ทอล์กออฟเดอะทาวน์” ทันทีเป็น “ครั้งแรกในประวัติศาสตร์” ที่แบงก์ชาติออกคำสั่งลักษณะนี้ถือว่าค่อนข้างแรง จนคนตีความไปต่าง ๆ นานา บ้างก็ว่างานนี้แบงก์ชาติอุ้มแบงก์พาณิชย์ บ้างก็ว่าไม่ใช่กิจของสงฆ์ ควรให้อยู่ในดุลพินิจของแต่ละแบงก์

การที่แบงก์ชาติมีคำสั่งโจ่งแจ้งอย่างนี้ แม้จะดูว่าโปร่งใสแต่มันก็เสมือน “ดาบสองคม” มีทั้งดีและเสีย คนอาจจะตีความทางลบได้ หรือว่าแบงก์ชาติเห็นข้อมูลบางอย่างผิดปกติ ขืนปล่อยไว้ อาจทำเศรษฐกิจไทยทรุดหนักกว่าตัวเลขที่เห็นในปัจจุบัน อาจจะรุนแรงในระดับวิกฤติเศรษฐกิจในปี 1930 ก็เป็นได้

หากจะ “ถอดรหัส” คำสั่งคาดว่าแบงค์ชาติคงกังวล “หนี้เสีย” ในระบบหรือ NPL (Non-Performing Loan) เลวร้ายกว่าที่นึก ลึกกว่าคิด มีคนเล่าให้ฟังว่า ตอนนี้ผู้ประกอบการ เอสเอ็มอี มีสายป่านแค่ 2 เดือน บริษัทใหญ่ ๆ ในตลาดหลักทรัพย์หลาย ๆ บริษัทไม่เกิน 5 เดือน บริษัทยักษ์ค้าปลีกรายหนึ่งชะลอจ่ายหนี้ให้คู่ค้าตั้งแต่ล็อกดาวน์ บิ๊กอสังหาฯ รายหนึ่งพับแผนลงทุนนับสิบโครงการ อีกทั้งตัวเลขการวิจัยของไทยพาณิชย์ ระบุทรัพย์สินของคนไทย 33.9% พอดำรงชีวิตไม่เกิน 1 เดือนเท่านั

ตอกย้ำด้วยข้อมูลของ “เครดิต บูโร” ส่งสัญญาณเตือนว่าตอนนี้มีหนี้เสียในระบบ ราว ๆ 7- 8 แสนล้านบาท ยังไม่รวมกับหนี้เสียที่เกิดใหม่จากนโยบาย. “พักชำระหนี้” ให้กับผู้ประกอบการช่วงที่มีการ “ล็อกดาวน์” ที่จะครบกำหนดในราว ๆ เดือนตุลาคม

อย่างที่ “ดร.ศุภวุฒิ สายเชื้อ” นักเศรษฐศาสตร์ชื่อดัง ตอกย้ำบ่อย ๆ ว่า เรากำลังนั่งทับ “ระเบิดเวลาลูกใหญ่” ที่พร้อมจะระเบิดเมื่อครบกำหนดเวลา “พักชำระหนี้” ระหว่างสถาบันการเงินกับลูกหนี้ชนวนของระเบิดเวลาตั้งไว้ที่ 150 วัน ซึ่งภาระหนี้จะต้องจ่ายเพิ่มขึ้น 6 เท่า เพราะมีดอกเบี้ยทับถมกันมา ถึงเวลานั้น ไม่รู้ว่าลูกหนี้ จะมีปัญญาจ่ายหนี้หรือไม่

นั่นแปลว่า หากรวม NPL เดิมราว ๆ 8 แสนล้านบาทรวมกับ NPLใหม่ที่โผล่ในอีก 2-3 เดือนข้างหน้า ไม่รู้ว่าจำนวนเท่าไหร่ สมมุติว่า 8 แสนล้านเท่ากัน หนี้เสียทั้งหมดรวมกันไม่น้อยกว่า 1.5 ล้านล้านบาท นั่นย่อมไม่ใช่ระเบิดธรรมดาแต่เป็นระดับ “ระเบิดปรมณู” ทีเดียวการออกมาของแบงก์ชาติ จึงเป็นการยอมรับความจริง ซึ่งน่าจะมาเร็วกว่านี้ ควรจะออกมาพร้อมกับมาตรการรับซื้อตราสารหนี้เอกชน 4 แสนล้านที่เป็นออกพระราชกำหนดแบบม้วนเดียวจบ

การที่จู่ ๆ ออกมากระทันหันในทางจิตวิทยาย่อมทำให้คนตื่นตระหนกตกใจกลัว จนอาจจะเกิดความระมัดระวังในการจับจ่ายใช้สอย มีผลให้เศรษฐกิจเกิดภาวะชะงักงันได้ ยิ่งใช้วิธีประกาศอย่างเป็นทางการแบบคลอบคลุมทั้งระบบ อาจเป็นผลเสียมากกว่าผลดี ควรทำกันแบบเงียบ ๆ แบบสมัยก่อนเวลามีอะไรไม่ชอบมาพากล ผู้ว่าแบงก์ชาติก็จะใช้วิธียกหูโทรศัพท์โทรหาเบอร์ 1 แบงก์พาณิชย์แจ้งเป็นราย ๆ ไป น่าจะดีกว่า

มีข่าววงในว่างานนี้เป็นการร้องขอจากแบงก์พาณิชย์ หากให้ออกประกาศกันเองเป็นราย ๆ จะทำให้ประชาชนไม่เชื่อมั่น เกิดความตื่นตระหนกเกินกว่าเหตุจนอาจจะทำให้เกิดความวุ่นวายจนตามมา

อย่างที่ทราบว่าแบงก์พาณิชย์ คือ เส้นเลือดใหญ่ในระบบเศรษฐกิจหากเป็นอะไรไปเศรษฐกิจไทยจะเกิดความเสียหายจะตามมา จะลามถึงธุรกิจและประชาชนทั่วไปที่เป็นลูกค้าแบงก์ อย่างมิอาจหลีกเลี่ยงได้ แบงก์ชาติก็เลยต้องเล่นบทหนังหน้าไฟเพื่อสร้างความเชื่อมั่น

ปรากฏการณ์นี้ มีความสลับซับซ้อน ละเอียดอ่อน แบงก์ชาติในฐานะผู้คุมกฏและต้องรักษาเสถียรภาพระบบการเงินของประเทศ จะทำอะไรต้องรอบคอบ ชอบธรรม โปร่งใส ต้องถูกที่ ถูกเวลา มิเช่นนั้นอาจจะ กลายเป็นความหวังดีแต่ประสงค์ร้าย

อย่างไรก็ตาม เปิดตลาดหุ้นวันนี้ (วันจันทร์) ก็คงจะรู้ว่าผลจากคำสั่งนี้จะเป็นอย่างไร จะโดนถล่มด้วยปรมณูหรือ จะกระสุนด้านเพราะนักลงทุนเข้าใจก็คงลุ้นด้วยความระทึกใจ

ทวี มีเงิน

ภาพจาก bot.or.th

ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

-การเมือง “Old Normal” ซ้ำเติม “วิกฤติเศรษฐกิจ”
-พิรุธ “เสือหิว” จ้องถลุงงบฟื้นศก.4 แสนลบ. “ชงเองกินเอง”
-เงินล่องหน … กับ New Normal
-“ระเบิดเวลา” เศรษฐกิจ น่ากลัวกว่าไวรัสโควิด-19
-เศรษฐกิจไทย บนบ่าของ “คนชั้นกลาง”

STAY CONNECTED

0แฟนคลับชอบ
440ผู้ติดตามติดตาม
spot_img

Lastest News

MUST READ