TH | EN
TH | EN
หน้าแรก Columnist ยุทธศาสตร์การค้าใหม่จีน เบียดสหรัฐฯ สู่ มหาอำนาจทางเศรษฐกิจ

ยุทธศาสตร์การค้าใหม่จีน เบียดสหรัฐฯ สู่ มหาอำนาจทางเศรษฐกิจ

ความเป็นไปได้ที่จีนจะเบียดสหรัฐฯ ขึ้นเป็นเบอร์ 1 ด้านเศรษฐกิจ มีการพูดถึงกันมาระยะหนึ่งแล้ว นั่นเพราะความเติบโตของจีนที่พุ่งอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับเศรษฐกิจของสหรัฐฯ เจอปัญหาหลายเรื่อง ตั้งแต่ subprime วิกฤติแฮมเบอร์เกอร์ จากล่มสลายของเลย์แมน บราเธอร์

การป่วยทางเศรษฐกิจครั้งนั้นของสหรัฐฯ ทำให้เศรษฐกิจในประเทศเหมือนคนเป็นไข้หวัดที่ยังไม่หายไข้ดีนัก มาเจอโควิด-19 เข้าไปอีก แต่นอกเหนือจากนี้ จะมีเหตุมีผลสำคัญอะไรที่ทำให้

นักเศรษฐศาสตร์ของจีนประเมินว่าในอีก 12 ปี หรือปี 2575 จีนจะแซงหน้าสหรัฐฯขึ้นเป็นเศรษฐกิจอันดับต้น ๆ ของโลก แม้ว่าจีนต้องเผชิญกับสงครามการค้ากับสหรัฐฯ

เชื่อว่าสหรัฐฯ เองก็ตระหนักถึงเรื่องนี้ จึงพยายามเตะตัดขาจีนทุกทาง และคาดว่าจะเป็นอย่างนี้ต่อไป ไม่ว่า ปธน. ทรัมป์ จะยังอยู่ในตำแหน่งหรือไม่

เพราะการเสียตำแหน่งมหาอำนาจทางเศรษฐกิจของสหรัฐ จะผูกโยงไปหลายเรื่อง ทั้งนโยบายการเงิน ความแข็งแกร่งของดอลลาร์ที่อาจจะกลายเป็นหยวนแทน การค้าการลงทุน การกำหนดทิศทางเศรษฐกิจโลก

และเรื่องสูญเสียอีกเรื่อง คือ …

เสียหน้า เพราะหากจีนก้าวเป็นเบอร์ 1 ก็เท่ากับการบริหารเศรษฐกิจของประเทศคอมมิวนิสต์ ได้นำหน้าประเทศผู้นำเสรี ทั้งเศรษฐกิจและประชาธิปไตยไปแล้ว

ศูนย์วิจัยเพื่อการพัฒนาของสภาแห่งรัฐของจีน (DRC) ระบุเหตุผลที่จะทำให้จีนก้าวเป็นเบอร์ 1 นั่นก็คือ ยุทธศาสตร์การค้าใหม่ “Dual Circulation

ยุทธศาสตร์การพัฒนาใหม่ “Dual Circulation” หรือ ยุทธศาสตร์วงจรคู่ ทีประธานาธิบดีสีจิ้นผิง เพิ่งประกาศไป จะเป็นยุทธศาสตร์ที่รัฐบาลจีนที่มุ่งเน้นไปที่ตลาดในประเทศมากขึ้น เนื่องสงครามการค้าระหว่างประเทศ การแข่งขันทางเศรษฐกิจ และการชิงดำด้านเทคโนโลยี กับสหรัฐฯ จะยังคงรุนแรงขึ้น

ยุทธศาสตร์ใหม่ “Dual Circulation” นอกจากให้ความสำคัญตลาดในประเทศ ขณะเดียวกันก็ให้ตลาดในประเทศและต่างประเทศสามารถส่งเสริมกันได้ด้วย

นักเศรษฐศาสตร์ของ DRC ยังระบุว่า แม้สหรัฐฯ จะพยายามใช้หลายแนวทางสกัดจีน แต่ก็คงจะไม่สามารถหยุดยั้งการเติบโตทางเศรษฐกิจของจีน

โดยรายงานของ DRC ประเมินว่าส่วนแบ่งของจีนในเศรษฐกิจโลกจะเพิ่มขึ้นเป็น 18.1% ในปี 2568 จาก 16.2 เปอร์เซ็นต์ในปี 2019 ในขณะที่ส่วนแบ่งของสหรัฐจะลดลงเหลือ 21.9 เปอร์เซ็นต์จาก 24.1 เปอร์เซ็นต์ในช่วงเวลาเดียวกัน

นอกจากนี้รายงานยังระบุว่าแม้อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ หรือ GDP โดยเฉลี่ยต่อปีของจีนอาจจะชะลอตัวลงสู่ระดับ 5%- 5.5% ในอีก 5 ปีข้างหน้าจาก 6.1% ในปี 2562 แต่ GDP ต่อหัวของจีนสามารถเพิ่มขึ้นเป็น 14,000 เหรียญสหรัฐภายในปี 2567 ซึ่งจะทำให้จีนหลุดพ้นจาก “กับดักรายได้ปานกลาง” ไปสู่การที่ประชากร “รายได้สูง” ดังนั้นจึงคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจของจีนจะสูงกว่าสหภาพยุโรปในปี 2570 และสูงกว่าสหรัฐอเมริกาในปี 2575

นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยสำคัญที่คาดว่าจะขับเคลื่อนการเติบโตในอนาคตของจีน คือ “เศรษฐกิจดิจิทัล” และภาคบริการของประเทศ ซึ่งทั้งสองอย่างนี้คาดว่าจะขยายตัวอย่างต่อเนื่องในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า

โดยเศรษฐกิจดิจิทัลของจีน จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศเพิ่มขึ้นจากประมาณ 6% ในปี 2019 เป็น 11% ในปี 2568

ขณะเดียวกันยังคาดว่าชนชั้นกลางของจีนที่ยังคงขยายตัวอย่างรวดเร็ว จะช่วยกระตุ้นการบริโภคในประเทศ โดยในปี 2568 คาดว่าจีนจะมีพลเมืองชนชั้นกลางเพิ่มขึ้นเป็น 560 ล้านคนภายในปี 2568 จาก 400 ล้านคนในปี 2018

ขณะที่ส่วนแบ่งของภาคอุตสาหกรรมต่อ GDP ของจีนอาจลดลงเหลือ 35% ภายในปี 2568 จาก 39% ในปี 2562 ในขณะที่ส่วนแบ่งของภาคบริการคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 60% ในปี 2568 จาก 53.9% ในปี 2562

แต่ก็ยังมีเสียงแย้งว่าก็มีเหตุผลที่จีนยังไม่น่าเบียดสหรัฐฯ ขึ้นเป็นเบอร์หนึ่งง่ายๆ โดย Yi Fuxian นักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยวิสคอนซิน เมดิสัน ระบุว่า ประเด็นในเรื่องของประชากรผู้สูงอายุที่เพิ่มมากขึ้นของจีน ซึ่งอาจจะทำให้จีนจะยังไม่สามารถแซงสหรัฐไปได้ง่าย ๆ

คาดว่าประชากรที่สูงวัยในจีน จะเพิ่มอย่างรวดเร็ว ในอีก 5 ปีข้างหน้าโดย 1 ใน 5 ของชาวจีนจะมีอายุเกิน 60 ปีภายในปี 2568 ในขณะที่ประชากรวัยแรงงานของประเทศคาดว่าจะลดลง 20 ล้านคน

ผลที่ตามมา คือ เงินออมจะลดลงและต้นทุนแรงงานจะสูงขึ้น พร้อมกับภาระที่เพิ่มขึ้นของจีน ในแง่ของงบประมาณการดูแลสุขภาพและสวัสดิการสังคมอื่น ๆ ด้วย

นอกจากยุทธศาสตร์ “วงจรคู่” ใหม่ ของจีน แล้วปีหน้าก็ต้องจับตามองการประกาศแผนพัฒนาเศรษฐกิจจีน ว่าจะมีหมัดเด็ด ที่จะทำให้จีนก้าวเบอร์ 1 มหาอำนาจทางเศรษฐกิจของโลกได้หรือไม่ แต่สหรัฐฯ คงไม่ยอมตกจากแท่นเบอร์หนึ่ง และต้องพยายามสกัดไม่ให้โดยเบียดไปได้ง่าย ๆ ด้วยมาตรการต่าง ๆ ที่จะงัดมาสกัดดาวรุ่งแน่นอน

ขอบคุณภาพจาก wikipedia tcbc.or.th

ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

STAY CONNECTED

6,910แฟนคลับชอบ
0ผู้ติดตามติดตาม

Lastest News

โมเดอร์น่า ประกาศกลยุทธ์รับมือกับไวรัส SARS-CoV2 สายพันธุ์โอไมครอน

ในขณะนี้บริษัทโมเดอร์น่ากำลังดำเนินการทดสอบประสิทธิภาพการยับยั้งเชื้อไวรัสสายพันธุ์โอไมครอน ของวัคซีนโควิด-19 โมเดอร์น่าทั้งสามสูตร

เส้นทาง 10 ปี สู่การสร้างนวัตกรรม 5G ของอีริคสัน (ปี 2554 – 2564)

ในช่วงเวลากว่า 3 ทศวรรษอีริคสันลงทุนหลายหมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพื่อสร้างเทคโนโลยีที่เป็นมาตรฐานระดับโลกตั้งแต่ 2G, 3G, 4G และ 5G

การตลาดในชีวิตจริงที่แตกต่างจากตำรา

คนที่เรียนด้านการตลาดมาแล้วมาประกอบธุรกิจเองแล้วเหมือนเจออาการเมาหมัด ไปกันไม่ถูกว่าจะเริ่มอะไรดี ทำไมสิ่งที่เรียนมามันไม่ไปกับสถานการณ์จริงที่เกิดขึ้น

อินเทล แต่งตั้ง “สตีฟ ลอง” เป็นหัวหน้าประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิคและญี่ปุ่น

บริษัท อินเทล คอร์เปอเรชั่น ได้ประกาศการแต่งตั้ง สตีเฟ่น เอ ลอง ขึ้นดำรงตำแหน่งผู้จัดการทั่วไป ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิคและญี่ปุ่น (APJ)

ดร.ทัดพงศ์ พงศ์ถาวรกมล เทคลีดเดอร์แห่ง KBTG ผู้ฝันสร้าง Impact ให้ประเทศ

KBTG บริษัทของคนไทยที่พยายามยกมาตรฐานให้เป็นบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำระดับโลกเพื่อดึงดูดคนที่มีความสามารถทั้งคนไทยและต่างชาติให้เข้ามาทำงาน

เดอะมอลล์กรุ๊ป จับมือ บิทคับ ตั้ง JV “บิทคับ เอ็ม” ดันไทยเป็นฮับสินทรัพย์ดิจิทัลภูมิภาคเอเชีย

บริษัท เดอะ มอลล์ กรุ๊ป บิทคับ แคปปิตอล กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ กรุยทางสร้างประเทศไทยไปสู่การเป็นศูนย์กลางสินทรัพย์ดิจิทัลของภูมิภาคเอเชีย

รพ.ธรรมศาสตร์ฯ เตรียมเปิด “ศูนย์ข้อเทียม” นำแขนหุ่นยนต์มาช่วยผ่าตัด ต้นปี 2565

โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ เดินหน้าตอกย้ำวิสัยทัศน์ "โรงพยาบาลธรรมศาสตร์ 4.0 มุ่งสู่องค์กรแห่งอนาคตเพื่อประชาชน" ประกาศเตรียมความพร้อมเปิด "ศูนย์ข้อเข่าข้อสะโพก"

เคแบงก์ผนึก 5 รพ.รัฐพัฒนา Digital Healthcare Platform ให้คนไข้ เข้าถึงบริการด้านสุขภาพได้ง่าย สะดวก รวดเร็ว

ธนาคารกสิกรไทย ตอกย้ำศักยภาพด้านดิจิทัลเทคโนโลยี ร่วมขับเคลื่อนยุทธศาสตร์สู่การเป็น “Smart Hospital” กับโรงพยาบาลรัฐ 5 แห่งพัฒนา Digital Healthcare Platform

YouTrip ปิดดีลซีรีส์เอ 30 ล้านเหรียญ พร้อมโตก้าวกระโดด

YouTrip (ยูทริป) ผู้ให้บริการดิจิทัลวอลเล็ตรองรับหลายสกุล (Multi-currency wallet) ประกาศปิดดีลระดมทุนรอบ Series A มูลค่าเงินลงทุนรวม 30 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1,000 ล้านบาท)

SC Asset บุกตลาด Cryptocurrency จับมือกับ Zipmex ร่วมพัฒนา Ecosystem

ปัจจุบันมูลค่าตลาดของคริปโตฯ มีมูลค่ามากกว่า 2 ล้านล้านเหรียญสหรัฐฯ ซึ่งเติบโตจากปี 2562 ถึง 10 เท่า และเติบโตควบคู่ไปกับจำนวนผู้ใช้คริปโตฯ ที่มากขึ้น

MUST READ

ปลดล็อกปัญหาเชิงโครงสร้าง “ควบรวม ทรู+ดีแทค” รัฐต้องเพิ่มผู้เล่นหน้าใหม่ ลดการผูกขาด

นักวิเคราะห์ผู้คร่ำวอดในธุรกิจโทรคมนาคมต่างมองว่าการควบรวมครั้งนี้จะเป็นประโยชน์ต่อทั้งอุตสาหกรรมเพราะทำให้ธุรกิจแข็งแรงขึ้น เมื่อคู่แข่งน้อยรายความจำเป็นต้องแข่งประมูลกันดุเดือดก็ลดลง

LINE ส่งบริการใหม่ “LINE VOOM” รุกแพลตฟอร์มวิดีโอสั้น

LINE แปลงโฉม "LINE TIMELINE” สู่แพลตฟอร์มวิดีโอใหม่ล่าสุด "LINE VOOM” ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ของผู้ใช้งานรุ่นใหม่บนโลกแห่งการสื่อสารที่เน้นการใช้งานบนแพลตฟอร์มสำหรับคลิปวิดีโอสั้น ให้ผู้ใช้งานสามารถเลือกสนุกได้อย่างไม่สิ้นสุด โดย "LINE VOOM” จะเปิดใช้งานพร้อมกันในประเทศไทย ญี่ปุ่น และไต้หวัน โดยผู้ใช้งาน LINE สามารถใช้งาน LINE VOOM ได้บน LINE เวอร์ชัน 11.20 ขึ้นไป เท่านั้น ในฐานะส่วนหนึ่งของระบบนิเวศ LINE ที่ครองอันดับหนึ่งแอปพลิเคชันที่คนไทยไว้วางใจใช้มากที่สุดในชีวิตประจำวัน แพลตฟอร์ม LINE VOOM มุ่งมั่นที่จะผสานเข้าสู่ความปกติใหม่ เพื่อที่จะทำให้ทุกอย่างเกิดขึ้นได้บนแพลตฟอร์มเดียว สอดคล้องกับวิสัยทัศน์...

เอ็กซ์สปริง รับใบอนุญาตสินทรัพย์ดิจิทัลครบ 4 ไลเซนส์ พร้อมให้บริการครบวงจร

บริษัท เอ็กซ์สปริง แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) (XPG) ประกาศว่า เอ็กซ์สปริง ดิจิทัล (XSpring Digital) บริษัทในเครือ ได้รับ 4 ไลเซนส์อย่างเป็นทางการ

“คำแนะนำ” สู่เส้นทางการเดินทางดิจิทัลของผู้บริโภค ที่ราบรื่น

ด้วยจำนวนผู้บริโภคดิจิทัลมากกว่า 350 ล้านคนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ถูกคาดการณ์ ณ สิ้นปี 2021 ทำให้แบรนด์ต่าง ๆ ในปัจจุบันต่างตระหนักถึงความสำคัญของการตลาดดิจิทัลมากกว่าที่เคย

‘ติงส์ออนเน็ต’ กับภารกิจขับเคลื่อน IoT ไทย

เพราะมองเห็นช่องว่างและโอกาสการเติบโตของอุตสาหกรรม IoT ไทย อีกทั้งต้องการสนับสนุนภาคอุตสาหกรรมไทยให้ก้าวไปสู่อุตสาหกรรมอัจฉริยะ Thailand 4.0 อย่างเต็มรูปแบบ
Newsletter

สนใจรับข่าวสารจาก The Story Thailand อัพเดตก่อนใคร สมัคร Newsletter กับเราเพียงกรอกอีเมลเท่านั้น