TH | EN
TH | EN
หน้าแรก Sustainability Apple และพันธมิตร ร่วมเปิดตัว Restore Fund

Apple และพันธมิตร ร่วมเปิดตัว Restore Fund

Apple และพันธมิตรร่วมเปิดตัวกองทุนเพื่อการฟื้นฟูธรรมชาติ มูลค่า 200 ล้านเหรียญสหรัฐเป็นครั้งแรก เพื่อเร่งการแก้ไขปัญหาเชิงธรรมชาติเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ลงทุนต่อยอดจากนวัตกรรมด้านป่าไม้และบรรจุภัณฑ์ที่รับผิดชอบเพื่อมอบผลตอบแทนทางการเงินและสภาพภูมิอากาศ

Apple ประกาศเปิดตัวโครงการริเริ่มเกี่ยวกับการขจัดก๊าซคาร์บอนที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน โครงการนี้มีชื่อว่า Restore Fund ซึ่งจะทำการลงทุนในโครงการด้านป่าไม้เพื่อขจัดก๊าซคาร์บอนออกจากชั้นบรรยากาศไปพร้อม ๆ กับการสร้างผลตอบแทนทางการเงินให้กับนักลงทุน Conservation International และ Goldman Sachs ร่วมเปิดตัวโครงการนี้ Apple ระดมทุน 200 ล้านเหรียญสหรัฐ

โดยตั้งเป้าว่าจะขจัดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากชั้นบรรยากาศอย่างน้อย 1 ล้านเมตริกตันในแต่ละปี ซึ่งเทียบเท่าปริมาณเชื้อเพลิงที่ใช้โดยรถยนต์โดยสารกว่า 200,000 คัน ควบคู่ไปกับการแสดงให้เห็นถึงโมเดลทางการเงินที่ใช้ได้จริง ซึ่งจะสามารถช่วยขยายขอบเขตการลงทุนด้านการฟื้นฟูป่า 

“ธรรมชาติมอบเครื่องมือที่ดีที่สุดในการขจัดก๊าซคาร์บอนออกจากชั้นบรรยากาศ ป่าไม้ พื้นที่ชุ่มน้ำ ทุ่งหญ้าจะดึงก๊าซคาร์บอนออกจากชั้นบรรยากาศและกักเก็บไว้ใช้ในดิน ราก และกิ่งก้านอย่างถาวร” Lisa Jackson รองประธานฝ่ายสิ่งแวดล้อม นโยบาย และโครงการริเริ่มทางสังคมของ Apple กล่าว “ผ่านการก่อตั้งกองทุนที่จะสร้างทั้งผลตอบแทนทางการเงินและการเปลี่ยนแปลงทางคาร์บอนที่เกิดขึ้นจริงและวัดได้ เราตั้งเป้าที่จะขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงให้ครอบคลุมยิ่งขึ้นในอนาคต ซึ่งเป็นการส่งเสริมการลงทุนด้านการขจัดก๊าซคาร์บอนทั่วโลก” เราหวังว่าคนอื่นๆ จะมีเป้าหมายร่วมกันกับเราและสละทรัพยากรของตนเพื่อช่วยสนับสนุนและปกป้องระบบนิเวศที่สำคัญนี้” 

ความพยายามครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของเป้าหมายที่ใหญ่ขึ้นของ Apple ในการจะเป็นกลางทางคาร์บอนในทุกกิจกรรมของห่วงโซ่คุณค่าภายในปี 2030 ขณะที่บริษัทมุ่งเป้าที่จะลดการปล่อยคาร์บอนจากซัพพลายเชนและผลิตภัณฑ์ลง 75 เปอร์เซ็นต์โดยตรงภายในปี 2030 

กองทุนนี้จะจัดการกับการปล่อยคาร์บอนของ Apple อีก 25 เปอร์เซ็นต์ที่เหลือ โดยการขจัดก๊าซคาร์บอนออกจากชั้นบรรยากาศ ต้นไม้จะดูดซับก๊าซคาร์บอนในระหว่างที่ต้นไม้เจริญเติบโต 

นักวิจัยประเมินว่าป่าเขตร้อนสามารถกักเก็บคาร์บอนได้มากกว่าที่มนุษย์ปล่อยออกมาจากการเผาถ่านหิน น้ำมัน และก๊าซธรรมชาติตลอดระยะเวลา 30 ปีที่ผ่านมา แม้ว่าจะมีการตัดไม้ทำลายป่าอย่างต่อเนื่องก็ตาม 

ความร่วมมือครั้งนี้มีเป้าหมายที่จะปลดล็อคศักยภาพของการแก้ไขปัญหาเชิงธรรมชาติโดยการขยายขอบเขตในรูปแบบที่ทำให้ธุรกิจต่างๆ เกิดความสนใจมาลงทุน

เพื่อให้แน่ใจว่าก๊าซคาร์บอนที่กักเก็บในป่าไม้จะได้รับการระบุปริมาณอย่างถูกต้องและป้องกันไม่ให้กลับสู่ชั้นบรรยากาศ Restore Fund จะใช้มาตรฐานระดับสากลที่ทรงประสิทธิภาพซึ่งได้รับการพัฒนาขึ้นโดยองค์กรที่เป็นที่ยอมรับอย่างเช่น Verra, คณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ (Intergovernmental Panel on Climate Change) และอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยสภาพภูมิอากาศ (UN Climate Convention) โดยจะมุ่งความสำคัญไปที่การลงทุนด้านป่าไม้ที่ก่อให้เกิดผลตอบแทน ซึ่งจะช่วยปรับปรุงความหลากหลายทางชีวภาพผ่านทางการสร้างพื้นที่กันชนและเขตอนุรักษ์ธรรมชาติ

องค์กรอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมนานาชาติเป็นผู้ร่วมลงทุนในกองทุนและช่วยทำให้แน่ใจว่าโครงการจะเป็นไปตามมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมและสังคมที่เข้มงวด Goldman Sachs เป็นผู้บริหารจัดการกองทุน ทั้งสามฝ่ายจะเสนอโครงการใหม่ภายในปีนี้

“นวัตกรรมคือหัวใจหลักของแนวทางที่ Apple ใช้ในการแก้ไขปัญหาทางสภาพภูมิอากาศ และ Goldman Sachs ยินดีอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือกับพวกเขาและองค์กรอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมนานาชาติ” Dina Powell ผู้ดำรงตำแหน่ง Global Head of Sustainability and Inclusive Growth ของ Goldman Sachs กล่าว “เราทุกคนเห็นชอบว่าเรื่องเร่งด่วนเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศต้องอาศัยเงินทุนภาคเอกชนเพื่อการบริหารจัดการควบคู่กับการดำเนินการใหม่ ๆ และที่พัฒนาขึ้นโดยมีเป้าหมายที่จะขจัดก๊าซคาร์บอนออกจากชั้นบรรยากาศอย่างยั่งยืนด้วยมาตรฐานระดับสูงที่เข้มงวด เราเชื่อว่าการเปิดตัวกองทุนนี้สามารถกระตุ้นให้เกิดเม็ดเงินลงทุนที่สำคัญเพิ่มเติมในด้านผลกระทบทางสภาพภูมิอากาศ”

การดำเนินการด้านป่าไม้ของ Apple

Restore Fund พัฒนาต่อยอดจากงานด้านการอนุรักษ์ป่าไม้ที่สืบต่อกันมาของ Apple เป็นเวลา 3 ปีแล้วที่ Apple ใช้เยื่อไม้ที่ได้มาจากแหล่งวัสดุที่มีความสำนึกรับผิดชอบ 100 เปอร์เซ็นต์ในบรรจุภัณฑ์ รวมทั้งปรับปรุงการบริหารจัดการพื้นที่ป่าทั่วโลกมากกว่า 1 ล้านเอเคอร์ Apple ยังได้บุกเบิกโครงการด้านคาร์บอนที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนกับองค์กรอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมนานาชาติ ซึ่งจะปกป้องและฟื้นฟูทุ่งหญ้า พื้นที่ชุ่มน้ำ และป่าไม้

Apple และพันธมิตร ร่วมเปิดตัว Restore Fund

“การลงทุนในธรรมชาติสามารถขจัดก๊าซคาร์บอนได้อย่างมีประสิทธิภาพกว่ามาก ทั้งยังให้ผลที่เร็วกว่าเทคโนโลยีอื่นใดในปัจจุบันอย่างมากอีกด้วย ขณะที่โลกใบนี้เผชิญกับการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศที่ส่งผลกระทบไปทั่วโลกในปัจจุบัน เราต้องการแนวทางสร้างสรรค์ใหม่ๆ ที่สามารถลดการปล่อยก๊าซคาร์บอน” Dr. M. Sanjayan, CEO ขององค์กรอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมนานาชาติกล่าว

“เรารู้สึกตื่นเต้นที่จะได้พัฒนาต่อยอดความสัมพันธ์ที่มีมาอย่างยาวกับทาง Apple และเราเชื่อว่าแนวทางใหม่ล่าสุดร่วมกับ Restore Fund จะสร้างความแตกต่างครั้งใหญ่และสร้างประโยชน์ให้กับชุมชนรอบโลก ไม่ว่าจะเป็นตำแหน่งงานใหม่ๆ และการลงทุนที่จะสนับสนุนทุกๆ เรื่องตั้งแต่การศึกษาไปจนถึงการดูแลสุขภาพ”

ในปี 2018 Apple ได้ประสานความร่วมมือกับองค์กรเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ รัฐบาลท้องถิ่น และองค์กรเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติในโคลอมเบีย เพื่อจะปกป้องและฟื้นฟูป่าชายเลนในประเทศ ซึ่งจะครอบคลุมพื้นที่ 27,000 เอเคอร์ โดยตั้งเป้าว่าจะกักเก็บคาร์บอนไดออกไซด์ถึง 1 ล้านเมตริกตันตลอดระยะเวลาของโครงการ ป่าชายเลนเหล่านี้นอกจากจะช่วยป้องกันชายฝั่งแล้วยังส่งเสริมการดำรงชีวิตของผู้ที่อยู่อาศัยในชุมชนเหล่านั้น ป่าชายเลนยังเป็นแหล่งกักเก็บก๊าซคาร์บอนมากกว่าป่าประเภทอื่น ๆ ถึง 10 เท่าเช่นกัน 

โครงการนี้ถือเป็นโครงการแรกที่จะใช้ระเบียบวิธี “Blue Carbon” เพื่อที่จะให้ความสำคัญกับระบบป่าชายเลนทั้งระบบอย่างจริงจัง ทั้งเหนือน้ำและใต้ผิวน้ำ เพื่อเป็นการลดผลกระทบจากสภาพภูมิอากาศ

Apple และองค์กรอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมนานาชาติยังได้ร่วมมือกับองค์กรเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติท้องถิ่นในเคนย่า เพื่อฟื้นฟูทุ่งหญ้าสะวันนาที่เสื่อมสภาพในเขต Chyulu Hills ซึ่งเป็นพื้นที่ระหว่างอุทยานแห่งชาติทั้งสามแห่งในเคนยาและติดกับเขตแดนของอุทยานแห่งชาติ Kilimanjaro ในแทนซาเนีย การขยายขอบเขตการดำเนินงานให้ครอบคลุมทุ่งหญ้าและทุ่งสะวันนาในธรรมชาติที่เสื่อมสภาพทั่วทั้งแอฟริกาจะสามารถขจัดก๊าซคาร์บอนจากชั้นบรรยากาศได้หลายร้อยล้านตันในแต่ละปี อีกทั้งยังให้ประโยชน์ต่อชุมชนและสัตว์ป่าในท้องถิ่นไปพร้อมกันด้วย 

ลูกค้าของ Apple ยังสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการสนับสนุนการดำเนินการเหล่านี้ได้ ทุก ๆ การซื้อผ่าน Apple Pay ตั้งแต่วันนี้ไปจนถึงวันคุ้มครองโลก Apple จะบริจาคเงินให้กับองค์กรอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมนานาชาติ เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานขององค์กรในการอนุรักษ์และปกป้องสิ่งแวดล้อม

การทำงานเกี่ยวกับป่าไม้และบรรจุภัณฑ์ที่รับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม

ตั้งแต่ปี 2017 เป็นต้นมา 100 เปอร์เซ็นต์ของเยื่อไม้ใหม่ที่ใช้ในบรรจุภัณฑ์ของ Apple มาจากแหล่งที่มาที่สำนึกรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นผืนป่าที่สร้างผลตอบแทนที่ได้รับการจัดการอย่างรับผิดชอบแบบเดียวกับที่ Restore Fund ตั้งใจจะลงทุน นี่เป็นการแสดงให้เห็นว่าแนวทางการหมุนเวียนวัสดุกลับมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดของบริษัทถือเป็นส่วนหนึ่งของเป้าหมายที่ว่า สักวันหนึ่งบริษัทจะสร้างผลิตภัณฑ์โดยใช้เฉพาะวัสดุที่รีไซเคิลหรือนำกลับมาใช้ใหม่ได้ทั้งหมด 

การก้าวไปสู่เป้าหมายนี้เกี่ยวข้องกับนวัตกรรมที่พัฒนาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งมีศักยภาพในการเปลี่ยนแปลงอนาคตของบรรจุภัณฑ์ที่ยั่งยืน หลังการเปิดตัว iPhone รุ่นแรกที่มาพร้อมบรรจุภัณฑ์ที่เป็นเยื่อไม้เป็นส่วนใหญ่ในปี 2016

ปัจจุบันนี้ กลุ่มผลิตภัณฑ์ iPhone 12 รุ่นใหม่ล่าสุดของ Apple ส่งตรงถึงลูกค้าในบรรจุภัณฑ์ที่ประกอบด้วยวัสดุที่ทำจากเยื่อไม้ 93 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งรวมถึงแผ่นปิดหน้าจอที่ทำจากเยื่อไม้ที่ช่วยปกป้องจอภาพ และยังเป็นการนำมาใช้แทนแผ่นฟิล์มพลาสติกมาตรฐานเป็นครั้งแรกอีกด้วย

Apple ยังเข้ามามีบทบาทโดยตรงในการสนับสนุนการผลิตเยื่อไม้ที่มีสำนึกรับผิดชอบอีกด้วย ด้วยความร่วมมือกับกองทุนเพื่อการอนุรักษ์และกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล Apple ได้ปรับปรุงการบริหารจัดการผืนป่าที่สร้างผลประโยชน์ตอบแทนในพื้นที่กว่า 1 ล้านเอเคอร์ในสหรัฐอเมริกาและจีนตั้งแต่ปี 2015 

Apple มีการปฏิวัติเทคโนโลยีสำหรับส่วนบุคคลด้วยการเปิดตัวเครื่อง Macintosh ในปี 1984 ในวันนี้ Apple คือผู้นำระดับโลกด้านนวัตกรรมด้วย iPhone, iPad, Mac และ Apple Watch สี่แพลตฟอร์มซอฟต์แวร์ของ Apple — iOS, OS X, watchOS และ tvOS — ให้ประสบการณ์ที่ราบรื่นในทุกอุปกรณ์ Apple และเพิ่มประสิทธิภาพให้กับบุคคลด้วยบริการที่ก้าวล้ำรวมถึง App Store, Apple Music, Apple Pay และ iCloud พนักงานของ Apple นับแสนคนทุ่มเทสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่ดีที่สุดในโลกเพื่อให้โลกเป็นโลกที่ดีกว่า

STAY CONNECTED

6,241แฟนคลับชอบ
0ผู้ติดตามติดตาม

Lastest News

ดีลอยท์ เผย ดิจิทัล เรียลลิตี้ พบแพทย์เสมือนจริง คลาวด์ เติบโต

ดีลอยท์ ได้เปิดเผยรายงานการคาดการณ์ด้านเทคโนโลยี สื่อและโทรคมนาคม (Technology, Media & Telecommunications (TMT) Predictions report) โดยเน้นการนำเสนอผลกระทบจากเทรนด์ด้านเทคโนโลยี สื่อและโทรคมนาคมที่อาจส่งผลต่อธุรกิจและผู้บริโภคทั่วโลก

ไบโอเทค สวทช. พัฒนาวัคซีนรวม สำหรับสุกรในเข็มเดียว 
ป้องกัน ไวรัส นิปาห์-พีอาร์อาร์เอส

ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) พัฒนาวัคซีนและศึกษาภูมิคุ้มกันของสุกรต่อวัคซีนต้นแบบที่สามารถใช้ป้องกันทั้งไวรัสนิปาห์ (Nipah virus) และไวรัสพีอาร์อาร์เอส (PRRS virus) ได้ในเข็มเดียวเพื่อลดความสูญเสียจากโรคระบาดร้ายแรงในปศุสัตว์

แฟลช เอ็กซ์เพรส จัดส่งเวชภัณฑ์ทางการแพทย์ รพ.ชุมชน รพ.สต.ทั่วประเทศ

แฟลช เอ็กซ์เพรส จับมือ หลักสูตร DTX by RISE รุ่น 1 สนับสนุนโครงการ "DTX เพื่อหมอไทย ไฝว้โควิด" จัดส่งเวชภัณฑ์ อุปกรณ์ และเครื่องมือทางการแพทย์ ส่งมอบแก่ โรงพยาบาลชุมชน, โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล และศูนย์พัฒนาเด็กเล็กที่ขาดแคลนมากกว่า 40 แห่งทั่วประเทศ

ดีอีเอส-ดีป้า คลอด 5 เมืองอัจฉริยะ น่าอยู่ประเทศไทย

ประชุมนัดแรกคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนและบริหารโครงการเมืองอัจฉริยะ พิจารณาข้อเสนอแผนการพัฒนาเมือง มีมติเห็นชอบ 5 เมืองอัจฉริยะน่าอยู่ประเทศไทยที่จะได้รับมอบตราสัญลักษณ์เมืองอัจฉริยะ

ไปรษณีย์ไทย คุมเข้ม ที่ทำการ เจ้าหน้าที่ ช่วง โควิดระลอก 3

บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท) ยกระดับมาตรการคุมเข้มความปลอดภัย ณ ที่ทำการไปรษณีย์ และเจ้าหน้าที่ที่ให้บริการในช่วงการระบาดของโรค COVID – 19 ระยะที่ 3

ช้อปปี้ สานต่อโครงการ #ShopeeTogether สนับสนุนคนไทย ฝ่าโควิด-19

'ช้อปปี้' เร่งสานต่อโครงการ#ShopeeTogether รวมพลัง สู้ไปด้วยกัน โครงการพิเศษมุ่งสนับสนุนและเสริมสร้างกำลังใจให้คนไทยร่วมกันฝ่าสถานการณ์โควิด-19 สำหรับโครงการ#ShopeeTogether

“ทีเอ็มบีธนชาต” เปิดตัวโลโก้ ttb ประสานจุดแข็ง สองธนาคารเป็นหนึ่งเดียว

ทีเอ็มบีธนชาต (ttb) พร้อมเดินหน้าการสร้างชีวิตทางการเงินที่ดีขึ้นให้กับคนไทย ผ่านการประสานจุดแข็งของสองธนาคารเป็นหนึ่งเดียว เผยโลโก้ของธนาคาร โดยใช้ ‘ttb’ อักษรตัวพิมพ์เล็ก และดีไซน์ตัวอักษรที่เชื่อมต่อกันเพื่อมุ่งไปข้างหน้า

เสียวหมี่ ประเทศไทย ขึ้นเป็นอันดับ 2 ตลาดสมาร์ทโฟนในไทย

เสียวหมี่ ประเทศไทย เป็นแบรนด์ที่มีอัตราการเติบโตของยอดขายในไตรมาสแรกเพิ่มขึ้นสูงสุด โตขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว 328% ส่งผลให้แบรนด์ก้าวขึ้นมาเป็นอันดับ 2 ของตลาดสมาร์ทโฟนในประเทศไทย

บี.กริม ปันน้ำใจ สู้ภัย โควิด-19

บี.กริม เดินหน้า โครงการ "บี.กริม ปันน้ำใจ สู้ภัยโควิด-19" มอบข้าวเกษตรอินทรีย์ไรซ์เบอรี่และข้าวหอมมะลิแดง จำนวน 10 ตัน มูลค่า 600,000 บาท ซึ่งเป็นผลผลิตของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเกษตรอินทรีย์ดอกคำ อำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อนำไปช่วยเหลือชุมชนในพื้นที่ต่าง ๆ

โคคา-โคล่า ส่ง “โค้ก ไม่มีน้ำตาล” สูตรใหม่ ตอบโจทย์ผู้บริโภค ไม่มีน้ำตาล ปราศจากแคลอรี

กลุ่มธุรกิจโคคา-โคล่า ในประเทศไทย เดินหน้าตอกย้ำความเป็นผู้นำในตลาดเครื่องดื่มน้ำอัดลมด้วยการเปิดตัวโค้ก ไม่มีน้ำตาล สูตรใหม่ มาพร้อมดีไซน์แพ็กเกจใหม่ รสชาติเป็นเอกลักษณ์ของโค้ก แต่ปราศจากน้ำตาล และแคลอรี

MUST READ

โคคา-โคล่า ส่ง “โค้ก ไม่มีน้ำตาล” สูตรใหม่ ตอบโจทย์ผู้บริโภค ไม่มีน้ำตาล ปราศจากแคลอรี

กลุ่มธุรกิจโคคา-โคล่า ในประเทศไทย เดินหน้าตอกย้ำความเป็นผู้นำในตลาดเครื่องดื่มน้ำอัดลมด้วยการเปิดตัวโค้ก ไม่มีน้ำตาล สูตรใหม่ มาพร้อมดีไซน์แพ็กเกจใหม่ รสชาติเป็นเอกลักษณ์ของโค้ก แต่ปราศจากน้ำตาล และแคลอรี

ค่าไฟฟ้าแพง …. ใช่ภาระประชาชนไหม

ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจว่าธุรกิจผลิตไฟฟ้าของไทย มีลักษณะผูกขาดโดยภาครัฐเป็นผู้ซื้อรายเดียว (Enhanced Single Buyer Model) นั่นคือ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)

ทรู ส่ง แอป True HEALTH ผนึกทีมแพทย์อาสาชีวี ปรึกษาเรื่องสุขภาพ ไม่เสียค่าใช้จ่าย

กลุ่มทรู ตอบโจทย์ผู้ที่มีความกังวลเรื่องสุขภาพ ให้สามารถปรึกษาปัญหาสุขภาพได้ทุกที่ผ่านแพลตฟอร์มดูแลสุขภาพอัจฉริยะ “ทรู เฮลท์” (True HEALTH) พร้อมจัดแคมเปญ “Together We Care”

Gojek -ไบโอ-อีโค หนุนร้านอาหารใช้ บรรจุภัณฑ์เพื่อสิ่งแวดล้อม ลดปัญหาขยะพลาสติก

Gojek (โกเจ็ก) จับมือ บริษัท ไบโอ-อีโค จำกัด ส่งเสริมร้านอาหารเลือกใช้บรรจุภัณฑ์รักษ์โลกที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และได้รับการรับรองการสลายตัวได้ทางชีวภาพด้วยตราสัญลักษณ์ GC Compostable ภายใต้แคมเปญ #GoGreener

โควิด-19 ดัน ระบบพลเมืองดิจิทัลรายแรกของโลก ขยายบริการสู่ประเทศไทย

e-Residency ประกาศเปิดตัว กรุงเทพฯ เป็นจุดให้บริการรับเอกสารยืนยันตัวตน (pick-up point) แห่งใหม่ โดยประเทศไทยถูกเลือกเป็น 1 ใน 4 จากประเทศทั่วโลก
Newsletter

สนใจรับข่าวสารจาก The Story Thailand อัพเดทก่อนใคร สมัคร Newsletter กับเราเพียงกรอกอีเมลเท่านั้น