TH | EN
TH | EN
หน้าแรก Technology ตลาดคลาวด์ไทยคึกคัก เมื่ออาลีบาบา คลาวด์ เปิดตัวดาต้าเซ็นเตอร์ในไทย ปักธงผู้นำตลาด

ตลาดคลาวด์ไทยคึกคัก เมื่ออาลีบาบา คลาวด์ เปิดตัวดาต้าเซ็นเตอร์ในไทย ปักธงผู้นำตลาด

อาลีบาบา คลาวด์ ปักธงผู้นำตลาดคลาวด์ในไทย วางพันธกิจเป็นพันธมิตรเบอร์ต้นของธุรกิจในไทยเพื่อการทรานส์ฟอร์มสู่ดิจิทัลเต็มรูปแบบและเพิ่มขีดความสามารถทางธุรกิจและการแข่งขันในโลกยุคใหม่ที่มีคลาวด์เป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ 

อาลีบาบา คลาวด์ เริ่มเข้ามาในประเทศไทยตั้งแต่ปี 2562 ผ่านพันธมิตรธุรกิจในไทย ก่อนตั้งทีมงานของตัวเองในประเทศไทยในปี 2563 และเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา อาลีบาบา คลาวด์ ได้เปิดโครงสร้างพื้นฐานของอาลีบาบา คลาว์ในประเทศไทย อย่างเป็นทางการ เพื่อให้บริการดาต้าเซ็นเตอร์และคลาวด์ในประเทศไทย 

ไทเลอร์ ชิว ผู้จัดการประจำประเทศไทยของอาลีบาบา คลาวด์ อินเทลลิเจนซ์ กล่าวว่า เป้าหมายของการปักหมุดธุรกิจและการลงทุนในประเทศไทย คือการเป็นผู้นำในตลาดคลาวด์ในประเทศไทย ในฐานะพันธมิตรที่จะช่วยธุรกิจในไทยทรานส์ฟอร์มธุรกิจด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล ด้วยดีกรีของ อาลีบาบา คลาวด์ ที่รั้งตำแหน่งผู้ให้บริการดาต้าเซ็นเตอร์ที่ใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลก และใหญ่เป็นอันดับหนึ่งในภูมิภาคเอเชียแปซิปิก (ในมิติของรายได้) ทำให้ ไทเลอร์ ชิว มั่นใจว่าจะสามารถเป็นผู้นำในตลาดประเทศไทยได้ในอนาคต 

ข้อมูลจากการ์ทเนอร์ ระบุว่า อาลีบาบา คลาวด์ มีสัดส่วนรายได้ในตลาดคลาวด์โลกในปี 2564 เป็นอันดับหนึ่งด้วยสัดส่วน 25.5% ในขณะที่ Amazon และ Microsoft มีสัดส่วนรายได้ในตลาดคลาวด์อยู่ที่ 15.85 และ 14% ตามลำดับ

นอกจากศักยภาพของอาลีบาบา คลาวด์ ที่มีมากกว่า 2,800 CDN Nodes ซึ่งโหนดส่วนใหญ่อยู่ในเอเชีย และมีบริการมากกว่า 200 ประเทศแล้ว ประเทศไทยเป็นตลาดคลาวด์ที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงปี 2563-2565 ที่มีการเติบโตสูง ซึ่งคาดการณ์ว่าจะเติบโตต่อเนื่องปีละมากกว่า 40% ไปจนถึงปี 2568 ในขณะที่รัฐบาลประเทศไทยแผนยุทธศาสตร์แห่งชาติ 20 ปี (พ.ศ. 2561-2580) ให้ความสำคัญกับเศรษฐกิจดิจิทัลและเศรษฐกิจหมุนเวียน รวมถึงการมีผลบังคับใช้ของ PDPA ในวันที่ 1 มิถุนายน 2565 ล้วนสร้างให้เกิดการลงทุนและกิจกรรมในการทรานส์ฟอร์มสู่ดิจิทัลด้วยเทคโนโลยี 

เนื่องจากจุดแข็งของอาลีบาบา คลาวด์ คือ เทคโนโลยีคลาวด์ที่ครอบคลุมตั้งแต่ IaaS, PaaS, SaaS และ Innovation Solution ที่จะครบวงจรตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าในหลากหลายอุตสาหกรรม ที่มีความต้องการบริการคลาวด์และดาต้าเซ็นเตอร์ที่แตกต่างกันในรายละเอียด ซึ่งอาลีบาบา คลาวด์นำบริการสู่ลูกค้าผ่านการทำงานร่วมกับพันธมิตรในประเทศ

ตลาดคลาวด์ในไทยเติบโตต่อเนื่อง

ไทเลอร์ ชิว กล่าวว่า ตลาดรวมของคลาวด์ในประเทศไทยมีขนาดใหญ่และเติบโตต่อเนื่อง ขนาดตลาดเมื่อปี 2563 มูลค่าตลาด IaaS อยู่ที่ 190 ล้านดอลลาร์สหรัฐ มูลค่าตลาด PaaS และ SaaS อยู่ที่ 430 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และจะมีการเติบโตต่อเนื่องปีละมากกว่า 40% อย่างต่อเนื่องไปจนถึงปี 2568 โดยมีปัจจัยการเติบโตสำคัญอยู่ที่ นโยบายภาครัฐทั้งยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศ การมีผลบังคับใช้ของกฎหหมายต่าง ๆ และการตื่นตัวในการทำดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชันของธุรกิจในประเทศไทย ซึ่งตลาดที่มีการเติบโตสูงและเป็นตลาดเป้าหมายของอาลีบาบา คลาวด์ คืออุตสาหกรรมการเงิน/การธนาคาร สื่อดิจิทัล และค้าปลีก 

กลยุทธ์หลักที่อาลีบาบา คลาวด์ ใช้ในการขับเคลื่อนตลาด คือการสร้างระบบนิเวศพันธมิตรในแต่ละตลาด ผ่านหลากหลายรูปแบบของพันธมิตรทั้งด้านช่องทางการตลาด การให้บริการ การสนับสนุนเทคโนโลยี และการวางกลยุทธ์ เพื่อให้บริการคลาวด์ผ่านหลากหลายรูปแบบบริการทั้ง IaaS ที่เน้นการให้บริการโครงสร้างพื้นฐานด้านคอมพิวติ้ง เครือข่าย พื้นที่จัดเก็บข้อมูล ความปลอดภัย และโซลูชันแบบไฮบริดคลาวด์

ในขณะที่บริการ PaaS จะเน้นที่การให้บริการข้อมูลอัจฉริยะ (Data Intelligence) ที่ครอบคลุมบริการด้านฐานข้อมูล บิ๊กดาต้า และปัญญาประดิษฐ์ และบริการ SaaS ที่เน้นการสื่อสาร ซึ่งอาลีบาบา คลาวด์ มี Content Delivery Network (CDN) ระบบเครือข่ายขนาดใหญ่ของเครื่องเซิฟเวอร์จำนวนมาก ที่กระจายตัวอยู่ตามภูมิภาคต่าง ๆ ทั่วโลก มีอยู่ในเอเชียมากกว่า 2,800 CDN ที่เชื่อมต่อกันและรองรับอุปกรณ์ 1 พันล้านชิ้นทั่วโลกและรองรับการทำ live streaming ถึง 60 ล้านนาทีต่อวัน 

“เราได้รับการรับรองจากการ์ทเนอร์ว่าเราเป็นผู้ให้บริการ CDN ระดับโลก สะท้อนความแข็งแกร่งของโครงสร้างพื้นฐานของเรา” 

และด้วยกลยุทธ์ที่เน้นการสร้างระบบนิเวศพันธมิตรในแต่ละตลาด ทำให้อาลีบาบา คลาวด์ มีความสามารถที่จะนำเสนอนวัตกรรมโซลูชันให้กับลูกค้าในแต่ละอุตสาหกรรม ที่มีความต้องการบริการคลาวด์ที่แตกต่างกัน ทั้งแตกต่างกันโดยประเภทธุรกิจและอุตสาหกรรม และแตกต่างกันในบริบทของกฎระเบียบข้อบังคับของแต่ละอุตสาหกรรม ซึ่งอาลีบาบา คลาวด์ มีประสบการณ์ในการให้บริการลูกค้าในหลากหลายอุตสาหกรรมและมีระบบนิเวศพันธมิตรธุรกิจที่แข็งแกร่งจะทำให้สามารถเป็นพันธมิตรที่ช่วยให้ลูกค้าสามารถนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีมาทรานส์ฟอร์มองค์กรและขับเคลื่อนธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ 

บริการคลาวด์ของอาลีบาบา คลาวด์ จะแบ่งเป็นบริการที่เน้นรายอุตสาหกรรมเป้าหมายและโซลูชันที่ใช้งานทั่วไปของทุกอุตสาหกรรม อาทิ โซลูชันสำหรับธุรกิจค้าปลีก คือ online-to-offline platform, e-commerce platform, membership and marketing platform, customer insight platform, point-of-sale และ recommendation engine 

โซลูชันสำหรับธุรกิจการเงิน (Fintech) คือ security, cloud quotation, financial consulting and risk management, decision engine and device security, robotic process automation (RPA) AI translation และ Ztack 

โซลูชันสำหรับธุรกิจเกมและมีเดีย คือ VOD and live streaming, media processing service, media asset management, cloud video editing, video AI, security for gaming platform, media APP/game hosting and acceleration, game global deployment, และ content recommendation

นอกจากนี้ บริการคลาวด์ของอาลีบาบา คลาวด์ ยังครอบคลุมถึงลูกค้าในภาครัฐและองค์กรช้ามชาติ (MNC) ในขณะที่มีโซลูชันทั่วไปสำหรับทุก ๆ อุตสาหกรรม ได้แก่ cloud native, cloud analytic platform, multi-cloud and migration, private cloud, cloud data lake, service data warehouse และ Realtime streaming processing เป็นต้น 

“ปัจจัยความสำเร็จของการทำตลาดของเราคือ การสร้างระบบนิเวศพันธมิตรและการให้ความรู้กับพันธมิตรและผู้มีส่วนได้เสียทั้งหมด เพราะเราตระหนักดีว่าองค์ความรู้เรื่องคลาวด์มีความสำคัญมาก ซึ่งเราได้ตั้งพันธมิตรด้านการฝึกอบรมในประเทศไทยมาตั้งแต่ปี 2562 ที่ให้ความรู้ฝึกอบรมเกี่ยวกับเทคโนโลยีคลาวด์ของอาลีบาบา คลาวด์เป็นภาษาไทย”​

อาลีบาบา คลาวด์ ได้เพิ่มประสิทธิภาพให้กับการใช้เทคโนโลยีในประเทศ และนำความสามารถทางเทคโนโลยีต่าง ๆ เข้ามาในประเทศไทยผ่านการสนับสนุนของพันธมิตร ปัจจุบันมีการขับเคลื่อนองค์ความรู้ผ่าน Thailand Partner Alliance 100 โครงการฝึกอบรมในทุกภาคส่วนทั้งคู่ค้า ลูกค้า ในองค์กรต่าง ๆ นักเรียน/นักศึกษาในมหาวิทยาลัย ในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมาอบรมไปแล้วมากกว่า 400 คน คาดว่าจะสามารถอบรมได้มากกว่า 20,000 คนภายในปี 2566

ตั้งแต่บริษัทฯ เปิดตัวโปรแกรม Thailand Partner Alliance 100 เมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว บริษัทฯ มีพันธมิตรมากกว่า 40 รายเข้าร่วมโครงการเพื่อทำธุรกิจและเติบโตไปด้วยกันกับอาลีบาบาคลาวด์ เช่น บมจ. โทรคมนาคมแห่งชาติ (NT), สมาคมฟินเทคประเทศไทย, ไฮคลาวด์ (HiCloud), บริษัท ที เอ็ม อี เอส จำกัด (TMES), ทรูไอดีซี (True IDC), ทรู ดิจิทัล อคาเดมี (True Digital Academy), เอสไอเอส (SIS) นอกจากการขายผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ของบริษัทฯ แล้ว อาลีบาบา คลาวด์ยังจะทำงานร่วมกับพันธมิตรเพื่อสร้างสรรค์โซลูชันใหม่ ๆ เพื่อสนับสนุนธุรกิจไทยอีกด้วย

ในแง่ของกลยุทธ์ อาลีบาบา คลาวด์ ให้ความสำคัญกับอุตสาหกรรมสำคัญหลายกลุ่ม เช่น ธุรกิจค้าปลีกและโลจิสติกส์ การเงินและฟินเทค ความบันเทิงดิจิทัล และบริการภาครัฐ ผลิตภัณฑ์และโซลูชันของอาลีบาบา คลาวด์ ที่รองรับอุตสาหกรรมเหล่านี้ได้รับการพิสูจน์ประสิทธิภาพจากการใช้งานจริงของลูกค้าระดับโลก เช่น Singapore Post, Binangonan Rural Bank (ฟิลิปปินส์), Animal Logic (ออสเตรเลีย) และพันธมิตรระดับโลก เช่น Red Hat, Salesforce และ VMware

อาลีบาบา คลาวด์ ครองตำแหน่งผู้นำอันดับหนึ่งด้านการให้บริการคลาวด์ในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ตามข้อมูลจากไอดีซี และเป็นหนึ่งในผู้ให้บริการคลาวด์รายใหญ่ที่สุด 3 อันดับสูงสุดเป็นปีที่ 4 ติดต่อกัน ตามการจัดอันดับของการ์ทเนอร์ ปัจจุบันอาลีบาบา คลาวด์ เปิดให้บริการใน 84 เขตพื้นที่ใน 27 ภูมิภาคทั่วโลก และได้รับการรับรองมาตรฐานด้านความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวของข้อมูลราว 80 รายการทั่วโลก โดยสามารถแก้ไขปัญหาช่องโหว่ของระบบมากกว่า 7.3 ล้านครั้งต่อปี

เพื่อรองรับการพัฒนาที่ยั่งยืน อาลีบาบา คลาวด์ ตั้งเป้าที่จะปรับปรุงดาต้าเซ็นเตอร์ทั่วโลกให้เปลี่ยนไปใช้พลังงานสะอาดทั้งหมดภายในปี 2573 นอกจากนี้ อาลีบาบา กรุ๊ป ยังเข้าร่วมกลุ่มความร่วมมือ Low Carbon Patent Pledge เพื่อกระตุ้นการใช้เทคโนโลยีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และนับเป็นครั้งแรกที่บริษัทฯ เปิดให้มีการใช้งานสิทธิบัตรทางเทคโนโลยีประหยัดพลังงานของบริษัทฯ 9 ฉบับได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

‘จรัสศรี พหลโยธิน’ กับการขับเคลื่อน KBTG INSPIRE เพื่อค้นหาและผลักดัน Tech Talent เข้าสู่ KBTG ในระดับภูมิภาค

“โดรนม้าบิน” ยกระดับคุณภาพพืชเศรษฐกิจ และทรานส์ฟอร์มภาคเกษตรไทย

เปิดแผนพันธกิจ “ดร.ชัย วุฒิวิวัฒน์ชัย” กับบทบาทผู้อำนวยการเนคเทค วาระที่ 2

STAY CONNECTED

0แฟนคลับชอบ
0ผู้ติดตามติดตาม

Lastest News

WHAUP คว้าดีลติดตั้ง Solar Rooftop ศูนย์การค้าเมกาบางนา ขนาด 10 MW จ่อเซ็นสัญญาเพิ่ม 3 โครงการ 15 MW ภายใน Q2/65

บมจ. ดับบลิวเอชเอ ยูทิลิตี้ส์ แอนด์ พาวเวอร์ (WHAUP) ประกาศเดินเกมรุกตามแผน เร่งขยายพอร์ตพลังงานหมุนเวียนผ่านการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคาต่อเนื่อง ล่าสุดคว้าดีลติดตั้ง Solar Rooftop โครงการ Megabangna จำนวน 13 อาคาร พื้นที่หลังคารวม 62,000 ตารางเมตร

SAPPE เปิดแผนยุทธศาสตร์ ย้ำภาพ Global Brand ตั้งเป้าเติบโต 3 เท่า ทำรายได้แตะ 10,000 ล้านบาทภายใน 5 ปี

‘บมจ. เซ็ปเป้’ หรือ SAPPE เปิดแผนยุทธศาสตร์ครั้งสำคัญย้ำภาพ Global Brand ตั้งเป้ารายได้ Triple Growth แตะ 10,000 ล้านบาท ภายใน 5 ปีข้างหน้า จากธุรกิจ 4 ส่วน ได้แก่ ตลาดต่างประเทศ ตลาดในประเทศ ออลโคโค่ และการทำ M&A

แฟลช ผลิตถุงคลุมกระเป๋าระบุตัวเลขจำกัดความเร็วรถแจกโรงเรียน หวังช่วยลดอุบัติเหตุบนท้องถนนให้แก่เด็กและเยาวชน

แฟลช เอ็กซ์เพรส ร่วมส่งเสริมความปลอดภัยรอบรั้วโรงเรียน ริเริ่มโครงการ “Flash Safety Bag, Safety Zone” ภายใต้แนวคิด “ร่วมสร้างความปลอดภัย ส่งต่อความห่วงใยสู่เยาวชน” ผลิตถุงคลุมกระเป๋านักเรียนระบุตัวเลขจำกัดความเร็วรถวิ่ง 30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

บำรุงราษฎร์ขึ้นแท่น รพ.ที่ดีที่สุดในไทย 2 ปีซ้อน – ติดอันดับ 146 รพ.ที่ดีที่สุดในโลก ย้ำศักยภาพการแพทย์ไทยไม่แพ้ชาติใดในโลก

โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ได้รับการจัดอันดับเป็นโรงพยาบาลที่ดีที่สุดในประเทศไทย (World's Best Hospitals 2022 - Thailand) ด้วยคะแนน 94.79% ซึ่งนับเป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน รวมถึงยังได้รับการจัดอันดับว่าเป็นโรงพยาบาลเพียงแห่งเดียวในไทยที่ติดอันดับ 146 จาก 150 ของโรงพยาบาลที่ดีที่สุดในโลกปี 2565

ทีเอพี กรุ๊ป จับมือ Blueleaf Energy นำพลังงานแสงอาทิตย์มาใช้ในการผลิตเครื่องดื่มไฮเนเก้น

ไทยเอเชีย แปซิฟิค บริวเวอรี่ (ทีเอพี กรุ๊ป) เดินหน้าสู่เป้าหมายแนวทางการผลิตอย่างยั่งยืน ติดตั้งโซลาร์ฟาร์ม พร้อมเปิดใช้งาน ภายใต้โครงการ “TAP’s Brewed by the Sun” มุ่งเน้นการใช้พลังงานสะอาดจากแสงอาทิตย์ เพื่อแปลงเป็นพลังงานไฟฟ้าทดแทน

แฟนคลับออเจ้าพร้อม! Kubix เปิดจองซื้อ ‘DESTINY TOKEN’ แล้ววันนี้ ชูจุดเด่นราคาไม่ผันผวน พร้อมผลตอบแทนเริ่มต้น 2.99% ต่อปี

Kubix เปิดจองซื้อ DESTINY TOKEN จากภาพยนตร์บุพเพสันนิวาส ๒ ตั้งแต่วันนี้ (23 พฤษภาคม) ถึงวันที่ 20 มิถุนายนนี้ ผ่านแอปฯ Kubix โดยเสนอขายจำนวนจำกัดเพียง 16,087 โทเคน ผ่านการจัดสรรแบบ First Come First Served

เสียวหมี่ ใช้สมาร์ทโฟน Xiaomi 12 Series ร่วมถ่ายทอดความเป็นไทยสู่สายตาคนทั่วโลกผ่านภาพยนตร์สั้น “The Warrior”

เสียวหมี่ สานต่อความสำเร็จ Xiaomi Studios ผ่านโปรเจกต์พิเศษ PrimeTime Mini Series ที่ในปีนี้ได้รวบรวมครีเอเตอร์มือดีจาก 6 ประเทศมาสร้างสรรค์ผลงาน ซึ่งประเทศไทยได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของโปรเจกต์ PrimeTime Mini Series นี้ด้วย

บิทคับ จับมือ DITP สนับสนุนผู้ประกอบการ สู่การเป็นผู้ประกอบการในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล

บิทคับ แคปปิตอล กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ (DITP) เสริมสร้างศักยภาพ สนับสนุนผู้ประกอบการนิติบุคคล และผู้ประกอบการรุ่นใหม่ เพื่อเตรียมพร้อมสู่การเป็นผู้ประกอบการในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล

“วิกฤติอาหาร” หายนะรอบใหม่

ดังที่รู้กันว่าผลจากวิกฤติโควิด-19 ที่เริ่มเข้าสู่ขาลง ทำให้ความต้องการน้ำมันทั่วโลกเพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากหลาย ๆ ประเทศเริ่มเข้าสู่ภาวะปกติ เศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัว การใช้น้ำมันจึงเพิ่มสูงขึ้น

6 ปีกับภารกิจที่ท้าทายของ “ดร.ณรงค์ ศิริเลิศวรกุล” บนเส้นทางการบริหาร สวทช. และการวางโครงสร้างพื้นฐานด้าน วทน. สำหรับเศรษฐกิจใหม่ให้ประเทศไทย

เป็นเวลากว่า 25 ปีของ สวทช. ก่อนที่ ดร.ณรงค์ ศิริเลิศวรกุล จะก้าวสู่ตำแหน่ง ผู้อำนวยการ สวทช. สองสมัย (ตั้งแต่วันที่ 27 สิงหาคม 2559-วันที่ 26 สิงหาคม 2565)

MUST READ

ส่องนิสัยการทำความสะอาดคนไทย Dyson เผยคนไทยกว่า 40% จะทำความสะอาดบ้านแค่ตอนเห็นฝุ่น

Dyson เผยผลการสำรวจและวิจัย Global Dust Study ที่จัดขึ้นเป็นครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงประเทศไทย โดยสำรวจนิสัยการทำความสะอาดและความเข้าใจเกี่ยวกับฝุ่นในครัวเรือน รวมถึงผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตในบ้าน

ดิอาจิโอ เปิดตัวแคมเปญ “Wrong Side of the Road” หวังช่วยลดอุบัติเหตุจากการเมาแล้วขับในไทย

บริษัท ดิอาจิโอ โมเอ็ท เฮนเนสซี่ (ประเทศไทย) ผู้นำด้านเครื่องดื่มแอลกอฮอล์นำเข้าพรีเมียม เดินหน้ารณรงค์ให้ผู้บริโภคตระหนักถึงอันตรายของการดื่มแล้วขับ ล่าสุด เปิดตัวแพลตฟอร์ม e-learning แบบอินเตอร์แอกทีฟครั้งแรก “Wrong Side of the Road”

“วิกฤติอาหาร” หายนะรอบใหม่

ดังที่รู้กันว่าผลจากวิกฤติโควิด-19 ที่เริ่มเข้าสู่ขาลง ทำให้ความต้องการน้ำมันทั่วโลกเพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากหลาย ๆ ประเทศเริ่มเข้าสู่ภาวะปกติ เศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัว การใช้น้ำมันจึงเพิ่มสูงขึ้น

หลักทรัพย์บัวหลวง เปิดตัวแอป “Wealth Connex” เชื่อมทุกความรู้และบริการลงทุนไว้ที่เดียว

แอปพลิเคชัน “Wealth Connex” ชูจุดเด่นนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาประยุกต์ให้บริการ ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ เพื่อสร้างประสบการณ์ลงทุนแบบส่วนตัวอัตโนมัติให้กับลูกค้า ยกระดับศักยภาพการให้บริการเชื่อมต่อโอกาสการลงทุนตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ของผู้ลงทุน

แฟนคลับออเจ้าพร้อม! Kubix เปิดจองซื้อ ‘DESTINY TOKEN’ แล้ววันนี้ ชูจุดเด่นราคาไม่ผันผวน พร้อมผลตอบแทนเริ่มต้น 2.99% ต่อปี

Kubix เปิดจองซื้อ DESTINY TOKEN จากภาพยนตร์บุพเพสันนิวาส ๒ ตั้งแต่วันนี้ (23 พฤษภาคม) ถึงวันที่ 20 มิถุนายนนี้ ผ่านแอปฯ Kubix โดยเสนอขายจำนวนจำกัดเพียง 16,087 โทเคน ผ่านการจัดสรรแบบ First Come First Served
Newsletter

สนใจรับข่าวสารจาก The Story Thailand อัพเดตก่อนใคร สมัคร Newsletter กับเราเพียงกรอกอีเมลเท่านั้น