TH | EN
TH | EN
หน้าแรก Technology ไมโครซอฟท์ เปิดโครงการเสริมทักษะเชิงดิจิทัล กว่า 25 ล้านคนทั่วโลก

ไมโครซอฟท์ เปิดโครงการเสริมทักษะเชิงดิจิทัล กว่า 25 ล้านคนทั่วโลก

บริษัท ไมโครซอฟท์ คอร์ปอเรชั่น ได้ประกาศเปิดตัวโครงการใหม่ระดับโลกเพื่อเสริมสร้างทักษะแรงงาน โดยมีวัตถุประสงค์ในการพัฒนาทักษะเชิงดิจิทัลเพิ่มเติมให้กับผู้คนจำนวนกว่า 25 ล้านทั่วโลกภายในสิ้นปีนี้ โดยโครงการดังกล่าวถูกเปิดตัวขึ้นเพื่อสนับสนุนการเสริมสร้างทักษะเพื่อนำไปปรับใช้เพื่อรับมือกับภาวะวิกฤติเชิงเศรษฐกิจระดับโลกที่เกิดจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 การขยายโอกาสในการเข้าถึงทักษะเชิงดิจิทัลเป็นขั้นตอนที่สำคัญในการช่วยผลักดันการฟื้นฟูเศรษฐกิจ โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่ว่างงานจากสถานการณ์ดังกล่าว ซึ่งเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงมากที่สุด

-ไมโครซอฟท์ พร้อมช่วยธุรกิจไทยฝ่าวิกฤติโควิด-19
-ไมโครซอฟท์ จับมือ เอสเอพี ร่วมขับเคลื่อนธุรกิจไทยสู่ New Normal

ภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิก มีจำนวนแรงงานที่อาศัยอยู่ในประเทศที่มีการปิดสำนักงานในช่วงสถานการณ์แพร่ระบาดมากที่สุดถึง 1.09 พันล้านคน และภูมิภาคนี้ยังมีจำนวนแรงงานนอกระบบที่อาศัยอยู่ในประเทศที่ใช้มาตรการล็อคดาวน์มากที่สุดถึง 829 ล้านคน ซึ่งคิดเป็นจำนวนมากกว่าร้อยละ 60 ของจำนวนแรงงานนอกระบบทั้งหมดในภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิก กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (International Monetary Fund หรือ IMF) คาดการณ์ว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดในครั้งนี้จะส่งผลให้การเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศที่อยู่ภายในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกชะลอตัวลงในปี พ.ศ.2563 ที่ระหว่างร้อยละ 3-10 ในขณะเดียวกันยังได้คาดการณ์ว่าอัตราการว่างงานในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกจะเพิ่มขึ้นที่ร้อยละ 5-7 ของจำนวนแรงงานทั้งหมด สำหรับในประเทศไทย มีการคาดการณ์ว่าผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศจะลดลงร้อยละ 9.7 และมีอัตราการว่างงานที่เพิ่มขึ้นร้อยละ 7.1

ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก สถานการณ์การแพร่ระบาดในครั้งนี้มีแนวโน้มที่จะส่งผลกระทบที่รุนแรงที่สุดต่องานในภาคธุรกิจโรงแรม ร้านอาหาร และบริการด้านการคมนาคม ซึ่งมีการคาดการณ์อัตราการว่างงานเพิ่มขึ้นที่ร้อยละ 5-6 โดยเยาวชน เจ้าของธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ผู้ที่มีรายได้ต่ำ แรงงานอิสระ และแรงงานนอกระบบ เป็นกลุ่มที่มีแนวโน้มที่จะมีสัดส่วนการว่างงานเนื่องจากวิกฤติการแพร่ระบาดของโควิด-19 มากกว่าปกติ นอกจากนี้ ลูกจ้างรายวันชาวไทย แรงงานอพยพในชุมชนเมือง ผู้หญิง และนักศึกษาจบใหม่ยังเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มที่ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงที่สุดในประเทศ ยิ่งไปกว่านั้น กว่าร้อยละ 18 ของงานในภาคธุรกิจโรงแรม ร้านอาหาร และบริการด้านการคมนาคมในประเทศยังถูกคาดการณ์ว่าอยู่ในภาวะเสี่ยงอีกด้วย

นายสัตยา นาเดลลา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของไมโครซอฟท์ กล่าวว่า “โควิด-19 ก่อให้เกิดวิกฤติทั้งในเชิงสาธารณสุขและเศรษฐกิจ และในขณะที่โลกของเรากำลังฟื้นตัวจากวิกฤติเหล่านั้น เราจำเป็นต้องทำให้แน่ใจว่าจะไม่มีใครถูกทิ้งไว้ข้างหลัง ในวันนี้ เราได้รวบรวมทรัพยากรที่ครอบคลุมของไมโครซอฟท์ รวมถึง LinkedIn และ GitHub เพื่อไตร่ตรองวิธีการที่ผู้คนใช้ในการเรียนรู้และนำทักษะใหม่ ๆ มาใช้งาน และช่วยเหลือผู้คนจำนวนกว่า 25 ล้านคนที่ประสบปัญหาการว่างงานเนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 ในการเตรียมความพร้อมสำหรับงานในอนาคต”

โครงการนี้ ซึ่งมีรายละเอียดเพิ่มเติมอยู่ในบล็อกอย่างเป็นทางการของไมโครซอฟท์ ประกอบด้วยขั้นตอนที่เร่งด่วนในการช่วยเหลือผู้คนที่ต้องการฝึกทักษะใหม่และสมัครงานที่กำลังเป็นที่ต้องการในตลาด และนำทุกส่วนของบริษัทมาใช้ โดยผสมผสานระหว่างทรัพยากรที่มีอยู่แล้วและทรัพยากรใหม่ ๆ จาก LinkedIn, GitHub และไมโครซอฟท์ ดังนี้

การใช้งานข้อมูลเพื่อระบุงานที่กำลังเป็นที่ต้องการและทักษะที่จำเป็นต้องพัฒนา

การเข้าถึงเส้นทางการเรียนรู้และเนื้อหาโดยไม่มีค่าใช้จ่าย เพื่อช่วยเหลือผู้คนในการพัฒนาทักษะที่จำเป็นต่อตำแหน่งงานเหล่านี้ ประกาศนียบัตรที่สามารถเรียนรู้ได้ด้วยค่าใช้จ่ายต่ำและเครื่องมือที่ใช้สำหรับการหางานโดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพื่อช่วยเหลือผู้คนในการพัฒนาทักษะเหล่านี้เพื่อสมัครงานใหม่

โครงการนี้เป็นโครงการเทคโนโลยีที่มีความครอบคลุม ซึ่งเป็นการต่อยอดจากข้อมูลและเทคโนโลยีดิจิทัล โดยเริ่มจากข้อมูลเกี่ยวกับงานและทักษะที่มาจาก LinkedIn Economic Graph โดยโครงการจะมอบการเข้าถึงเนื้อหาในแหล่งทรัพยากรต่าง ๆ โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ได้แก่ LinkedIn Learning, Microsoft Learn, และ GitHub Learning Lab โดยผสานเข้ากับการรับรองด้วย Microsoft Certifications และการนำเสนอเครื่องมือการหางานของ LinkedIn โดยแหล่งทรัพยากรเหล่านี้สามารถเข้าถึงได้จากเว็บไซต์ศูนย์กลางที่ opportunity.linkedin.com และจะให้บริการอย่างแพร่หลายผ่านช่องทางออนไลน์ใน 4 ภาษา ได้แก่ ภาษาอังกฤษ ภาษาฝรั่งเศส ภาษาเยอรมัน และภาษาสเปน

แหล่งทรัพยากรการเรียนรู้ต่าง ๆ ที่ให้บริการภายใต้โครงการดังกล่าวถูกคัดเลือกอย่างพิถีพิถันให้เหมาะสมกับความต้องการของแรงงาน โดยประกอบด้วย

-ความรู้เท่าทันดิจิทัลพื้นฐาน Microsoft Digital Literacy ถูกออกแบบขึ้นสำหรับผู้คนที่มีทักษะการอ่านขั้นพื้นฐานและต้องการที่จะเรียนรู้หลักเบื้องต้นเกี่ยวกับการใช้เทคโนโลยีเชิงดิจิทัล หลักสูตรนี้จะช่วยให้ผู้คนสามารถเพิ่มทักษะเชิงดิจิทัลที่จำเป็น เพื่อมีส่วนร่วมในเศรษฐกิจดิจิทัลและยกระดับความเป็นอยู่ให้ดียิ่งขึ้น โดยสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.microsoft.com/en-us/digitalliteracy/home

-ทักษะตามตำแหน่งงาน นำเสนอการพัฒนาทักษะที่มีความเกี่ยวข้องที่สุดสำหรับเส้นทางอาชีพต่าง ๆ ด้วยหลักสูตรธุรกิจ ครีเอทีฟ และเทคโนโลยี โดยขึ้นอยู่กับความต้องการของแต่ละตำแหน่งงาน สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.linkedin.com/learning/

-ทักษะเชิงเทคนิค Microsoft Learn เสริมทักษะเชิงเทคนิคของผู้เรียนผ่านวิธีการที่หลากหลาย ตั้งแต่การสำรวจเนื้อหาตามหัวข้อเชิงลึกผ่านเส้นทางการเรียนรู้พร้อมคำแนะนำ ไปจนถึงการเรียนรู้วิธีการทำชิ้นงานบางอย่างให้สำเร็จผ่านหลักสูตรแยก เมื่อจบหลักสูตร ผู้เรียนจะได้รับการรับรอง Microsoft Certification โดยสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://docs.microsoft.com/en-us/learn/

ในขณะเดียวกัน บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด ยังได้ดำเนินงานสอดคล้องกับโครงการระดับโลกดังกล่าว ภายใต้ความร่วมมือกับสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) ในโครงการฝึกอบรมทักษะเชิงดิจิทัล “Advancing the Future of Work” เพื่อลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงเทคโนโลยีดิจิทัล เพิ่มโอกาสในการจ้างงานให้กับบัณฑิตอาชีวะรุ่นใหม่จำนวน 6,000 คน ในจังหวัดฉะเชิงเทรา ชลบุรี และระยอง ด้วยทักษะดิจิทัลที่กำลังเป็นที่ต้องการของเหล่านายจ้าง ผ่านการฝึกอบรมอาจารย์จำนวน 120 คน จาก 60 สถาบันการศึกษา ภายในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกหรือ Eastern Economic Corridor (EEC) พร้อมรับโอกาสในการเรียนรู้ทักษะเพิ่มเติม เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนการเข้าสู่ตลาดงาน ผ่านหลักสูตรการเรียนรู้ออนไลน์บนแพลตฟอร์มของ Future Ready ASEAN ที่ https://www.futurereadyasean.org/

นอกจากนี้ ไมโครซอฟท์ ประเทศไทย ยังได้สนับสนุนโอกาสในการเรียนรู้ด้วยการนำเสนอเส้นทางการเรียนรู้และเนื้อหาที่ช่วยให้ผู้คนสามารถพัฒนาทักษะเฉพาะผ่านโครงการฝึกอบรมและการรับรองต่าง ๆ เช่น Exam AZ-900 สำหรับ Microsoft Azure Fundamentals และ AZ-100 สำหรับ Microsoft Azure Infrastructure and Deployment โดยสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.digitalskill.org/

นายธนวัฒน์ สุธรรมพันธุ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “กลุ่มคนที่มีความพร้อมในการต่อสู้กับผลกระทบเชิงเศรษฐกิจจากการแพร่ระบาดน้อยที่สุดคือกลุ่มคนที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด และเราได้พบเห็นอัตราการว่างงานที่เพิ่มขึ้นในกลุ่มแรงงานรุ่นใหม่ ลูกจ้างรายวัน แรงงานอพยพที่อาศัยอยู่ในชุมชนเมือง และนักศึกษาจบใหม่ เป้าหมายของเราคือการผสมผสานสิ่งที่ดีที่สุดของเทคโนโลยีเข้ากับความร่วมมือที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้นกับรัฐบาลและหน่วยงานไม่แสวงผลกำไร เพื่อช่วยเหลือผู้คนในการพัฒนาทักษะที่จำเป็นในการถูกจ้างงาน เราเชื่อมั่นในศักยภาพของเทคโนโลยีอย่าง AI ในการสนับสนุนการฟื้นฟูธุรกิจในภาคอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบ และเรามีความมุ่งมั่นในการพัฒนาแรงงานที่มีทักษะและฝีมือที่สามารถได้รับประโยชน์จากนวัตกรรมเหล่านี้ได้อย่างเต็มที่”

ยิ่งไปกว่านั้น ไมโครซอฟท์ยังได้ผลักดันความมุ่งมั่นนั้นด้วยเงินทุนสนับสนุนมูลค่า 20 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (หรือประมาณ 640 ล้านบาท) เพื่อช่วยให้องค์กรไม่แสวงผลกำไรทั่วโลกสามารถให้ความช่วยเหลือแก่ผู้คนที่ต้องการความช่วยเหลือมากที่สุด โดย 1 ใน 4 ของเงินทุนนี้ หรือ 5 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (หรือประมาณ 160 ล้านบาท) จะถูกนำไปมอบให้กับองค์กรไม่แสวงผลกำไรที่มีลักษณะเป็นชุมชนในรูปแบบของเงินสด โดยเป็นชุมชนที่นำโดยและจัดทำขึ้นเพื่อให้ความช่วยกลุ่มคนผิวสีในประเทศสหรัฐฯ นอกจากนี้ บริษัทยังมีความมุ่งมั่นในการจัดการข้อมูลและวิเคราะห์ให้แข็งแกร่ง ซึ่งรวมถึงข้อมูลจาก LinkedIn Economic Graph โดยให้บริการแก่รัฐบาลทั่วโลก เพื่อให้พวกเขาสามารถประเมินความต้องการเชิงเศรษฐกิจในระดับท้องถิ่นได้ดียิ่งขึ้น

ไมโครซอฟท์จะใช้เสียงของตนเองเพื่อให้การสนับสนุนนวัตกรรมเกี่ยวกับนโยบายเพื่อสาธารณะที่ช่วยเพิ่มโอกาสในการเสริมสร้างทักษะที่จำเป็นในเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงไป

นอกจากนี้ ไมโครซอฟท์ยังได้ประกาศว่าทางบริษัทกำลังพัฒนาแอปพลิเคชันใหม่เพื่อการเรียนรู้ใน Microsoft Teams ซึ่งถูกออกแบบขึ้นเพื่อช่วยให้นายจ้างสามารถเสริมสร้างทักษะให้แก่พนักงานปัจจุบันและพนักงานใหม่ ในขณะที่ผู้คนเริ่มกลับมาทำงานตามปกติและในเศรษฐกิจมีการว่าจ้างงานเพิ่มขึ้น

นอกจากนี้ การสร้างโอกาสให้กับคนทุกคนในกลุ่มแรงงานระดับโลกยังเป็นส่วนหนึ่งของพันธกิจของ LinkedIn โดยจากการเป็นส่วนหนึ่งของอีโคซิสเท็มของไมโครซอฟท์ ทำให้ LinkedIn มีความสามารถที่เป็นเอกลักษณ์ในการช่วยเหลือผู้ที่ต้องการหางานทั่วโลกในการเพิ่มทักษะและค้นพบกับงานที่เหมาะสมกับพวกเขา โดยเฉพาะกลุ่มคนที่เสียเปรียบเนื่องจากภาวะวิกฤติโควิด-19 ด้วยการนำเสนอข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับอาชีพและทักษะในอนาคต เพื่อสร้างเส้นทางการเรียนรู้เพื่อช่วยเหลือผู้คนที่กำลังหางานกว่า 25 ล้านคนทั่วโลกให้ได้พบกับโอกาสครั้งต่อไปของพวกเขา ซึ่งพร้อมให้บริการที่ opportunity.linkedin.com

ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

-Apple Central World แลนด์มาร์คใหม่ใจกลางราชประสงค์
-อินโดนีเซีย นำโด่ง เม็ดเงินลงทุนในธุรกิจสตาร์ตอัพ อี-คอมเมิร์ซ โตสวนโควิด-19
-เปิดทิศทาง “การท่องเที่ยวในราคาที่เอื้อมถึง”
-ใครยอดขายหด แต่ Convenience Food Store ยังฉลุย

STAY CONNECTED

0แฟนคลับชอบ
0ผู้ติดตามติดตาม

Lastest News

กสิกรไทย จับมือพันธมิตร ติดโซลาร์รูฟให้ประชาชน เข้าถึงพลังงานสะอาดฟรี

ธนาคารกสิกรไทยจับมือ 4 พันธมิตร เดินหน้า GO GREEN Together สนับสนุนการใช้พลังงานสะอาดของประชาชน เปิดตัวโครงการ SolarPlus ติดตั้งโซลาร์รูฟให้แก่ประชาชนฟรี เพื่อผลิตและขายไฟฟ้าเป็นครั้งแรกในไทย

บลูบิค ทุบสถิติรายได้ – กำไร โชว์ผลงาน 6 เดือนแรก โตทะลุ 90%

บริษัท บลูบิค กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ BBIK ที่ปรึกษาชั้นนำผู้ให้บริการด้านดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชันแบบครบวงจร เผย 6 เดือนแรกของปี 2565 เดินหน้าทำนิวไฮทั้งรายได้และกำไร โดยมีรายได้รวม 243.19 ล้านบาท

สิงห์ เอสเตท ครึ่งปีแรกโต 92% ทำรายได้ 5,790 ล้านบาท

บริษัท สิงห์ เอสเตท โชว์รายได้ 5,790 ล้านบาท ในครึ่งปีแรกปี 2565 เพิ่มขึ้น 92% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนจากการเติบโตของรายได้ในทุกกลุ่มธุรกิจ

ศิริราช ร่วมกับมูลนิธิเอสซีจี ชวนช่วยเหลือผู้พิการแขนขาเทียม ในโครงการ ‘เป๋าบุญ หนุนขา’

โรงเรียนกายอุปกรณ์สิรินธร คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ม.มหิดล ร่วมกับ มูลนิธิ เอสซีจี เปิดตัวโครงการ“เป๋าบุญ หนุนขา” พร้อมคอลเลกชันที่ระลึก เพื่อจัดหาแขนขาเทียมช่วย ผู้พิการยากไร้และด้อยโอกาส

เสียวหมี่เผยโฉม เทคโนโลยี Xiaomi Pilot Technology และ CyberOne หุ่นยนต์ ตัวแรกของเสียวหมี่

เสียวหมี่เผยสถานะการพัฒนา Xiaomi Pilot Technology สำหรับการขับขี่อัตโนมัติ พร้อมเปิดตัว CyberOne หุ่นยนต์ Humanoid ตัวแรกของเสียวหมี่ ในงานเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ของบริษัทฯ ในกรุงปักกิ่งเมื่อวันที่ 11 สิงหาคมที่ผ่านมา Xiaomi Pilot Technology

ไทยวา ผลประกอบการครึ่งปีแรก ยอดขายทั่วโลกเพิ่ม 19% พร้อมรุกธุรกิจพลังงานหมุนเวียนเต็มรูปแบบ

บริษัท ไทยวา จำกัด (มหาชน) เผยผลประกอบการครึ่งปีแรก 2565 ด้วยยอดขายทั่วโลกเพิ่มขึ้น 19% และกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 5% มียอดขายเติบโตขึ้นอย่างแข็งแกร่งในทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์

SEEK แต่งตั้ง ‘สกอตต์ สไตล์ส’ เป็นที่ปรึกษาพิเศษเพื่อการจ้างงานที่เป็นธรรมในเอเชีย

ซีค (SEEK) บริษัทต้นสังกัดของ จ๊อบส์สตรีท (JobStreet) และ จ๊อบส์ดีบี (JobsDB) แพลตฟอร์มจัดหางานชั้นนำ ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการไม่สนับสนุนการจ้างงานที่ไม่เป็นธรรม และการค้าแรงงานทาสสมัยใหม่

เอคเซนเชอร์ เปิด ศูนย์ปฏิบัติการอัจฉริยะเพื่อธุรกิจ สนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัล

เอคเซนเชอร์ ประกาศจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการอัจฉริยะเพื่อธุรกิจ ในประเทศไทย พร้อมนำประสบการณ์ความเชี่ยวชาญกว่า 44 ปีที่ดำเนินธุรกิจในไทย ร่วมขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านหรือทรานส์ฟอร์มองค์กรธุรกิจ

ทรู ชวนลูกค้าเปลี่ยนคะแนน ‘ทรูพอยท์’ เป็นเงินบริจาค ให้กับ 9 มูลนิธิ

ทรู ชวนลูกค้าสร้างพลังแห่งการให้ ด้วยการเปลี่ยนคะแนน 'ทรูพอยท์' แทนเงินบริจาค ร่วมสมทบทุนให้กับ 9 มูลนิธิ เพียงใช้ทรูพอยท์เริ่ม 1 คะแนน ร่วมบริจาคแทนเงิน 0.5 บาท

LINE MAN คว้า ‘ญาญ่า’ ขึ้นแท่นพรีเซ็นเตอร์คนล่าสุด ปลุกตลาดครึ่งปีหลัง

LINE MAN รุกตลาดครึ่งปีหลัง คว้า “ญาญ่า-อุรัสยา เสปอร์บันด์” ขึ้นแท่นพรีเซ็นเตอร์คนล่าสุด กระตุ้นยอดใช้งาน-ยอดขายร้านอาหารคึกคักร่วมกับแคมเปญตลอดปี

MUST READ

NIA ชวนเด็กไทย สวมบทนวัตกรน้อย ในงาน “มหกรรมวิทย์ฯแห่งชาติ”

สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA ร่วมจัดกิจกรรมในงานมหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ประจำปี 2565 เพื่อพัฒนาศักยภาพเยาวชนไทยด้านนวัตกรรม

ดีแทค รีวอร์ด เปิดประสบการณ์ความสุขครั้งใหม่ Coins Transfer แลกเข้า แลกออก แลกได้ตามใจ

ดีแทค รีวอร์ด สร้างมิติใหม่ให้ลูกค้าสัมผัสประสบการณ์ รับสิทธิพิเศษรูปแบบใหม่ โดยลูกค้าสามารถแลกคะแนนสะสมจาก 3 แบรนด์ชั้นนำ มาเป็น dtac reward coins ได้

ไทยวา ผลประกอบการครึ่งปีแรก ยอดขายทั่วโลกเพิ่ม 19% พร้อมรุกธุรกิจพลังงานหมุนเวียนเต็มรูปแบบ

บริษัท ไทยวา จำกัด (มหาชน) เผยผลประกอบการครึ่งปีแรก 2565 ด้วยยอดขายทั่วโลกเพิ่มขึ้น 19% และกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 5% มียอดขายเติบโตขึ้นอย่างแข็งแกร่งในทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์

ศิริราช ร่วมกับมูลนิธิเอสซีจี ชวนช่วยเหลือผู้พิการแขนขาเทียม ในโครงการ ‘เป๋าบุญ หนุนขา’

โรงเรียนกายอุปกรณ์สิรินธร คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ม.มหิดล ร่วมกับ มูลนิธิ เอสซีจี เปิดตัวโครงการ“เป๋าบุญ หนุนขา” พร้อมคอลเลกชันที่ระลึก เพื่อจัดหาแขนขาเทียมช่วย ผู้พิการยากไร้และด้อยโอกาส

สมการของ กรุงศรีออโต้ …. Employee Satisfaction = Customer Satisfaction

สมการของ กรุงศรีออโต้ ต้องบริหารงานและดูแลประโยชน์ของ 4 ฝ่ายนี้อย่างสมดุล คือ พนักงาน ลูกค้า ผู้ถือหุ้น และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
Newsletter

สนใจรับข่าวสารจาก The Story Thailand อัพเดตก่อนใคร สมัคร Newsletter กับเราเพียงกรอกอีเมลเท่านั้น