TH | EN
TH | EN
หน้าแรก Columnist มองประเทศเวียดนาม ย้อนมองประเทศไทย

มองประเทศเวียดนาม ย้อนมองประเทศไทย

สภาเศรษฐกิจโลก World Economic Forum: WEF ประกาศ Global Competitiveness Index 4.0 เมื่อปี พ.ศ.2562 ประเทศไทยมีคะแนนดัชนีความสามารถทางการแข่งขัน 68.1 คะแนน จากเดิมที่มีคะแนน 67.5 ในปี พ.ศ.2561 แต่อันดับกลับลดลงอยู่ในอันดับที่ 40 ของโลก จากทั้งหมด 141 ประเทศ/เขตเศรษฐกิจ จากปี พ.ศ.2561 ที่อยู่ในอันดับ 38

ในขณะที่ประเทศเพื่อบ้าน อย่างประเทศเวียดนาม คะแนนดัชนีความสามารถทางการแข่งขันที่ดีขึ้นจาก 58.1 เป็น 61.5 ทำให้อันดับขยับขึ้นจากอันดับที่ 77 เมื่อปีที่ผ่านมา ขึ้นเป็นอันดับที่ 67 ของโลก ประเทศกัมพูชา อันดับที่ 106  สปป.ลาว อันดับที่ 113 และเมียนมา อันดับที่ 131

เกณฑ์ในการประเมินใช้ 4 ประการ คือ 1. สิ่งแวดล้อมในการทำธุรกิจ เอื้ออำนวยต่อการทำธุรกิจ Enabling Environment  2. ทักษะความสามารถของคน Human Capital  3. ความหลากหลายของสินค้า รวมทั้งตลาดการเงิน Markets และ 4. การมีสภาวะที่เอื้ออำนวยต่อการสร้างนวัตกรรม Innovation Ecosystem

นักเศรษฐศาสตร์หลายประเทศ ประเมินแนวโน้มว่า ประเทศเวียดนามจะขึ้นแซงประเทศไทยในปี พ.ศ.2593  (ค.ศ.2050) หรือเร็วกว่านั้น

ด้วยเวียดนามเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูงทั้งด้านการค้าและการลงทุน จำนวนประชากร 97-98 ล้านคน ทำให้มีแรงงานเพียงพอรองรับการเติบโตของภาคธุรกิจ สามารถผลิตสินค้าในต้นทุนที่ต่ำกว่าหลายประเทศ สิ่งที่เห็นชัดเจนในช่วงการแพร่ระบาดโควิดที่ผ่านมา ประเทศส่วนใหญ่ในโลกที่เศรษฐกิจเผชิญภาวะหดตัว ได้รับผลกระทบด้านเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน แต่เศรษฐกิจเวียดนาม โตสวนกระแส ถึงร้อยละ 2.9 และประมาณการณ์ว่าแนวโน้มเศรษฐกิจในปี พ.ศ.2564 จะขยายตัวต่อเนื่องที่ร้อยละ 6.5 ใกล้เคียงกับช่วงก่อนโควิด

ที่ผ่านมาทุกคนได้เห็นว่ามีนักลงทุนจากต่างชาติเข้าไปลงทุนในเวียดนามมากขึ้น ประเทศที่เคยมีฐานการผลิตในประเทศไทยและประเทศใกล้เคียง ก็ย้ายฐานการผลิตเข้าไปในเวียดนามจำนวนมาก ปัจจัยสำคัญ คือ รัฐบาลจริงจังกับการพัฒนาเศรษฐกิจ การค้า การลงทุนอย่างมาก ถึงขนาดกำหนดเป้าหมายในการเป็นชาติแห่งอุตสาหกรรมและยกระดับสู่ประเทศ “รายได้ปานกลางระดับสูง” ก่อนปี พ.ศ.2578 เพราะเป็นปีที่เวียดนามครบรอบ 60 ปีหลังจบสงครามเวียดนาม และครบรอบ 90 ปีแห่งอิสรภาพของประเทศ 

เมื่อมีเป้าหมายที่ชัดเจน ในปี พ.ศ.2529 รัฐบาลเวียดนามได้กำหนดแผนปฏิรูปเศรษฐกิจครั้งใหญ่ ที่เรียกว่า “ดอยเหม่ย” (Doi Moi) ด้วยการเปลี่ยนจากระบบเศรษฐกิจที่พึ่งพาตนเองมาเป็นเศรษฐกิจแบบเปิด ส่งเสริมบทบาทของเอกชนมากขึ้นและการกระจายอำนาจลงที่ภาคธุรกิจและท้องถิ่นมากขึ้น 

หลังจากนั้นเวียดนามก็พยายามขยายการแลกเปลี่ยนและความร่วมมือกับทุกประเทศในโลก โดยไม่คํานึงถึงระบอบทางสังคมหรือการเมืองการปกครองของประเทศเหล่านั้น เริ่มจากธันวาคม พ.ศ.2535 การทําข้อตกลงเกี่ยวกับการค้าสิ่งทอและผลิตภัณฑ์ เครื่องแต่งกายกับสหภาพยุโรป  ปีต่อมา พ.ศ.2536 รื้อฟื้นความสัมพันธ์กับธนาคารโลก และกองทุนการเงินระหว่างประเทศ ปีต่อมาเวียดนามก็รื้อฟื้นความสัมพันธ์ทางการค้ากับ สหรัฐอเมริกาขึ้นใหม่ พ.ศ. 2538 เวียดนามเข้าเป็นสมาชิกอาเซียนและยื่นใบสมัครเข้าเป็นสมาชิกองค์การการค้าโลก ต่อมา พ.ศ.2541 เป็นสมาชิกของกลุ่มความร่วมมือทางเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (APEC)

ปี พ.ศ.2545 ข้อตกลงทางการค้าระหว่างอาเซียนและจีน ปีต่อมาทำข้อตกลงทางการค้ากับเกาหลีใต้ ปีต่อมาทำข้อตกลงทางการค้ากับญี่ปุ่น ปัจจุบันเวียดนามได้ทําข้อตกลงทวิภาคีทางการค้ากว่า 90 ฉบับ ในปี พ.ศ.2551 เวียดนามเข้าร่วมในความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจอาเซียนญี่ปุ่น ASEAN-Japan Comprehensive Economic Partnership (AJCEP) และความตกลงเพื่อจัดตั้งเขตการค้าเสรีอาเซียน-ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์ (ASEAN-Australia-New Zealand Free Trade Agreement)

วันที่ 11 มกราคม พ.ศ.2550 หลังการเจรจาและการปฏิรูปเป็นเวลากว่า 12 ปี เวียดนามก็เข้าเป็นสมาชิกองค์การการค้าโลกและใช้เวลาเพียง 7 ปี สร้างความโดดเด่นเหนือประเทศไทย ด้วยการมีเงินลงทุนจากนักลงทุนต่างประเทศเข้าเวียดนามสูงกว่าไทยนับแต่นั้นมา และในปี  พ.ศ.2561 มีมูลค่าส่งออกสินค้าสูงกว่าประเทศไทย

ในวันที่ 10 มกราคม พ.ศ.2550 เวียดนามได้ทำโครงการที่เรียกว่า “โปรเจ็ค 30” คือ การทำ regulatory guillotine โดยนำกฎหมาย กฎระเบียบ กฎเกณ์ ประมาณ 30% ของกฎหมายที่มีอยู่ในขณะนั้นมาทำการตัดทอน ปรับปรุงใหม่ ลดความซ้ำซ้อน และรวมศูนย์ข้อมูล กระบวนการมารวมไว้ด้วยกัน โดยให้สอดคล้องกับองค์การการค้าโลก (World Trade Organization: WTO) และเอื้อต่อการสนับสนุน กระตุ้นการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ส่งเสริมการลงทุนจากต่างชาติ (FDI) เนื่องจากรายงานเรื่องความยากง่ายในการประกอบธุรกิจของธนาคารโลก ระบุว่า หากจะเปิดธุรกิจในเวียดนามต้องใช้เวลาดำเนินการประมาณ 92 วัน ซึ่งนานมากเมื่อเทียบกับหลายประเทศในเอเชีย

กฎหมายที่ดังกล่าวถูกพิจารณาด้วยเกณฑ์ 5Cs คือ Cut คือ การยกเลิกกฎหมายเชย ล้าสมัย Change ปรับปรุงกฎหมายให้เข้ากับยุคสัมย Combine การควบรวมกรณีที่ทับซ้อน Continue กฎหมายที่ดี คงไว้เช่นเดิม จะเอามาใส่ชุด data เดียวกัน และ Create การสร้างกฎหมายใหม่กรณีจำเป็นเท่านั้น และต้องเป็นหลักกฎหมายที่ดี มีความเป็นมิตรกับนักลงทุน ดังนั้น จำนวนกฎหมายของเวียดนามก่อนที่จะได้ดำเนินการมีประมาณ 5,421 ฉบับ หลังจากทำโปรเจ็ค 30 กฎหมายถูกยกเลิก 8.8% มีกฎหมายที่ปรับปรุง เพื่อทำให้ได้รับความสะดวกขึ้น 77% หลังจากที่ปฏิรูปกฎหมาย 8 ปี เวียดนามสามารถลดต้นทุนการทำธุรกิจได้ปีละ 1.4 พันล้านดอลล่าร์ สำหรับภาคเอกชน  

นักธุรกิจเคยให้ข้อคิดว่า แม้บางประเทศจะมีแรงงานไม่มีฝีมือเราสามารถฝึกทักษะได้ มีทรัพยากรที่ดี แต่ถ้ามีกฎหมายไม่ดี ต้องมีปัญหากับรัฐบาลท้องถิ่น ไม่มีใครอยากไปลงทุน

หลังการปฏิรูปกฎหมายให้เป็นสากลขึ้น เศรษฐกิจเวียดนามดีขึ้น นักลงทุนมองข้ามหัวประเทศไทย ทำให้การลงทุนในเวียดนามมากขึ้น

ว่ากันว่าปี พ.ศ.2563 GDP เวียดนามอยู่ที่ 2.60 แสนล้านดอลลาร์ ธนาคารโลกคาดว่า GDP ของเวียดนามจะเติบโตได้ 6.7% ในปี พ.ศ.2564 นี้

ขณะที่รายได้ต่อหัวของประชากร (GDP per Capita) เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกปี พ.ศ.2560 ประมาณ 1,853 ดอลลาร์ พ.ศ.2561 ประมาณ 1,964.5 ดอลลาร์ พ.ศ.2562 ประมาณ 2,082.2 ดอลลาร์ และปีที่ผ่านมารายได้ต่อหัวของประชากรเวียดนามอยู่ที่ 3,498 ดอลลาร์หรือ 109,813 บาทต่อปี ซึ่งเป็นไปตามเป้าหมายที่รัฐบาลเวียดนามวางไว้ว่าจะนำประเทศไปสู่รายได้ปานกลางระดับสูง

นีลเส็น กรุ๊ป มีข้อมูลว่า ปี พ.ศ.2563 เวียดนามมีกลุ่มชนชั้นกลางในเวียดนาม 44 ล้านคน และเชื่อว่า พ.ศ.2573 จะเพิ่มเป็น 95 ล้านคน

แว่วว่า ประเทศไทยเองก็จะมีการทำ Regulatory Guillotine (RG) เช่นกัน โดยกระบวนงานจาก 16 กระทรวง 47 กรม ร้อยละ 85  เป็นกระบวนงานที่ไม่จำเป็น หากยกเลิกหรือแก้ไข กฎหมาย จะช่วยให้ภาคประชาชนและภาคธุรกิจประหยัดต้นทุนได้ถึง 133,816 ล้านต่อปี หรือคิดเป็น 0.8 % ของ GDP ในปี พ.ศ. 2563 

อืม …… ประเทศไทยทำช้ากว่าเวียดนาม ตั้ง 15 ปีเนอะ

STAY CONNECTED

6,910แฟนคลับชอบ
0ผู้ติดตามติดตาม

Lastest News

พาณิชย์ ปั้น Design Service Sandbox สร้างธุรกิจใหม่สู่ตลาดสากล

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ เปิดตัวกิจกรรม Design Service Sandbox (สนามทดลองแนวคิดธุรกิจ) ขึ้นเป็นครั้งแรก

Nokia G50 สมาร์ทโฟน 5G พร้อมบุกตลาดประเทศไทย ผนึก ทรู 5G นำร่องเจาะตลาดคนรุ่นใหม่

เอชเอ็มดี โกลบอล เจ้าของลิขสิทธิ์การจัดจำหน่ายโทรศัพท์ สมาร์ทโฟน ฟีเจอร์โฟน และอุปกรณ์เสริมแบรนด์โนเกีย (Nokia) เปิดตัว Nokia G50 สมาร์ทโฟน 5G รุ่นแรกจาก Nokia ที่รองรับทุกความถี่ 5G ในประเทศไทย ไ

เออาร์วี ร่วมกับ ซัมซุง อัพเกรดเกษตรกรไทย สู่สมาร์ทฟาร์มเมอร์

บริษัท เอไอ แอนด์ โรโบติกส์ เวนเจอร์ส จำกัด หรือ เออาร์วี เร่งยกระดับเทคโนโลยีภาคการเกษตรและเกษตรกรเพื่อก้าวสู่การเป็นเกษตรอัจฉริยะ หรือสมาร์ทฟาร์มเมอร์ ผนึกความร่วมมือกับบริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด ดำเนินโปรเจกต์นำร่อง ARV x Samsung CSR Collaboration Projec

แอลจี ซื้อกิจการ ‘Cybellum’ ผู้ให้บริการความปลอดภัยยานยนต์ ในอิสราเอล

คณะกรรมการบริหารของแอลจี อีเลคทรอนิคส์ (แอลจี) ได้อนุมัติการเข้าซื้อกิจการ Cybellum ผู้ให้บริการโซลูชันการประเมินความเสี่ยงด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์สำหรับยานยนต์

กรุงไทย เปิดชำระเงิน ไทย-สิงคโปร์ ด้วย QR Code ผ่าน Krungthai NEXT เป็นรายแรก

ธนาคารกรุงไทย พัฒนาบริการ QR Cross-Border Payment ให้ลูกค้าสามารถชำระเงินข้ามประเทศด้วยการสแกน QR Code

ทำไมต้อง … SCB X

กรณี "SCB" ประกาศลอกคราบตัวเอง แปลงร่างใหม่เป็น "SCB X" พลิกโฉมจาก "สถาบันการเงิน" ที่อยู่ในธุรกิจนี้มานานถึง 115 ปี มาเป็น "เทคคอมปะนี" นับเป็นปรากฏการณ์ที่สร้างความฮืฮา

InnoSpace และ Nastda Holding ผนึกกำลังร่วมลงทุนใน Deep Tech Startup ผลักดันธุรกิจเทคโนโลยี BCG

บริษัท อินโนสเปซ (ประเทศไทย) จำกัด (InnoSpace) และ บริษัท นาสท์ด้า โฮลดิ้ง จำกัด (NASTDA Holding) ร่วมกันเปิดตัวโครงการ Deep Tech Venture เพื่อผนึกกำลังการลงทุนในธุรกิจเทคโนโลยีนวัตกรรมเริ่มต้น ในกลุ่มเกษตรและอาหารสมัยใหม่ สุขภาพการแพทย์ พลังงานและสิ่งแวดล้อม และแพลตฟอร์มการบริการ

แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 “Mission to Transform”

กว่า 60 ปีที่ประเทศไทยมีการใช้แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เพื่อใช้เป็นกรอบกำหนดทิศทางและกำหนดยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศ นับรวม ๆ แล้วประมาณ 12 ฉบับ

Advanced Recycling จากเอสซีจี เคมิคอลส์ รับมาตรฐานความยั่งยืน “ISCC PLUS” รายแรกในไทย

เอสซีจี เคมิคอลส์ แถลงความคืบหน้าตามแผนโรดแมปด้านเศรษฐกิจหมุนเวียนเพื่อมุ่งสู่ “ธุรกิจปิโตรเคมีเพื่อความยั่งยืน” (Chemicals Business for Sustainability)

‘ไอ-ไอรีน’ สาวน้อย Metaverse Human คนแรกของไทย

วงการ Influencer ของเมืองไทยกำลังจะมี Influencer หน้าใหม่ที่น่าจับตามอง ไม่ใช่เพราะหน้าตาที่โดดเด่นหรือความสามารถที่เก่งเกินใคร แต่เพราะเธอ คือ Metaverse Human

MUST READ

ยูบิลลี่ ไดมอนด์ รุกตลาดออนไลน์ เปิดตัว Jubilee Online Store

ยูบิลลี่ ไดมอนด์ ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านธุรกิจเครื่องประดับเพชรของเมืองไทย จากการบุกเบิกเปิดสาขาในห้างสรรพสินค้า สู่การเปิดตัว Jubilee Online Store อย่างเต็มรูปแบบ

YouTube เผยจำนวนชั่วโมงคอนเทนต์ที่อัปโหลดบน YouTube ในไทยเพิ่มขึ้น 80%

คนไทยใช้เวลาในการรับชมคอนเทนต์การเงิน คาราโอเกะ เกษตรกรรม และ ออกกำลังกาย เพิ่มขึ้น พร้อมประกาศผู้ชนะรางวัล “YouTube Works Awards” จำนวน 4 แคมเปญ

ธุรกิจโลจิสติกส์ อาจเปลี่ยนไปตลอดกาล

อุตสาหกรรมโลจิสติกส์ ถือเป็นอีก 1 อุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด -19 น้อยมาก ขณะที่บางรายไม่ได้ผลกระทบในทางกลับกันยังส่งผลให้ธุรกิจเติบโตอย่างมาก

Bitglass ประกาศรุกตลาดไซเบอร์ ซีเคียวริตี้ในไทย

บิตกลาส (Bitglass) ประกาศขยายตลาดในประเทศไทย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการขยายตลาดในภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิกและประเทศญี่ปุ่นให้มากขึ้น

ไปรษณีย์ไทย เผยยอดกล่อง/ซอง ในแคมเปญไปรษณีย์ reBOX ทะลุ 1.7 แสนกิโลกรัม

บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด เผยยอดบริจาคกล่องพัสดุ และซองกระดาษไม่ใช้แล้วเข้าสู่ระบบรีไซเคิลภายใต้โครงการ “ไปรษณีย์ reBOX” มีปริมาณสูงกว่า 170,000 กิโลกรัม โดยมีปัจจัยจากกระแสการสั่งซื้อสินค้าออนไลน์ของคนไทยที่มีการเติบโตอย่างก้าวกระโดด จนทำให้มีปริมาณกล่องพัสดุ เพิ่มมากขึ้น โดยไปรษณีย์ไทยจะเดินหน้านำกล่อง/ซองที่ไม่ใช้แล้วเหล่านี้ ไปแปลงมูลค่าเป็นหน้ากากอนามัยทางการแพทย์ ร่วมกับ บริษัท บริษัท เอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด มหาชน...
Newsletter

สนใจรับข่าวสารจาก The Story Thailand อัพเดตก่อนใคร สมัคร Newsletter กับเราเพียงกรอกอีเมลเท่านั้น