TH | EN
TH | EN
หน้าแรก Columnist เศรษฐกิจไทยหลัง COVID-19 ทิ้งแผลสาหัส ทำใจซบยาว

เศรษฐกิจไทยหลัง COVID-19 ทิ้งแผลสาหัส ทำใจซบยาว

อาจกล่าวได้ว่าการระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (COVID-19) ของไทยในห้วงเวลานี้ เริ่มคลี่คลายลงไปในระดับหนึ่ง ในแง่ที่ภาคธุรกิจสามารถขยับเขยื้อนได้อีกครั้ง ภายใต้สภาวะการณ์ “ปกติใหม่” (New Normal) ที่มีหลายอย่างที่ต้องปรับตัวให้คุ้นชินให้ได้เพื่อความอยู่รอด

หนึ่งในคำถามสามัญที่ผุดขึ้นในใจผู้คนส่วนใหญ่ แต่ก็ยังยากที่จะหาคำตอบที่ชัดเจนได้ในเวลานี้ ก็คือ เศรษฐกิจไทยนับต่อจากนี้จะเป็นอย่างไร จะเดินหน้าไปในทิศทางไหน และจะสามารถประคับประคองทรงตัว จนรอดพ้นจากวิกฤติเหมือนที่แล้วมาอีกหรือไม่

ตอบแบบกำปั้นทุบดิน ก็คือ ยังไม่มีใครรู้ และไม่มีใครกล้าฟันธง แต่สิ่งเดียวที่รู้แน่ชัด ก็คือ วิกฤติเศรษฐกิจครั้งนี้ รุนแรงหนักหนา และกินเวลายาวนานแน่นอน

ดร.กิริฏา เภาพิจิตร ผู้อำนวยการด้านการวิจัยและคำปรึกษาระหว่างประเทศ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) อธิบายระหว่างการเข้าร่วมวงเสวนา “Thailand’s post-Covid-19 economy and the most vulnerable” ซึ่งจัดโดยสมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศแห่งประเทศไทย (Foreign Correspondents Club of Thailand : FCCT) ว่า แนวโน้มที่เศรษฐกิจไทยและทั่วโลกจะสามารถลืมตาอ้าปากตั้งหลักได้อย่างมั่นคงอีกครั้งน่าจะกินระยะเวลาอย่างน้อย 1 ปีนับจากนี้

เหตุผลเพราะ หลักประกันความปลอดภัยจากไวรัสโควิด-19 อย่างวัคซีน ยังไม่มีการพัฒนาได้สำเร็จ โดยหลายฝ่ายประเมินเบื้องต้นว่าวัคซีนที่ได้ผลในการจัดการกับโควิด-19 น่าจะคิดค้นได้เร็วที่สุดภายในเดือนกันยายนปีหน้า

อย่างไรก็ตาม กว่าที่วัคซีนจะเข้าถึงประชากรส่วนใหญ่ทั่วโลกและประเทศกำลังพัฒนา อย่างน้อยก็น่าจะลากยาวไปจนถึงปี 2022 ดังนั้น แนวโน้มที่เศรษฐกิจจะฟื้นตัวได้อย่างเต็มที่เทียบเท่าก่อนเกิดการระบาด ก็น่าจะอยู่ในช่วงปลายปี 2022 หรืออีกประมาณ 2 ปีนับต่อจากนี้

โดยธนาคารโลก (World Bank) ประเมินว่าเศรษฐกิจโลกจะหดตัวลง 5.2% ในปีนี้ และเศรษฐกิจของซีกโลกตะวันตกจะหดตัวลงถึง 7% เลวร้ายกว่ามากเมื่อเทียบกับช่วงวิกฤตการเงินในช่วงปี 2008-2009 อีกทั้งการฟื้นฟูยังเป็นไปในแบบที่ค่อนข้างเชื่องช้าอย่างมาก

ย้อนกลับมาดูที่สถานะของเศรษฐกิจไทยในห้วงเวลานี้ ผู้เชี่ยวชาญหลายสำนักคาดการณ์ว่า การหดตัวของเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มจะหนักหนาสาหัสมากที่สุดเมื่อเทียบกับประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก โดยคาดว่า การเติบโตของไทยในปี 2020 จะหดตัวลงอย่างน้อย 5 -10%

สาเหตุเป็นเพราะ ตัวขับเคลื่อนที่ช่วยให้เศรษฐกิจไทยเติบโต อย่าง การท่องเที่ยว การส่งออก และกำลังการบริโภคภายในประเทศ ล้วนอยู่ในสถานะแช่แข็งจากมาตรการล็อกดาวน์ที่นานาประเทศนำมาใช้เพื่อสกัดกั้นการระบาดของไวรัสโควิด-19 และปัจจัยแวดล้อมอื่น ๆ ที่ล้วนมีแนวโน้มขัดขวางการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของไทย

สำหรับการท่องเที่ยว ก็คือ ความหวาดกลัวไวรัสโควิด-19 ทำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติลดลง รายได้หลักของไทยอย่างการท่องเที่ยว ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 15-20% ของจีดีพีประเทศจึงลดน้อยลงไป ซึ่งจนกว่าที่ประชากรโลกจะได้รับวัคซีน เมื่อนั้นการท่องเที่ยวไทยก็ทำได้เพียงแค่ประคองตัว ไม่ให้ล้ม โดยอาศัย “ไทยเที่ยวไทย” เป็นหลักไปก่อน

ทว่าจะหวังเพียง “ไทยเที่ยวไทย” หรือ “ไทยทำ ไทยใช้” ให้ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจ บวกกับเงินอัดฉีดก้อนใหญ่จากรัฐบาล ก็เป็นเรื่องยาก เมื่อสถานการณ์เศรษฐกิจในห้วงเวลานี้ ทำให้รายได้ของภาคครัวเรือนหดหาย หลายครอบครัวโดนเบียดตกให้อยู่ในสภาะยากจน

ทีดีอาร์ไอ ประเมินว่า รายได้ลด และภาระหนี้เพิ่ม ทำให้ครัวเรือนต้องหันมาประหยัดอดออม ลดการใช้จ่าย กำลังการบริโภคภายในประเทศจึงมีแนวโน้มกระเตื้องขึ้นอีกครั้งก็อีก 1 ปีให้หลัง ขณะที่หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL)ในภาคธุรกิจจจะทำให้เอกชนทั้งหลายชะลอการลงทุน ขยายกิจการไปจนปี 2022

กำลังการบริโภคภายในประเทศของไทยจึงจะชะลอตัวยาวนานอย่างน้อย 1-2 ปี ยิ่งเมื่อมีแววว่าจะถูกซ้ำเติมจากบรรดานายจ้างที่ล้ม เลิก หรือ ปิดกิจการ ทำให้เกิดภาวะว่างงานหรือตกงานเป็นจำนวนมาก การหวังพึ่งกำลังการบริโภคภายในประเทศให้ช่วงพลิกฟื้นเศรษฐกิจไทยได้โดยไว จึงเป็นเรื่องยากพอควร

ในส่วนของการค้าขายส่งออกกับต่างประเทศของไทย ก็ย่ำแย่ไม่แพ้กัน เพราะการระบาดทำให้โรงงานการผลิตและการส่งออกของทั่วโลกต้องเผชิญภาวะชะง้กงัน ไทยที่เป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่การผลิตโลกจึงต้องชะลอตัวตาอย่างเลี่ยงไม่ได้

ยิ่งไปกว่านั้น สถานการณ์การค้ากับต่างประเทศ ยังมีปัจจัยซ้ำเติมจากความขัดแย้งกีดกันระหว่างสองชาติมหาอำนาจอย่างจีนกับสหรัฐฯ และแนวโน้มที่หลายประเทศอาจงัดมาตรการด้านกฎหมาย และภาษี เพื่อจำกัดควบคุมการค้า ก็ยิ่งทำให้ความหวังขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยอยู่ในสภาพริบหรี่

ทั้งนี้ ดร.กิริฏา จากทีดีอาร์ไอ กล่าวว่า ความรุนแรงของวิกฤติเศรษฐกิจไทยในครั้งนี้ อาจจะรุนแรงมากกว่าเมื่อครั้งเกิดวิกฤตต้มยำกุ้ง เนื่องจากอย่างน้อยในเวลานั้น เศรษฐกิจของประเทศอื่น ๆ ในต่างแดนยังเติบโตได้ดีอยู่ ยังมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาเที่ยวไทย ไทยจึงยังมีฟันเฟืองขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้เดินหน้าไปได้ แต่ทว่าเวลานี้แทบทุกประเทศ ไม่ว่าใหญ่หรือเล็กต่างก็เจอฤทธิ์ของโควิด-19 อาละวาดใส่จนจุกกันทั่วหน้า

นอกจากนี้ ภาคการเกษตรที่เคยเป็นอีกหนึ่งแหล่งรายได้เสริมจากงานประจำของครัวเรือนส่วนใหญ่ของไทยยังได้รับผลกระทบจากปัญหาภัยแล้งซ้ำเติมเข้ามา จนกำลังการบริโภคภายในลดน้อยมากยิ่งขึ้นไปอีก

ด้าน Dr.Bergit Hansl ผู้จัดการธนาคารโลก ประจำประเทศไทย กล่าวว่า สิ่งที่จำเป็นต้องให้ความสำคัญกับเศรษฐกิจไทยเวลานี้ก็คือ การประคับประคองกำลังการบริโภคภายในประเทศไทยให้ได้ เพราะไวรัสโควิด-19 มีแนวโน้มจะทำให้คนไทยเผชิญกับความไม่มั่นคงทางการเงินเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 9.7 ล้านคน

อย่างไรก็ตาม การกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศไม่ได้หมายถึงเพียงแค่การแจกจ่ายเงินเยียวยาช่วยเหลือผู้เดือดร้อนที่ได้รับผลกระทบแต่เพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่หมายรวมถึง การให้ความช่วยเหลือในด้านอื่น ๆ ด้วย

ซึ่ง ดร.กิริฏา จากทีดีอาร์ไอ เสริมว่า การช่วยเหลือดังกล่าว หมายรวมถึง การเตรียมงบประมาณช่วยเตรียมความพร้อมให้คนไทยและภาคเอกชน สามารถตั้งหลักให้ได้เร็วที่สุด หลังจากที่วิกฤตโควิด-19 ผ่านพ้นไป

ยกตัวอย่างเช่น การให้เงินช่วยเหลือแลกกับการที่ประชาชนที่เดือดร้อนต้องเข้ารับการฝึกอบรมทักษะอาชีพตามกำลังความสามารถและความถนัดของรัฐฯ หรือการออกมาตรการด้านภาษีกระตุ้นให้เอกชนรักษาหรือเพิ่มตำแหน่งงาน

ทั้งนี้ แม้ภาพรวมของเศรษฐกิจอาจดูแย่ เพราะตัวขับเคลื่อนหลักไม่อาจทำหน้าที่ได้อย่างเต็มที่ แถมต้องอาศัยระยะเวลาฟื้นตัวค่อนข้างยาว แต่นักวิเคราะห์อีกส่วนหนึ่งก็มองว่า เศรษฐกิจไทยก็แค่ซวนเซเท่านั้น ยังไม่ถึงกับล้มครืนไปเสียทั้งหมด และยังมีธุรกิจบางส่วนบางเสี้ยวที่สามารถเดินหน้าต่อไปได้ เพียงแค่ผู้มีอำนาจบริหารจัดการจะสามารถรักษาสมดุลระหว่างการเดินหน้ากระตุ้นเศรษฐกิจ กับการกระจายโอกาสในการเข้าถึงทรัพยากรเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้อย่างเท่าเทียมทั่วถึงกัน

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

STAY CONNECTED

6,910แฟนคลับชอบ
0ผู้ติดตามติดตาม

Lastest News

“ระบบราง” เส้นทางสร้างเศรษฐกิจใหม่ของสปป.ลาว

การเปิดใช้เส้นทางเดินรถไฟความเร็วสูงปานกลาง ในวันที่ 3 ธันวาคมนี้สปป.ลาว คาดหวังว่าจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ

น่าห่วงเศรษฐกิจไทย … “บนแข็ง ล่างอ่อน”

อนาคตของเศรษฐกิจและการเงินไทยในระยะข้างหน้าจำเป็นต้องเติบโตแบบ Inclusive หรือ "ทั่วถึงมากกว่าเดิม" เนื่องจากโครงสร้างเศรษฐกิจไทยในปัจจุบันมีความเหลื่อมล้ำสูงและไม่สามารถเติบโตต่อไปได้อย่างยั่งยืน

เปิด 3 ประสบการณ์ทำงานจริงเจ็บจริง กับ WEDO Young Talent 2021

จากผู้สมัครเข้าร่วมโครงการทั้งสิ้นกว่า 700 คน ผ่านเข้าสู่กระบวนการคัดเลือกแบบ non-stop 24 ชั่วโมง เข้าเป็น 50 คนสุดท้ายที่มีคุณสมบัติของ talent ยุคใหม่ในนิยามของ WEDO

ผลลัพธ์เกินคาด… WEDO Young Talent Program 2021 ค้นหา Talent ยุคใหม่ด้วยวิธีใหม่

WEDO Young Talent คือโครงการที่มองหา talent ยุคใหม่ ที่ไม่ใช่แค่ความเก่ง แต่ต้องมีความดูดี ตั้งแต่ชุดความคิดดี ชุดทักษะดี และความร่วมมือและผลงานดี

“ดีป้า” เปิดตัว depa Game Accelerator Program Batch 2

สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล ร่วมกับ สมาคมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์เกมไทย อินโฟเฟด และ การีน่า เปิดตัวโครงการ depa Game Accelerator Program Batch 2

5 คำทำนายไซเบอร์ซิเคียวริตี้ปี 2565

5 คำทำนายไซเบอร์ซิเคียวริตี้ปี 2565

5 ทีมผู้ชนะในโครงการ “Banpu Champions for Change” รุ่นที่ 10

โครงการพลังเปลี่ยนแปลงเพื่อสังคม ปีที่ 10 “Banpu Champions for Change” (BC4C #10) โดย บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน)

หัวเว่ย เปิด HUAWEI Heath Lab ที่ใหญ่ที่สุด ขับเคลื่อนนวัตกรรมเพื่อสุขภาพ

หัวเว่ย คอนซูมเมอร์ บิสสิเนส กรุ๊ป เผยโฉม HUAWEI Health Lab ศูนย์รวมการค้นคว้าวิจัยเพื่อพัฒนาเทคโนโลยี และสมาร์ทดีไวซ์เกี่ยวกับสุขภาพแห่งใหญ่ที่สุดอย่างเป็นทางการ ณ ทะเลสาปซงชาน เมืองตงกวน ประเทศจีน

แอสตร้าเซนเนก้า จับมือ สยามไบโอไซเอนซ์ เปิดเบื้องหลังโรงงานผลิตวัคซีนโควิด-19 ในไทยครั้งแรก

การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 นับเป็นวิกฤติด้านสุขภาพครั้งใหญ่ที่สุด และแอสตร้าเซนเนก้า คือหนึ่งในผู้ผลิตวัคซีนโควิด-19 รายใหญ่รายหนึ่งของโลก ที่มีฐานการผลิตในหลายภูมิภาคและหนึ่งในนั้นคือประเทศไทย

“จันทนารักษ์ ถือแก้ว” กับเป้าหมายเล็ก ๆ ที่ชัดเจน เพื่อขับเคลื่อนการศึกษาไทย

“ยุ้ย" จันทนารักษ์ ถือแก้ว กับบทบาทการขับเคลื่อนการศึกษาไทยผ่าน tech startup ภายใต้ Disrupt Technology Venture & StormBreaker Venture

MUST READ

“เพาะพันธุ์ดี NT YOUTH CLUB” เทคโนโลยีดิจิทัล ยกระดับคุณภาพชีวิตชุมชน

หลังจากที่มีการควบรวม บมจ.ทีโอที และ บมจ. กสท โทรคมนาคม เป็น บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT รัฐวิสาหกิจภายใต้การกำกับดูแลโดยกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส)

เปิด 3 ประสบการณ์ทำงานจริงเจ็บจริง กับ WEDO Young Talent 2021

จากผู้สมัครเข้าร่วมโครงการทั้งสิ้นกว่า 700 คน ผ่านเข้าสู่กระบวนการคัดเลือกแบบ non-stop 24 ชั่วโมง เข้าเป็น 50 คนสุดท้ายที่มีคุณสมบัติของ talent ยุคใหม่ในนิยามของ WEDO

MSD ลงนาม สธ.จัดหา “ยาโมลนูพิราเวียร์” ยาต้านไวรัสชนิดรับประทาน เมื่อได้รับอนุมัติ

ข้อตกลงการจัดซื้อจัดหา “ยาโมลนูพิราเวียร์” ยาต้านไวรัสชนิดรับประทานที่กำลังอยู่ในระหว่างการศึกษาสำหรับรักษาผู้ป่วยโควิด-19

แอสตร้าเซนเนก้า จับมือ สยามไบโอไซเอนซ์ เปิดเบื้องหลังโรงงานผลิตวัคซีนโควิด-19 ในไทยครั้งแรก

การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 นับเป็นวิกฤติด้านสุขภาพครั้งใหญ่ที่สุด และแอสตร้าเซนเนก้า คือหนึ่งในผู้ผลิตวัคซีนโควิด-19 รายใหญ่รายหนึ่งของโลก ที่มีฐานการผลิตในหลายภูมิภาคและหนึ่งในนั้นคือประเทศไทย

แมคฟิว่า เปิดตัวโฆษณา Telegram รับกระแสคริปโตบูม เจ้าแรกในไทย

บริษัท แมคฟิว่า จำกัด (MCFIVA) ย้ำจุดยืนด้าน Result-Driven Marketing Consultancy เข้าถึงลูกค้าตรงกลุ่ม ตอบโจทย์ พร้อมลุยตลาด ในธุรกิจ Metaverse / Blockchain / NFT Cryptocurrency แบบ One-Stop Service
Newsletter

สนใจรับข่าวสารจาก The Story Thailand อัพเดตก่อนใคร สมัคร Newsletter กับเราเพียงกรอกอีเมลเท่านั้น